บทที่ 1 อารมณ์ดี
อารมณ์ดี
เสียงฝีเท้าที่วิ่งลงมาจากชั้นบนของบ้านด้วยความเร่งรีบทำเอาภูเบศและมนฤดีต้องส่ายหน้าไปมาและยิ้มด้วยความอ่อนใจเพราะจะเป็นใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่น้องเฟิร์นลูกสาวสุดที่รักของเธอที่เจ้าตัวมักจะเร่งรีบแบบนี้เสมอเพราะตื่นสาย ปีนี้ตัวแสบอยู่ปีสองแล้วซึ่งก็เปิดเทอมมาสักพักแล้วเช่นกันแต่เจ้าตัวยังคงไม่ชินกับการตื่นเช้าเลย
ทุกครั้งที่กลับจากมหาวิทยาลัยสภาพก็คือเหนื่อยล้าตลอดเพราะต้องขับรถไปกลับจากบ้านและมหาวิทยาลัยเกือบทุกวัน ระยะทางก็ไกลพอสมควรแถมยังรถติดอีกต่างหาก ทำให้เธอกับสามีตัดสินใจซื้อคอนโดที่พึ่งสร้างใหม่ใกล้กับมหาวิทยาลัยให้กับลูกสาว ตอนนี้รอแค่ตกแต่งห้องเท่านั้นซึ่งเจ้าตัวบอกว่าจะขอย้ายเข้าไปอยู่เทอมหน้าเพราะยังคงติดบ้านและคิดถึงพ่อกับแม่
ลูกสาวเธอน่ารักและขี้อ้อนแบบนี้เสมอ ส่วนโฟล์คลูกชายของเธอออกไปอยู่คอนโดตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว ซึ่งเธอไม่ได้ห่วงอะไรมากเพราะเจ้าตัวมีความเป็นผู้ใหญ่และดูแลตัวเองได้ ตอนนี้ลูกชายเธออยู่ปีสี่ใกล้เรียนจบเต็มทีแล้ว ลูกๆ เธอรักใคร่และดูแลกันอย่างดีทำให้เธอไม่นึกห่วงอะไรหากจะปล่อยลูกสาวไปอยู่คอนโดตามลำพังเพราะคอนโดตรงนั้นก็ไม่ไกลจากคอนโดของโฟล์คนัก เจ้าตัวน่าจะช่วยดูแลน้องสาวได้
“คุณแม่ขา คุณพ่อขา เช้านี้มีอะไรกินคะ” เสียงหวานใสมาพร้อมกับร่างเล็กที่วิ่งมากอดมาหอมผู้เป็นพ่อและแม่ตามความเคยชิน เธอกอดหอมบิดามารดาแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว ภูเบศยิ้มบางๆ และหอมศีรษะลูกสาวไปหนึ่งทีส่วนมนฤดีหอมแก้มนิ่มๆ ไปหนึ่งฟอดเช่นเดียวกัน
ฟอด~
“แก้มลูกสาวใครเนี่ย หอมจริงๆ เลย” มนฤดีหยอกล้อลูกสาวด้วยแววตาเอ็นดูและพยักหน้าให้แม่บ้านเริ่มเสิร์ฟอาหารเช้าได้เลยเพราะเธอกลัวลูกและสามีจะออกจากบ้านช้าแล้วเดี๋ยวรถจะติด ครอบครัวเธอทำบริษัทเกี่ยวกับการซื้อขายและจัดจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์รวมถึงอุปกรณ์เกมมิงเกียร์ที่ใช้สำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะด้วย สามีเธอมาบุกตลาดด้านนี้ได้ไม่นานแต่ผลตอบรับจากลูกค้าดีเกินคาดส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นจนบริษัทเป็นที่รู้จักมากกว่าเดิมและตอนนี้ก็กลายเป็นบริษัทชั้นนำของประเทศไปแล้ว
คาดว่าหลังลูกชายเรียนจบก็คงเข้ามาช่วยงานผู้เป็นพ่อได้เลยเพราะเวลาว่างลูกชายเธอก็มักจะเข้าไปเรียนรู้งานกับผู้เป็นพ่อเสมอ โฟล์คเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากเพราะนอกจากผับที่เจ้าตัวดูแลด้วยตัวเองแล้วก็ยังแบ่งเวลามาช่วยงานผู้เป็นพ่อด้วย สามีเธอภูมิใจในตัวลูกๆ ทั้งสองคนมาก แม้ลูกสาวเธอจะเรียนคณะตามความชอบตัวเองแต่แค่ลูกชอบที่จะเรียนและมีความฝันเป็นของตัวเอง คนเป็นพ่อและแม่แบบพวกเธอก็ภูมิใจและมีความสุขมากๆ แล้ว
“คิกๆ แก้มคุณพ่อกับคุณแม่ก็หอมค่ะ” คนตัวเล็กนั่งลงใกล้ๆ กับมารดาและตักข้าวต้มกุ้งกินอย่างอารมณ์ดีก่อนจะหันไปทำตาโตและยกนิ้วโป้งให้กับป้าแก้วที่เป็นแม่บ้านอยู่กับพวกเธอมานานแล้ว ป้าแก้วรู้ใจเธอที่สุด!
“อร่อยมากเลยค่ะป้าแก้ว นี่ถ้าหนูออกไปอยู่คอนโดคนเดียวต้องอดกินของอร่อยๆ แน่เลย” เธอทำปากยู่เล็กน้อยและหันไปทำตาปริบๆ ใส่ป้าแก้วอย่างน่ารักจนคนเป็นพ่อและแม่ต้องยิ้มด้วยความเอ็นดูคนปากหวาน
“คุณหนูก็ต้องกลับบ้านบ่อยๆ สิคะ ป้าจะได้ทำของอร่อยๆ ให้กินทุกมื้อเลย” ได้ยินว่าคุณหนูของตัวเองจะออกไปอยู่คอนโดตามคุณโฟล์คไปอีกคนก็อดใจหายไม่ได้ บ้านคงเงียบเหงาน่าดู ก็คุณหนูของเธอเป็นความสดใสของทุกคน เจ้าตัวทั้งน่ารักและคุยเก่งทำให้ทุกคนที่นี่ไม่เหงากันเลยล่ะ
“งื้ออ เฟิร์นไม่อยากย้ายออกไปแล้วค่ะคุณพ่อคุณแม่” เธอหันมาอ้อนบิดามารดาอีกครั้งจนผู้เป็นพ่อและแม่ยิ้มขำ เจ้าตัวเป็นคนหน้าตาน่ารัก ดวงตากลมโตดูสดใสทำให้เวลาออดอ้อนคนอื่นจะดูน่ารักเป็นพิเศษ หากได้อ้อนขออะไรใครละก็ ไม่มีทางที่คนนั้นจะไม่ใจอ่อนยอมตามใจเธอ
“หึ แล้วเดี๋ยวก็งอแงบอกว่าเหนื่อยอีก” มนฤดีเย้าแหย่แต่ในใจก็อดใจหายไม่ได้เหมือนกัน แม้ว่าจะไม่ได้ไปอยู่ไกลกันมากมายแต่ลูกสาวเธอก็ไม่เคยออกไปอยู่คนเดียวเลย แต่ถึงจะห่วงยังไงเธอก็ตามใจลูกเสมอ เธอให้อิสระลูกๆ ทุกอย่าง เป็นพ่อแม่ที่คอยซัปพอร์ตและดูแลห่างๆ ก็พอ ทุกอย่างให้ลูกๆ ตัดสินใจเองได้เลย
“ก็ขับรถทุกวันมันเหนื่อยจริงๆ นี่คะ ยิ่งทางกลับบ้านเรารถติดมาก เฟิร์นไม่ไหวจริงๆ ค่ะ” หากวันไหนเธอเหนื่อยมากหรือไปดื่มกับเพื่อนแล้วต้องกลับดึก เธอก็จะเข้าไปนอนที่คอนโดพี่ชายเพราะคอนโดพี่ชายเธอกว้างขวางมีสองห้องนอนและที่สำคัญพี่ชายเธอไม่ยอมให้เธอนั่งแท็กซี่กลับบ้านดึกๆ คนเดียวอย่างแน่นอน
“งั้นลูกสาวพ่อก็ต้องห้ามงอแงครับ” ภูเบศยกน้ำขึ้นดื่มและเดินไปหอมแก้มภรรยาและยกมือลูบศีรษะลูกสาวด้วยความเอ็นดู เขารักลูกๆ และภรรยามาก หากทุกคนอยากได้อะไรหรือสบายใจที่จะทำอะไร เขาก็พร้อมหามาให้และพร้อมจะสนับสนุนทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนมีแต่รอยยิ้มและความสุข
“คุณพ่อจะไปทำงานแล้วเหรอคะ” เห็นคุณพ่อหอมแก้มคุณแม่แล้วก็อดขัดเขินไม่ได้ ทั้งคู่ยังหวานกันเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนและคุณพ่อยังหวงคุณแม่มากๆ อีกต่างหาก ก็คุณแม่สวยขนาดนี้จะไม่ให้หวงได้ยังไง สมัยสาวๆ มีหนุ่มๆ มาจีบเยอะมาก เรียกได้ว่าเป็นสาวฮ็อตของมหาวิทยาลัยก็ว่าได้
แต่สุดท้ายคนที่ได้หัวใจแม่เธอไปก็คือคุณพ่อสุดหล่อของเธอเอง คุณพ่อทั้งหล่อและสุภาพแถมยังใจดีและอบอุ่นที่สุด พี่ชายเธอก็คือได้คุณพ่อไปเต็มๆ ส่วนเธอทุกคนลงความเห็นกันว่าเธอเหมือนมารดาเพราะเธอค่อนข้างแสบซ่าไม่กลัวอะไร อีกทั้งก็ไม่ได้เรียบร้อยอะไรมากมายด้วย
“ครับ เราจะออกไปพร้อมพ่อเลยมั้ย” เห็นลูกและสามีกินข้าวเรียบร้อยมนฤดีก็เรียกแม่บ้านมาเก็บโต๊ะและเตรียมออกไปส่งสามีที่รถอย่างเช่นทุกวัน
“ไปค่ะๆ นี่ก็สายแล้ว เฟิร์นกลัวรถติด” ร่างบางลุกขึ้นยืนและหยิบกระเป๋าแบรนด์เนมใบใหม่ที่พึ่งได้เป็นของขวัญจากพี่ชาย เปิดเทอมใหม่ครั้งไหนเธอมักจะได้ของขวัญจากพี่ชายเสมอเพราะพี่ชายเธอจะซื้อให้รวมกับของขวัญวันเกิดเลยซึ่งวันเกิดเธอก็พึ่งผ่านมาก่อนวันเปิดเทอมไม่นานนี้เอง
ทุกคนที่มางานวันเกิดเธอมีของขวัญมาให้มากมายจนเธอรู้สึกเกรงใจ หนึ่งในนั้นก็มีของพี่เลโอเพื่อนสนิทพี่ชายเธอด้วย เขาให้ต่างหูเพชรเม็ดเล็กๆ รูปหัวใจ มันน่ารักมากแต่เธอไม่อยากหยิบมาใส่เพราะไม่สะดวกใจที่จะใส่ พอคิดถึงเพื่อนพี่ชายคนนี้ขึ้นมาครั้งไหนก็ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทุกที ก็เพราะเขาชอบแกล้งทำให้เธออารมณ์เสียทุกรอบที่เจอกันน่ะสิ
ส่วนพี่ปาร์คก็ชอบแกล้งเธอเหมือนกันแต่ก็ยังไม่น่าหงุดหงิดใจเท่าพี่เลโอ เธอรู้จักและสนิทกับพี่ปาร์คและพี่เลโอมาตั้งแต่เรียนอยู่มัธยมทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทพี่ชายเธอตั้งแต่ตอนนั้น และนอกจากพี่เลโอกับพี่ปาร์คก็ยังมีพี่ซันเดย์ด้วย พี่ซันเดย์เป็นเพื่อนสมัยเด็กของพี่ชายเธอและตอนนี้ก็เป็นแฟนกับมินตราซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธอเอง ทั้งสองคนเป็นคู่ที่น่ารักมาก ทุกคนในมหาวิทยาลัยพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคู่นี้เป็นคู่ที่น่ารักและน่าอิจฉาที่สุด ก็เพื่อนเธอทั้งสวยและน่ารักนี่นา
ส่วนพี่ซันเดย์ก็หล่อมากแถมยังคลั่งรักแฟนสุดๆ ขนาดพึ่งเริ่มคบกันแต่ความหวานคือไม่แผ่วเลย คิดแล้วก็คิดถึงเพื่อนๆ ขึ้นมาทำให้เธอรีบเร่งออกจากบ้านเพื่อไปมหาวิทยาลัย เธอแยกย้ายกับผู้เป็นพ่อโดยไม่ลืมที่จะกอดและหอมแก้มเพื่อลามารดาที่เดินออกมาส่งอย่างเช่นทุกวัน
ไม่นานเธอก็ขับรถออกมาจากบ้านเพื่อมุ่งหน้าไปมหาวิทยาลัยด้วยความอารมณ์ดีขึ้นไปอีกเพราะเมื่อสักครู่เธอได้รับข้อความจากหนุ่มรุ่นพี่คณะบริหารที่เธอกำลังคุยๆ อยู่ส่งข้อความมาบอกว่าเขารอเธออยู่ที่มหาวิทยาลัยแล้ว เจ้าตัวรอเธอไปกินข้าวเช้าด้วยกัน แต่เธอกินแล้วน่ะสิ แต่ก็นะเพื่อไม่ให้เสียน้ำใจคนชวน เธอก็ต้องไปนั่งเป็นเพื่อนเขานั่นแหละซึ่งเธอได้พิมพ์ตอบแชตเขาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว…
