บทที่ 4 ไม่ได้สนิทใจเหมือนเดิม
ไม่ได้สนิทใจเหมือนเดิม
เวลาผ่านไปไม่ถึงสิบห้านาทีก็มีรถยนต์ของใครอีกคนขับเข้ามาจอดข้างๆ มันทำให้เธอยิ้มออกมาด้วยความดีใจเพราะคิดว่าเป็นคนที่พี่ชายบอกให้มารับแต่พอมองออกไปนอกกระจกรถก็ทำให้เธอค่อยๆ หุบยิ้มลงเพราะคนที่มาไม่ใช่พี่ปาร์คแต่เป็นพี่เลโอที่เธอไม่ค่อยอยากเจอเขาเท่าไร
ก๊อกๆ เลโอเคาะกระจกรถคนตัวเล็กด้วยความเป็นห่วง เขาทำรายงานอยู่ห้องปาร์คพอดีทำให้เขาเป็นคนอาสามารับเธอเอง สีหน้าและแววตาที่แสดงออกถึงความร้อนใจและเป็นห่วงทำให้ร่างบางยอมเปิดประตูรถออกมาก่อนจะเดินมาเผชิญหน้ากับเพื่อนพี่ชายคนนี้
เจอกันกี่ครั้งเขาก็ยังคงดูดีและหล่อเหลาเช่นเคย ต่อให้เขาใส่แค่เสื้อยืดธรรมดากับกางเกงยีนแบบนี้ก็ยังดูดีเหมือนเดิม แววตาคมจ้องมองเธอด้วยความเป็นห่วงและอ่อนโยนไม่เปลี่ยน แม้แต่กลิ่นน้ำหอมของเขาก็ยังไม่เปลี่ยนเลย มีแต่เธอที่เป็นฝ่ายเปลี่ยนไปทุกอย่าง เธอสลัดความคิดฟุ้งซ่านเหล่านั้นทิ้งไปและยกมือไหว้คนอายุมากกว่าด้วยท่าทีปกติ
“สวัสดีค่ะพี่เลโอ เฟิร์นคิดว่าพี่ปาร์คจะเป็นคนมารับเฟิร์นซะอีก” ยกมือไหว้หนุ่มรุ่นพี่แล้วก็ไม่ลืมที่จะถามถึงเพื่อนพี่ชายอีกคน เธอแอบงอแงเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็กลับมาทำหน้าปกติเช่นเดิม
“ทำไม พี่จะมารับเฟิร์นไม่ได้เลยเหรอ” เลโอถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แววตาเขามันก็อดวูบไหวไม่ได้เพราะทุกครั้งที่เขาเป็นคนมารับหรือต้องไปส่งเธอที่ไหน เจ้าตัวก็มักจะงอแงและไม่พอใจตลอด ตอนนี้แม้แต่ไอ้ปาร์คที่เคยสำคัญกับเธอน้อยกว่าเขายังมีความสำคัญมากกว่าเขาเลย
“เปล่าค่ะ เฟิร์นก็แค่ถามดู ตอนแรกเฮียโฟล์คบอกว่าพี่ปาร์คจะเป็นคนมารับนี่คะ” เธอตอบเขาพร้อมกับต้องเงยหน้ามองเพราะเขาตัวสูงกว่าเธอมาก ยืนด้วยแล้วเธอรู้สึกตัวเองตัวเล็กลงกว่าเดิมอีก ก็เธอสูงแค่หน้าอกเขาแค่นั้นเอง
“พี่อยู่ห้องมันพอดี กำลังทำรายงานกัน มันกำลังเร่งทำรายงานส่งอาจารย์ในวันพรุ่งนี้ พี่ก็เลยอาสามารับเราแทน” เลโอบอกเธอให้หายข้องใจเพราะดูเหมือนว่าเธอจะมีปัญหาอีกแล้ว
“แล้วพี่ปาร์คยังจะมารับเฟิร์นมั้ย” ก็พี่ชายเธอบอกว่าพี่ปาร์คจะมารับเธอก็เลยรอไง ถ้ารู้ว่าเป็นพี่เลโอ เธอคงทิ้งรถและเดินไปเรียกแท็กซี่แล้ว
“ก็ถ้าเฟิร์นไม่สะดวกใจจะกลับกับพี่ เดี๋ยวพี่โทรบอกไอ้ปาร์คให้มารับเราไปส่งบ้านแล้วกัน พี่เองก็ลืมไปว่าเฟิร์นไม่ได้สนิทใจกับพี่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว” ทันทีที่เลโอพูดจบก็เกิดความเงียบขึ้น ร่างบางยืนเม้มปากแน่นอย่างไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ได้แต่มองตามแผ่นหลังเขาไปเงียบๆ เพราะตอนนี้หนุ่มรุ่นพี่ได้เข้าไปสตาร์ตรถเธออีกครั้งและเช็กดูนั่นนี่ให้เธออย่างคล่องแคล่ว
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเดินไปที่รถตัวเองและเปิดฝากระโปรงรถขึ้นก่อนจะเดินไปเอาสายพ่วงแบตเตอรี่มาทำการพ่วงแบตกับรถยนต์ของเธอ จากที่เธอดูคาดว่าแบตเตอรี่เธอน่าจะหมดหรือไม่ก็เสื่อม
เลโอทำทุกอย่างตามขั้นตอนจนกระทั่งแล้วเสร็จจึงลองสตาร์ตรถยนต์ของเธออีกครั้งแต่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม เหมือนจะสตาร์ตติดแต่ก็ไม่ติด เท่าที่เขาดูไฟทุกอย่างภายในรถยังติดเหมือนเดิม งั้นก็คงไม่ใช่แบตเตอรี่หมดแต่น่าจะเกิดจากมอเตอร์สตาร์ตเสื่อมมากกว่า เขาคงต้องโทรเรียกรถมายกและนำไปซ่อมให้เธอ
“พี่เช็กดูคร่าวๆ แล้ว คิดว่าน่าจะมอเตอร์สตาร์ตเสื่อมคงต้องโทรเรียกช่างอย่างเดียว แต่เดี๋ยวพี่จัดการให้ พี่จะโทรให้ช่างมาดูและให้เขายกรถเฟิร์นไปซ่อม ระหว่างรอช่างพี่จะอยู่เป็นเพื่อนและก็เดี๋ยวพี่จะโทรตามไอ้ปาร์คให้มันมารับเฟิร์นกลับบ้านด้วย” เขาบอกเธอเสร็จก็เดินเลี่ยงไปโทรศัพท์หาช่างที่รู้จักกันเพื่อส่งคนมายกรถให้ซึ่งใช้เวลาไม่นานมากรถยนต์ของคนตัวเล็กก็ถูกยกออกไปเพราะที่อู่มีช่างหลายคน แม้ที่นี่จะเป็นอู่รถธรรมดาไม่ใช่ศูนย์ซ่อมขนาดใหญ่ แต่ฝีมือช่างคือดีมากและที่เขาไว้ใจเพราะเขากับเรียวจิเพื่อนสนิทอีกคนของเขาใช้บริการที่นี่ เรียวจิรู้เรื่องรถดีกว่าเขามาก หากมันบอกว่าที่นี่โอเคนั่นเท่ากับว่าอู่ของเฮียวิกซ์คือสุดยอดของความไว้ใจได้
“เฟิร์นต้องไปรับรถเองมั้ยคะ แล้วรถจะได้วันไหน” เธอมองตามรถยนต์ตัวเองด้วยแววตาละห้อยก่อนจะหันมาถามคนที่ยืนมองเธออยู่ก่อนแล้ว
“ไม่น่าจะเกินสามวัน พี่บอกเฮียเจ้าของอู่ให้เร่งให้แล้ว ถ้าได้วันไหนเดี๋ยวพี่จะให้ไอ้โฟล์คไปรับให้” อันที่จริงเขาก็อยากไปรับให้เธอนั่นแหละ แต่เธอคงไม่สะดวกใจอีกตามเคย ให้พี่ชายเธอไปรับแทนแล้วกัน
“ขอบคุณค่ะ” เธอยกมือไหว้ขอบคุณเขาและยิ้มให้บางๆ ก่อนจะทำตัวไม่ถูกเพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี ถ้าเขาไม่หาเรื่องแกล้งให้เธอโกรธหรือหงุดหงิดใจ เธอก็แทบไม่รู้จะคุยอะไรกับเขาเลย มันเป็นแบบนี้มานานแล้ว
“นี่ก็ค่ำมากแล้ว เดี๋ยวพี่โทรตามไอ้ปาร์คให้ เราจะได้กลับไปพักผ่อน” เลโอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้งและหันหลังให้เธอเพื่อจะโทรหาเพื่อนเพราะเขาไม่อยากเห็นแววตาของเธอที่เอาแต่มองเขาไม่เหมือนเดิม อันที่จริงมันก็ไม่เหมือนเดิมมาเกือบสี่ปีแล้วล่ะ
ร่างบางตัดสินใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปหาเขาและดึงเสื้อยืดเขาเบาๆ อย่างประหม่าจนเลโอต้องหันกลับมามองว่าเธอต้องการให้เขาทำอะไร เธอมองสบตาเขานิ่งๆ ก่อนจะอ้อมแอ้มบอกออกไป
“ไม่ต้องโทรบอกพี่ปาร์คหรอกค่ะ เฟิร์นกลับกับพี่เลโอก็ได้ มันค่ำมากแล้วเฟิร์นอยากกลับบ้านเร็วๆ” มือที่ถือโทรศัพท์อยู่รีบตัดสายเพื่อนทิ้งทันทีเพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่เธอจะยอมไปไหนมาไหนกับเขาสองต่อสอง ขนาดพี่ชายเธอเป็นคนฝากเขาไปส่งเธอที่คอนโดเพื่อนเป็นบ้างครั้ง เธอยังงอแงและไม่เต็มใจให้เขาไปส่งเลย สงสัยคงต้องหาเรื่องแกล้งให้เธอโมโหหรือไม่ก็หงุดหงิดอีกจะได้ทำให้เธอทำสีหน้าอย่างอื่นใส่เขาบ้าง เห็นเธอทำหน้านิ่งๆ ใส่แบบนี้แล้วเขาไม่ชอบเลยสักนิดเดียว…
