บทที่ 7 ขอโทษที่วุ่นวาย

ขอโทษที่วุ่นวาย

หลังจากพูดคุยกับหนุ่มรุ่นพี่เรียบร้อย ร่างบางก็หันไปเปิดประตูรถด้วยรอยยิ้มที่ยังคงประดับอยู่ เธอรู้สึกสบายใจที่ได้พูดคุยกับพี่วินคนนี้เพราะเขามีหลายอย่างที่คล้ายพี่ชายเธอ ทั้งเอาใจเก่งและยังเป็นผู้ชายที่สุภาพและอบอุ่นมากๆ ด้วย

แต่จริงๆ คนที่ใจดีและตามใจเธอทุกอย่างก็ไม่ได้มีแค่พี่ชายเธอหรอก ยังมีใครอีกคนที่ทั้งใจดีและตามใจเธอยิ่งกว่าพี่ชายเธออีกแต่เพียงแค่เธอไม่อยากไปนึกถึงเขาเพราะทุกครั้งที่นึกถึงความรู้สึกแย่ๆ ที่เธอพยายามกดทับมันเอาไว้มันก็คอยแต่จะปะทุขึ้นมาจนไม่อยากเจอหน้าเขาอีก หลายปีมานี้เธอพยายามที่จะทำตัวปกติและไม่คิดถึงเรื่องราวในอดีตแต่บางครั้งมันก็อดไม่ได้จนอาจจะเผลอทำตัวไม่น่ารักใส่เขาไป เธอจึงไม่ค่อยอยากไปไหนมาไหนกับเขาแค่สองคนหรือถ้าเลี่ยงการเผชิญหน้าได้เธอก็อยากจะเลี่ยง

“น้องเฟิร์น” เสียงทุ้มอันคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังทำให้เธอหยุดชะงักและหันกลับมามอง เธอขมวดคิ้วมองคนตรงหน้าเพราะไม่คิดว่าจะมาเจอเขาที่นี่น่ะสิ

“พี่เลโอ มาทำอะไรที่นี่คะ แล้วมีอะไรจะคุยกับเฟิร์นหรือเปล่า” เธอปิดประตูรถและหันกลับมาคุยกับเขาดีๆ เมื่อสักครู่พึ่งจะนึกถึงเขา ไม่คิดเลยว่าเขาจะโผล่มาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงแบบนี้ ตกใจหมดเลย!

“พี่มาเข้าห้องน้ำและเห็นเรายืนคุยกับไอ้วินพอดี ก็เลยอยากมาถามอะไรเราหน่อย” เลโอมองเธอนิ่งๆ และพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองเอาไว้ หลังจากที่รุ่นน้องสองคนนั้นเดินขึ้นตึกเรียนไป เขาก็รีบสาวเท้ามาหาคนตัวเล็กเพราะกลัวว่าเธอจะกลับก่อนที่เขาจะได้ฟังคำตอบจากปากเธอ

“ถามอะไรคะ?” ร่างบางเริ่มรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง นี่เขาคงไม่ได้มาถามเรื่องพี่วินและสั่งห้ามไม่ให้เธอคุยกับหนุ่มรุ่นพี่คนนั้นหรอกนะ เขาลืมไปหรือเปล่าว่าเธอโตแล้ว ไม่ใช่เด็กๆ ที่เขาจะคอยมาขัดขวางไม่ให้ใครมาจีบเธอหรือไม่ยอมให้เธอคบใครจนกว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้

“เราคบกับไอ้วินจริงๆ เหรอ” เลโอถามออกไปอย่างไม่อ้อมค้อมเพราะเขาอยากได้ยินคำตอบจากปากเธอมากกว่าคนอื่นบอก

“กำลังคุยๆ กันค่ะ ยังไม่ตกลงคบ” ร่างบางตอบออกไปตามความจริงพร้อมกับเม้มปากแน่นอย่างรู้สึกอึดอัดขึ้นมา

“ไอ้โฟล์ครู้เรื่องยัง”

“รู้แล้วค่ะ พี่โฟล์คไม่ได้ว่าอะไร”

“ไอ้วินคนนี้ ไว้ใจมันได้แค่ไหน มันดีจริงหรือเปล่า พี่กลัวว่ามันจะหลอกเฟิร์นและทำเฟิร์นเสียใจทีหลัง” เนื่องจากเขาไม่เคยพูดคุยกับฝ่ายนั้นมาก่อนจึงไม่รู้ว่ามันไว้ใจได้มากแค่ไหนทำให้เขาอดที่จะถามเธออย่างเข้มงวดไม่ได้ เขารู้ว่าอาจทำให้เธอไม่พอใจแต่เขาก็ไม่สามารถปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปได้เช่นกัน

“เฟิร์นโตแล้วนะคะ การที่เฟิร์นจะตัดสินใจคบใครหรือกำลังพูดคุยกับใคร เฟิร์นคิดเองได้ค่ะ พี่เลโอเลิกทำแบบนี้เถอะเฟิร์นอึดอัด” เธอถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายเพราะเขาเป็นแบบนี้อีกแล้วน่ะสิ

“พี่ก็แค่กลัวว่ามันจะทำเฟิร์นเสียใจ พี่ไม่อยากให้เฟิร์นไว้ใจคนอื่นจนเกินไป โดยเฉพาะผู้ชายที่พึ่งรู้จักกัน มันอาจจะคิดไม่ดีกับเฟิร์นอยู่ก็ได้ มันอาจจะหวังเคลมเราแล้วเขี่ยทิ้งก็ได้” เลโอก็ไม่ยอมเช่นกันเพราะเขาเป็นห่วงเธอ ขึ้นชื่อว่าผู้ชายยังไงเขาก็อยากให้เธอระวังตัวเอาไว้ก่อน ไม่ควรจะไว้ใจคนอื่นมากเกินไปแบบนี้

“เหมือนกับที่พี่เลโอเคยทำน่ะเหรอคะ พี่เลโออย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะเป็นแบบนั้นทุกคน พี่วินเขานิสัยดีกว่าที่พี่คิด เลิกระแวงว่าคนอื่นจะเป็นคนไม่ดีและทำเฟิร์นเสียใจเถอะค่ะ ตอนเฟิร์นอยู่มัธยมเฟิร์นยังพอเข้าใจได้ ว่าพี่กับพี่โฟล์คเป็นห่วงเพราะเฟิร์นยังเด็ก แต่ตอนนี้เฟิร์นโตแล้ว เฟิร์นมีสิทธิ์ตัดสินใจด้วยตัวเองว่าจะคบกับใครก็ได้ พี่เลโอเลิกทำแบบนี้สักทีเถอะ พี่ชายเฟิร์นยังไม่วุ่นวายเท่าพี่เลย” พออารมณ์คนเรามันถึงขีดจำกัดที่ต้องอดทนมานาน มันก็ระเบิดออกมาจนลืมคิดไปว่าจะทำให้ใครอีกคนเสียความรู้สึกหรือเปล่าเพราะตอนนี้คนที่เธอระบายอารมณ์ใส่ได้ยืนนิ่งเงียบไปแล้ว

เธอไม่ได้อยากพูดถึงอดีตที่ผ่านมาแต่มันอดไม่ได้ที่จะพูดเพราะเขากำลังทำตัววุ่นวายกับเธอจนเกินไป ไม่ใช่แค่ครั้งนี้แต่มันหลายครั้งแล้วต่างหาก ตอนอยู่มัธยมเธอยังพอเข้าใจเพราะเธอยังเด็กจริงๆ ไม่ควรมีความรักในช่วงวัยนั้น พี่ชายเธอและเขาหวงเธอมาก พยายามกีดกันและขัดขวางคนที่เข้ามาจีบเธอแทบทุกคนจนเธอไม่มีหรอกรักใสๆ ในวัยมัธยมน่ะ ได้แต่แอบปลื้มรุ่นพี่ไปวันๆ ก็แค่นั้น

อีกอย่างตอนนั้นเธอเองก็ติดเขามากเพราะเขาใจดีและตามใจเธอทุกอย่าง เธอรู้จักกับเขาตั้งแต่ตอนมอหนึ่งเพราะเรียนมัธยมที่เดียวกันกระทั่งเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นในช่วงที่เธออยู่มอสี่และเขาอยู่มอหก ความสัมพันธ์ที่เคยสนิทสนมกันก็เริ่มเปลี่ยนไปรวมถึงความรู้สึกของเธอก็ด้วย จนถึงตอนนี้ความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีต่อเขามันยังไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้เลย

ช่วงแรกที่เขาเข้ามหาวิทยาลัยนับว่าเป็นช่วงที่เธอกับเขาแทบไม่เจอกันและไม่ได้พูดคุยกันเลย พึ่งจะได้กลับมาเจอกันบ่อยๆ และได้พูดคุยกันอีกครั้งก็ตอนที่เธอขึ้นปีหนึ่งเนี่ยแหละ เธอพยายามทำตัวเป็นปกติเพราะไม่อยากไปนึกถึงเรื่องในอดีตอีก เขาเองก็เช่นเดียวกันไม่อย่างนั้นคงไม่ชอบหาเรื่องแกล้งให้เธอโมโหหรือหงุดหงิดได้ตลอดหรอก มันคงเป็นสิ่งเดียวที่ยังทำให้เธอกับเขาพูดคุยกันได้

“ที่พี่พูดก็เพราะพี่เป็นห่วงและหวังดีกับเรา แต่ถ้าเฟิร์นไม่ต้องการพี่ก็จะไม่พูดอีก ขอโทษด้วยที่ทำให้เราอึดอัด” เขาปล่อยให้เธอระบายความอึดอัดจนพอใจจึงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แววตาคือวูบไหวจนคนมองรู้สึกได้และเธอก็เหมือนจะได้สติขึ้นมาว่าไม่ควรพูดจาแรงๆ แบบนี้กับเขา พี่ชายเธอเคยบอกเอาไว้ว่าอย่าพูดถึงเรื่องพวกนี้อีก ปล่อยให้มันลบเลือนไปตามกาลเวลาเพราะยิ่งพูดถึงก็ยิ่งรู้สึกไม่ดีเปล่าๆ แต่เธอกลับพูดมันออกไปจนหมดแถมยังต่อว่าเขาด้วยถ้อยคำรุนแรงด้วย

“พี่เลโอ คือเฟิร์น…”

“พี่ขอตัวก่อน ขับรถกลับบ้านดีๆ นะ” ไม่รอให้เธอได้พูดอะไรอีก เขาก็หันหลังเดินออกมาทิ้งให้เธอมองตามแผ่นหลังเขาอย่างคนรู้สึกผิด จู่ๆ ก็รู้สึกอึดอัดและจุกหน่วงขึ้นมาที่ใจ แววตาที่เคยอ่อนโยนคู่นั้นมันสะท้อนถึงความเสียใจแต่ก่อนที่เขาจะหันหลังกลับไปเธอเห็นว่ามันดูเย็นชาขึ้นจนเธอรู้สึกใจหาย เขาคงไม่โกรธเธอจนไม่มาวุ่นวายกับเธออีกหรอกใช่มั้ย แม้เธอเองจะอยากให้มันเป็นแบบนั้นมาโดยตลอดแต่ทำไมพอนึกว่าเขาจะเงียบหายไปถึงได้รู้สึกใจหายแบบนี้กันล่ะ…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป