บทที่ 6 ตอบคำถาม

ตอบคำถาม

หลายวันต่อมา

“เฮ้! เฟิร์น ทางนี้ๆ จ้า” โบลิ่งเพื่อนตัวเล็กอีกคนกวักมือเรียกเธอให้เข้าไปหาเพราะตอนนี้ทุกคนนั่งกินขนมกันที่โต๊ะม้าหินอ่อนตรงคณะเรียนของเธอ มินตราชูน้ำมะม่วงปั่นให้เธอดูว่าสั่งมาให้เรียบร้อยส่วนไอริณกำลังกินไอศกรีมอยู่จึงได้แค่ยักคิ้วให้เบาๆ วันนี้ทุกคนไม่มีเรียนเช้าจึงมีเวลามารวมตัวกันและเมาท์มอยตามประสาเพื่อนสาว

“มาถึงกันนานหรือยัง เราช้าสุดอีกแล้วเหรอเนี่ย” เฟิร์นนั่งลงและทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะยิ้มด้วยความสดใสเพราะได้กินน้ำมะม่วงปั่นของโปรด เธอขอบคุณมินตราและยิ้มขำกับท่าทีเหนื่อยล้าของทุกคน ใกล้สอบแล้วพวกเธอก็จะมีสภาพเป็นแบบนี้แหละ นอนน้อยเพราะอ่านหนังสือเตรียมสอบแถมยังต้องทำงานส่งอาจารย์ด้วย

“ไม่นานๆ มีแค่มินที่รีบมาเพราะแฟนสุดหล่อมีเรียนเช้า” โบลิ่งเป็นคนตอบและยักคิ้วกวนเพื่อนสนิทตัวเองทำเอาไอริณและเฟิร์นหัวเราะชอบใจกับสายตาที่มินตรามองเพื่อนอย่างคาดโทษ สองคนนี้สนิทกันมาตั้งแต่เด็กแล้วทำให้พูดจากันแบบสบายๆ และมักจะแกล้งกันไปมาแบบนี้เสมอ

“กินน้ำปั่นไปเถอะ พูดมากจริง” มินตราเลื่อนน้ำปั่นไปให้เพื่อนรักและมองจิกอย่างไม่จริงจังทำเอาโบลิ่งหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“คิก~ เขินเหรอ? ไม่ต้องเขินแล้วมั้ง ใครๆ เขาก็รู้ว่ามึงกับพี่ซันคลั่งรักกันขนาดไหน คนเขาอิจฉาไปทั้งมหาลัยแล้ว คิดแล้วก็อยากมีแฟนบ้าง คงฟินน่าดู” พูดจบก็ทำหน้าตาเพ้อฝันตามประสาคนมโนเก่ง การดูซีรีส์เยอะจนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันก็ทำให้เธอกลายเป็นคนเพ้อฝันได้เหมือนกันนะ สเป็กเธอจึงชอบแบบไอดอลเกาหลีไงซึ่งเพื่อนในกลุ่มก็รู้เรื่องนี้

“มองคนใกล้ตัวบ้างสิ มองไกลๆ จะไปมีได้ไง” เฟิร์นแกล้งแซวบ้างซึ่งไอริณก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย มินตรายกยิ้มขำอย่างไม่คิดช่วยเหลือเพื่อนเพราะเธอรู้ว่าคนที่เฟิร์นกำลังพูดถึงคือใคร

“ใครล่ะ ไอ้พีทเหรอ ถ้าคบกับไอ้พีทคือตีกันตายเลยนะ ปากมันหมาจะตายไป” โบลิ่งคิดว่าเพื่อนๆ หมายถึงพีทเพราะเธอกับพีทเป็นคู่กัดกัน แต่พวกเธอเป็นแค่เพื่อนกันซึ่งพีทก็เป็นเพื่อนเรียนคณะเดียวกันกับเธอ เจ้าตัวพึ่งย้ายมาเรียนที่นี่ได้ไม่นานเพราะมีปัญหากับเพื่อนที่มหาวิทยาลัยเดิม ตอนนี้กลายมาเป็นเพื่อนชายเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่ม ซึ่งมันก็ไม่ค่อยสุงสิงกับใครมากแม้แต่เฟิร์นกับมินตราก็ยังไม่ได้ให้ความสนิทสนมขนาดนั้น จะมีแค่เธอกับไอริณที่เจ้าตัวให้ความสนิทด้วย

“นินทาอะไรกู” เสียงทุ้มจากทางด้านหลังทำเอาโบลิ่งสะดุ้งเพราะไม่คิดว่าพีทมันจะตายยากขนาดนี้ พูดถึงไม่ทันไรมันก็โผล่มาด้านหลังแล้ว คงพึ่งมาถึงแน่ๆ แต่คงแวะสูบบุหรี่มาก่อนตามเคย ครอบครัวพีทร่ำรวยมากเพราะพ่อเป็นถึงนักการเมืองดังของประเทศ แต่มันกลับชอบทำตัวต่อต้านและเป็นเด็กมีปัญหาให้พ่อมันปวดหัวตลอด ดีหน่อยที่พอย้ายมาเรียนที่นี่แล้วมันเป็นผู้เป็นคนขึ้น

“หวัดดีจ้าพีท” มินตราและเฟิร์นทักทายด้วยรอยยิ้มส่วนไอริณเพียงยักคิ้วเท่านั้นเพราะทั้งสองคนสนิทกันอยู่แล้ว

“อืม หวัดดี สรุปว่าไง มึงนินทาอะไรกู” ทักทายคนอื่นเสร็จพีทก็หันไปจ้องหน้าเพื่อนอย่างกวนๆ จนโบลิ่งถอนหายใจใส่อย่างหมั่นไส้

“เปล่า ก็พวกนี้แซวกูว่าให้กูมองคนใกล้ตัวจะได้มีแฟนกับคนอื่นบ้าง กูก็คิดออกแค่มึง” เธอไม่ได้ชอบพีทนะแต่แค่คิดออกแค่มันคนเดียวที่เป็นผู้ชายและสนิทกับเธอ

“เหอะ! อย่างมึงอย่าหวังว่ากูจะมอง กูไม่ได้ชอบมึงครับ อีกอย่างทุกคนก็ไม่ได้บอกให้มึงมองกู เขาหมายถึงมองน้องชายมินตรานู่น” พีทส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมๆ และนั่งลงข้างๆ ไอริณก่อนจะหยิบน้ำเปล่ามากระดกดื่มเพราะตอนนี้เขาร้อนมาก เหงื่อซึมตามกรอบหน้าไปหมดแล้ว

“ตลก เกี่ยวไรกับมิกด้วย” โบลิ่งจ้องมองเพื่อนแต่ละคน เมื่อเห็นทุกคนยิ้มๆ และไม่พูดอะไรก็ยิ่งร้อนใจก่อนจะทำหน้ามุ่ยใส่ทุกคน

“อ้าว นี่กูเข้าใจผิดเหรอ กูคิดว่ามึงชอบน้องซะอีก เห็นทั้งเคยกอดเคยหอมน้องมาแล้ว” พีทยกยิ้มมุมปากอย่างกวนๆ และยังคงพูดจากวนประสาทไม่เลิกตามปกติของเขาที่มักจะแกล้งโบลิ่งให้โมโหเล่นๆ

“ไอ้พีท ไอ้ปากหมา มึงหยุดพูดเรื่องนี้เลยนะ” โบลิ่งลุกขึ้นไปฟาดฝ่ามือใส่แผ่นหลังเพื่อนจนทุกคนหลุดขำกันเพราะชอบที่เห็นโบลิ่งเสียอาการเมื่อถูกแซวเรื่องนี้

“หึ กูสงสารน้องจริงๆ ว่ะ” พีททำทีส่ายหน้าไปมาแต่กลับยกยิ้มด้วยความชอบใจ

“ฮือ มินมึงช่วยกูด้วยดิ ทุกคนเข้าใจผิดไปหมดแล้วเนี่ย กูกับมิกเนี่ยนะ วันนั้นกูก็แค่เมาแล้วทำอะไรไม่รู้ตัวออกไป ไม่ได้คิดอะไรกับน้องสักหน่อย” วีรกรรมเมาแล้วรั่วของเธอทำให้ทุกคนเอาเรื่องในวันนั้นมาแซวไม่หยุดขนาดว่าไอริณกับพีทไม่ได้เห็นกับตายังแซวเธอราวกับว่าวันนั้นไปกินเลี้ยงงานวันเกิดของมิกกี้ด้วยกันและจนถึงตอนนี้เธอยังคงรู้สึกผิดต่อน้องไม่หายเลย

  ดีหน่อยที่มิกเข้าใจและไม่ได้ว่าอะไรเพราะเธอเองก็ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เมาแล้วก็มักจะลำบากคนอื่นแบบนี้เสมอจนตอนนี้ไม่กล้าที่จะเมามากแล้วจริงๆ กลัวทำคนอื่นลำบากอีกน่ะสิ!

“เออๆ ไม่คิดก็ไม่คิด ทุกคนก็แค่แซวเล่นเอง” มินตราปลอบเพื่อนแต่ริมฝีปากยังคงยิ้มเหมือนเดิม มิกกี้คือน้องชายแท้ๆ ของเธอเอง ตอนนี้เจ้าตัวเรียนปีหนึ่งอยู่มหาวิทยาลัยอีกที่แต่ก็ไม่ได้ไกลกันมาก เป็นคู่ปรับของโบลิ่งมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว พวกเธอสนิทกันเหมือนพี่น้องที่คลานตามกันออกมาเลยล่ะเพราะบ้านอยู่ติดกัน

“ชิ ทุกคนรวมหัวกันแกล้งอ่า โบลิ่งไม่ยอมมม” เธอทำงอแงแบบเด็กๆ จนพีทถอนหายใจใส่และพยักหน้าบอกไอริณให้ลากตัวเพื่อนไปเรียนจะได้เลิกโวยวาย ทำเอามินตราและเฟิร์นขำกันจนน้ำตาไหลเพราะสภาพที่โบลิ่งถูกพีทกับไอริณล็อกคอไปนั้นตลกมาก ทุกคนเพียงแค่แกล้งกันเล่นไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายเจ็บแต่อย่างใด นี่ขนาดเดินห่างไปไกลแล้วนะยังได้ยินเสียงโบลิ่งโวยวายอยู่เลย

“ไปเถอะ เราก็ไปเรียนกันบ้าง” มินตรามองตามเพื่อนจนลับสายตาจึงหันมาชวนเฟิร์นที่ยังยิ้มขำมองตามสามคนนั้นไป เฟิร์นพยักหน้าและเก็บขยะไปทิ้งก่อนจะเดินควงแขนไปกับเพื่อนเพื่อเข้าห้องเรียนเพราะอีกไม่ถึงยี่สิบนาทีก็จะเริ่มเรียนวิชาแรกของวันนี้แล้ว

ทั้งสองคนใช้เวลาในการเรียนเกือบทั้งวันจนกระทั่งถึงวิชาสุดท้ายที่อาจารย์ยังคงสั่งงานเยอะอีกเช่นเคย ซึ่งเมื่อเลิกคลาสแล้ว ทั้งสองสาวก็แยกย้ายกันกลับบ้านตามปกติ มินตราแยกไปหาแฟนหนุ่มของเธอส่วนเฟิร์นก็เดินไปหาพี่วินเพราะเขาได้มารอเธอที่ข้างตึกคณะเพื่อจะได้เดินไปส่งเธอที่รถโดยเฉพาะ เขาขอแค่ได้ใช้เวลาอยู่กับเธอสักนิดก็ยังดีเพราะวันนี้เขาไปทานข้าวกับเธอไม่ได้เนื่องจากว่าเขายังมีเรียนต่ออีกในช่วงเย็น

สองหนุ่มสาวเดินเคียงคู่กันไปด้วยความสนิทสนมและท่าทางเหล่านั้นของทั้งคู่ก็กำลังตกอยู่ในสายตาคมของใครอีกคนที่กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างห้องน้ำชายแถวลานจอดรถ เลโอมองคนตัวเล็กกับคนที่เดินมากับเธอไม่วางตาก่อนจะพ่นควันบุหรี่ออกจากปากอย่างระบายอารมณ์ที่มันคุกรุ่นขึ้นมาในใจ

“นั่นไอ้วินกับน้องเฟิร์นนี่ โอ้โห มันนี่คลั่งรักใช่ย่อย จะเข้าเรียนวิชาต่อไปอยู่ละยังอุตส่าห์เดินไปส่งน้องขึ้นรถ” เสียงคนคุยกันจากหน้าห้องน้ำทำเอาเลโอที่ยืนสงบสติอารมณ์อยู่หันไปมองก่อนจะเดินไปหารุ่นน้องสองคนนั้น ที่เขารู้ว่ามันเป็นรุ่นน้องเพราะเคยเจอพวกมันที่ผับมาบ้าง ไอ้คนที่พูดเมื่อกี้ชื่อไอ้ปออยู่ปีสามคณะบริหาร ส่วนเพื่อนมันอีกคนเขาไม่ยังไม่เคยพูดคุยด้วย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าไปเค้นเอาคำตอบจากพวกมันสองคน

“เมื่อกี้พวกมึงสองคนพูดว่าอะไรนะ ไอ้คนชื่อวินคนนั้นกำลังคบกับน้องเฟิร์นงั้นเหรอ?” เลโอเดินเข้าไปหาและยิงคำถามที่เขาอยากจะรู้ทันที เพราะเมื่อสักครู่เขาได้ยินไม่ผิดแน่ แต่เขาก็อยากจะได้รับคำยืนยันจากพวกนี้อยู่ดี

“พะ..พี่เลโอ สวัสดีครับพี่” ปอกับเพื่อนรีบยกมือไหว้รุ่นพี่ที่พวกเขาคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างตกใจและรู้สึกเกร็งกับสายตาดุดันคู่นั้น ปกติรุ่นพี่คนนี้จะนิ่งๆ แต่ก็ดูใจดีแต่วันนี้พวกเขากลับรู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออกกับแววตาจริงจังนั้น

“เออ! ไม่ต้องมาทักทายอะไรเยอะแยะ ตอบคำถามกูมาก็พอ สรุปว่าไง สองคนนั้นคือยังไง รีบๆ พูดมา” เลโอเร่งเร้าอีกทีด้วยน้ำเสียงดุๆ สายตาจับจ้องไปที่ลานจอดรถไม่วางตา เขาเห็นว่าทั้งคู่ยังยืนคุยกันโดยที่น้องสาวของเพื่อนรักดูยิ้มแย้มและสดใสมากกว่าอยู่กับเขาตามลำพังอีก

“เอ่อคือ..ไอ้วินมันกำลังจีบน้องเฟิร์นอยู่ครับ แต่เหมือนจะยังไม่ได้ตกลงคบกัน แต่พวกผมคิดว่าอีกไม่นานสองคนนั้นก็น่าจะเป็นแฟนกัน” พวกเขาก็พูดไปตามสิ่งที่เห็น สองคนนั้นก็ไม่ได้คุยกันแบบหลบๆ ซ่อนๆ มีนัดกันไปกินข้าว ดูหนังตามปกติ เหลือแค่ทางน้องเฟิร์นตกลงคบกับเพื่อนของพวกเขาก็เท่านั้นเอง

“พอ! กูเข้าใจแล้ว พวกมึงจะไปเรียนไม่ใช่เหรอ ไปดิ” เลโอยกมือบอกให้พวกมันหยุดพูดก่อนที่เขาจะหงุดหงิดไปมากกว่านี้

“ครับๆ งั้นพวกผมขอตัวก่อน” ปอกับเพื่อนรีบเดินออกไปจากบริเวณนั้นและยังอดรู้สึกเสียวสันหลังกับท่าทางดุๆ ของหนุ่มรุ่นพี่ไม่ได้เพราะหนุ่มรุ่นพี่ทำราวกับไม่พอใจที่รู้ว่าสองคนนั้นกำลังคุยๆ กันอยู่ แต่ก็ไม่น่าแปลกใจอะไรเพราะพี่เลโอเป็นเพื่อนสนิทพี่ชายน้องเฟิร์น ก็คงจะห่วงและหวงแทนเพื่อนละมั้ง…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป