บทที่ 8 เคยเป็นคนสำคัญ
เคยเป็นคนสำคัญ
หลายชั่วโมงต่อมา
เลโอขับรถเลี้ยวเข้ามาในบริเวณบ้านหลังใหญ่ที่นานๆ ครั้งเขาจะกลับมาสักครั้งเพราะตั้งแต่ออกไปอยู่คอนโดคนเดียวก็รู้สึกชินกับการอยู่คนเดียวไปแล้ว อันที่จริงเขาก็ชินกับการที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวมานานแล้ว ตั้งแต่เด็กเลยก็ว่าได้ แต่ที่เขายังอยากที่จะกลับบ้านเพราะที่นี่ยังมีคุณย่าที่เป็นความสบายใจและเป็นคนที่ยังรักและรอเขากลับบ้านอยู่ คุณย่าใจดีและรักเขามากและเขาก็รักคุณย่ามากๆ เช่นกัน
“สวัสดีค่ะคุณเลโอ วันนี้กลับมาบ้านคุณย่าต้องดีใจแน่ๆ เลยค่ะ” เอื้องแม่บ้านที่อยู่ที่นี่มานานรีบทักทายลูกชายคนโตของเจ้าของบ้านด้วยความนอบน้อม เธอเข้ามาเป็นแม่บ้านตั้งแต่ลูกชายคนเล็กของคุณท่านคลอดเพราะป้าของเธอที่เป็นแม่บ้านเก่าแก่ที่นี่ให้เธอมาทำงานด้วย
“สวัสดีครับพี่เอื้อง นี่คุณพ่ออยู่มั้ยครับ” เลโอยิ้มบางๆ และมองเข้าไปในบ้านของบิดา ที่นี่มีบิดาและน้าสุกัญญาซึ่งเป็นภรรยาใหม่ของผู้เป็นพ่ออยู่อาศัยรวมถึงลีวายส์น้องชายของเขาด้วย ส่วนคุณย่าอยู่บ้านอีกหลังที่อยู่ไม่ไกลกัน บ้านทั้งสองหลังอยู่ในพื้นที่เดียวกันเพราะคุณย่าชอบความสงบเลยชอบที่จะอยู่เงียบๆ คนเดียวมากกว่าซึ่งทุกครั้งที่เขากลับบ้านก็มักจะไปนอนที่บ้านคุณย่าเป็นส่วนใหญ่
“อยู่ค่ะ กำลังทานข้าวเย็นกันพอดี คุณเลโอเข้าไปทานข้าวกับคุณผู้ชายเลยมั้ยคะ พี่จะได้จัดจานไปเพิ่มให้ค่ะ”
“ยังไม่ต้องก็ได้ครับ ผมว่าจะไปทานข้าวกับคุณย่า” ก่อนมาที่นี่เขาโทรหาคุณย่าแล้วว่าจะเข้ามาทานข้าวเย็นด้วยและคิดว่าจะนอนที่นี่สักคืนเพื่อให้จิตใจที่มันว้าวุ่นสงบลง
“อ่อ ได้ค่ะๆ งั้นเดี๋ยวพี่ให้คนไปจัดการให้นะคะ เสร็จแล้วจะให้คนยกไปที่บ้านคุณย่าให้ค่ะ” ป้าของเธอเป็นคนดูแลคุณพิสมัยผู้เป็นย่าของคุณเลโออยู่เรือนด้านหลัง เธอจึงต้องมาดูแลเจ้านายอีกคนอยู่ที่นี่แต่แม่บ้านและเด็กรับใช้ทุกคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็ต้องดูแลเจ้านายทุกคนทุกบ้านให้ดีที่สุดเท่าๆ กัน
“ครับ” เลโอเดินเลี่ยงเข้าไปในบ้านเพราะคิดว่าควรเข้าไปทักทายบิดาและแม่เลี้ยงเขาก่อน แต่เพียงก้าวขาเข้าไปในบ้านได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดชะงักไปเพราะเพียงได้ยินน้ำเสียงอ่อนโยนและอบอุ่นของผู้เป็นพ่อที่ใช้พูดกับภรรยาใหม่และน้องชายของเขาก็ทำให้เขารู้สึกจุกหน่วงขึ้นมา พยายามทำใจให้ชินแต่ก็ยังไม่ชินสักทีสินะ
“น้องลีทานเยอะๆ นะลูก แล้วนี่เปิดเทอมแล้วเป็นไงบ้าง โอเคมั้ยครับ” เลโอยิ้มหยันเมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านั้นของบิดา เมื่อก่อนเขาเคยเป็นคนที่สำคัญที่สุดของบ้านนี้เป็นลูกที่บิดารักมากที่สุดเพราะบิดารักมารดาเขามาก กระทั่งมารดาเสียชีวิตด้วยโรคร้ายตอนที่เขาอายุได้เพียงห้าขวบ ความอบอุ่นและใจดีเหล่านั้นก็เหมือนจะหายไป
บิดาเอาแต่ทำงานจนหลงลืมเขา ทุ่มเทเวลาทุกอย่างกับการทำงานเพราะความเสียใจจึงทำให้ท่านกลายเป็นคนเงียบขรึมและไม่ค่อยพูด แม้ว่าตอนนั้นเขาจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์มากนักแต่เขาก็รับรู้ได้ว่าตัวเองถูกทิ้งและถูกลืมบ่อยๆ จนมันกลายเป็นเรื่องที่ฝังใจว่าบิดาเปลี่ยนไป เขาเป็นคนที่ถูกลืมและไม่มีความสำคัญกับท่านอีกต่อไป โชคดีที่เขามีคุณปู่และคุณย่าคอยประคบประหงมเลี้ยงดูด้วยความรักความเอาใจใส่ทำให้เขาผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากในตอนเด็กมาได้ แต่แผลในใจมันก็ยังไม่เคยหายไปไหนจนถึงตอนนี้ก็ยังคงไม่หายไป
ครอบครัวเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรมและห้างสรรพสินค้าและที่บิดามารดาได้รู้จักกันก็เพราะบิดาต้องการขยายโรงแรมไปยังสาขาต่างจังหวัดจึงได้พบกับมารดาของเขาที่นั่น จังหวัดตราดคือบ้านเกิดของมารดา ท่านทำธุรกิจโรงแรมและซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ทำให้ท่านได้มีโอกาสพูดคุยกับบิดาของเขาที่ตอนนั้นต้องการหาที่ดินทำเลสวยๆ ในการสร้างโรงแรม
ทั้งสองคนจึงได้สานสัมพันธ์กันมานับแต่นั้น เรื่องนี้คุณย่าเป็นคนเล่าให้เขาฟังเอง ส่วนคุณปู่นั้นท่านได้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจเมื่อสามปีก่อนซึ่งการจากไปของคุณปู่สร้างความเสียใจให้กับทุกคนโดยเฉพาะผู้เป็นย่าทำให้เขาต้องคอยมาอยู่ดูแลคุณย่าบ่อยๆ จนท่านทำใจได้ เขาถึงได้ย้ายออกไปอยู่คอนโดคนเดียว ส่วนคุณตากับคุณยายพวกท่านอยู่ที่ต่างจังหวัดซึ่งหากมีเวลาว่างเขาก็จะไปเยี่ยมพวกท่านเสมอ
ตั้งแต่เด็กจนโตเขาทำตัวเป็นเด็กดีและทำตามความต้องการบิดามาโดยตลอดเพราะอยากให้บิดาสนใจเขาเหมือนเดิมแต่มันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นเพราะหลังจากมารดาเสียได้เกือบสองปี บิดาก็แต่งงานใหม่กับลูกสาวของคู่ค้าทางธุรกิจจนกระทั่งมีลูกชายอีกคนนั่นก็คือลีวายส์น้องชายที่ห่างกับเขาถึงเจ็ดปีคนนี้ คนที่นั่งทานข้าวกับพ่อแม่และได้รับความรักอย่างเต็มเปี่ยม
เขาไม่ได้สนิทสนมกับน้องชายนักเพราะอายุห่างกันมากแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกแย่หรือไม่รักน้องแต่อย่างใด เขาแค่รู้สึกว่าปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้แหละดีแล้วเพราะทุกคนก็เป็นแบบนี้กันมาตั้งนานแล้ว เคยคิดจะถามถึงเขาบ้างหรือเปล่ายังไม่รู้เลย
เมื่อเรียนจบมัธยมปลายเขารู้สึกว่าตัวเขาเองควรจะได้ทำอะไรตามใจตัวเองบ้างเพราะถึงทำตามความต้องการบิดาไปก็ไม่ได้อะไรกลับมาอยู่ดี เขาจึงขอเรียนวิศวะฯ ตามความชอบของตัวเองและอีกอย่างเขาก็อยากเรียนคณะเดียวกันกับเพื่อนด้วย ตอนแรกบิดาไม่เห็นด้วยเพราะท่านอยากให้เขาเรียนบริหารมากกว่าแต่เพราะเขาไม่เคยขอร้องอะไรบิดาเลยสักครั้ง ทำให้ท่านยอมให้เขาเรียนตามใจตัวเองซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่าบิดาก็ยังคงรักเขาอยู่ อย่างน้อยท่านก็ยังยอมตามใจเขาในเรื่องนี้
เลโอไม่ได้เดินเข้าไปทักทายบิดาและแม่เลี้ยงของเขาตามความตั้งใจเดิมเพราะไม่อยากเข้าไปขัดความสุขของทุกคน เขาเดินกลับออกมาและเดินไปยังบ้านคุณย่าที่อยู่ด้านหลังแทน
สามคนพ่อแม่ลูกนั่งทานข้าวกันตามปกติจนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินเข้ามาจึงหันไปมองและพบว่าเป็นเอื้องที่ไปหยิบจานผลไม้มาให้ เอื้องขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะเธอคิดว่าจะได้เห็นลูกชายคนโตของคุณผู้ชายอยู่ที่นี่ด้วย สรุปคือคุณเลโอไม่เข้ามาหาคุณพ่องั้นเหรอ
“มองหาใคร มีอะไรหรือเปล่า แล้วเมื่อกี้คุยกับใครฉันได้ยินเสียงแว่วๆ” ณรงค์ถามออกไปเสียงนิ่งๆ ตามปกติ เมื่อสักครู่เขาได้ยินเสียงคนคุยกันจริงๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นใครเพราะคิดว่าหากเป็นมารดาของเขาก็คงมีคนเข้ามาบอกเอง
“เอ่อ คุยกับคุณเลโอค่ะคุณผู้ชาย คุณเลโอบอกจะเข้ามาหาคุณผู้ชายกับคุณสุก่อนจะไปหาคุณท่านที่เรือนด้านหลัง เอื้องก็เลยมองหาน่ะค่ะ นึกว่าคุณเลโอเข้ามาแล้ว” เนื่องจากเธอเป็นแม่บ้านที่อยู่ที่นี่มานานทำให้เธอไม่ค่อยเกร็งกับเจ้านายเท่าไรแต่ก็ยังมีความเกรงใจและนอบน้อมเหมือนเดิม
“เลโอมางั้นเหรอ?” แววตาของณรงค์วูบไหวเมื่อได้ยินว่าลูกชายคนโตกลับบ้าน นานแล้วที่เขาไม่ได้กินข้าวกับลูกชายคนโต สองสามีภรรยามองหน้ากันและได้แต่แสดงแววตารู้สึกผิดออกมา หลายปีมานี้พวกเขาละเลยเลโอจนมันเกิดช่องว่างของความสัมพันธ์จนกลายเป็นความห่างเหินกันไปเรื่อยๆ
“พี่เลโอมาเหรอครับคุณพ่อ แล้วทำไมพี่ไม่เข้ามาล่ะ ผมคิดถึงพี่ อยากกินข้าวกับพี่เลโอครับ” ลีวายส์มองบิดามารดาสลับกันไปมาเพราะเขารักพี่ชายมาก อยากเจอและอยากคุยด้วย ตั้งแต่พี่ชายไปอยู่คอนโดก็แทบไม่ได้เจอกันเลย
ได้ยินลูกชายคนเล็กถามด้วยน้ำเสียงหงอยๆ ก็ทำให้เขารู้สึกผิดมากกว่าเดิมอีก อันที่จริงลูกๆ ทั้งสองควรจะสนิทกันมากกว่านี้รวมถึงตัวเขาเอง ที่ควรจะใส่ใจเลโอมากกว่านี้ด้วย ไม่รู้ว่ามันจะสายเกินไปหรือเปล่าหากเขาจะขอชดเชยให้ลูกชายคนโตนับแต่นี้ไป
“งั้นเอาอย่างนี้ดีมั้ยลูก ไว้เราเจอพี่เลโอ ลูกก็ชวนพี่เขามากินข้าวด้วยกันสักมื้อ พ่อเองก็คิดถึงพี่ชายลูกเหมือนกัน” สุกัญญามองสามีและยิ้มอย่างเห็นด้วย เธอเองก็ไม่อยากห่างเหินกับลูกเลี้ยงมากไปกว่านี้อีกแล้ว ยังไงซะทุกคนก็เป็นครอบครัวเดียวกัน
“ดีครับๆ งั้นกินข้าวเสร็จผมจะไปหาพี่เลโอที่บ้านคุณย่า” ลีวายส์ยิ้มอย่างอารมณ์ดี เจ้าตัวเป็นเด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาและผิวขาวไม่ต่างจากผู้เป็นพี่แต่สุขภาพกลับไม่ค่อยแข็งแรงนัก ตอนเด็กๆ เขามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจจึงต้องเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลอยู่หลายครั้ง กระทั่งโตขึ้นถึงรู้สึกว่าตัวเองร่างกายแข็งแรงขึ้นมาหน่อย
“ค่อยไปวันพรุ่งนี้แล้วกันลูก วันนี้คุณย่าน่าจะอยากคุยกับพี่เลโอตามลำพังน่ะ” มารดาของเขาชอบอยู่กับหลานชายคนนี้เพราะท่านเลี้ยงมาด้วยตัวเอง จึงผูกพันและรักเลโอเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่รักหลานอีกคนเพียงแต่รักเลโอมากกว่าเท่านั้น
“ได้ครับ ก่อนพี่เลโอกลับคอนโด ผมจะชวนพี่กินข้าวด้วยกันให้ได้เลย” เด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีบอกบิดามารดาด้วยความหมายมั่น เขาจะต้องทำให้พี่ชายอยู่ทานข้าวด้วยกันให้ได้
“โอเคครับ งั้นก็กินข้าวกันต่อเถอะ เดี๋ยวน้องลีต้องขึ้นไปทำการบ้านต่อไม่ใช่เหรอลูก”
“ครับคุณพ่อ” หลังจากนั้นสามคนพ่อแม่ลูกก็นั่งกินข้าวกันต่อโดยที่ณรงค์มองลูกชายด้วยความเอ็นดูและอดคิดถึงลูกชายอีกคนไม่ได้ เขาละเลยเลโอมานานมากแล้วจริงๆ หลังจากที่ภรรยาคนแรกเสียชีวิตเขาก็กลับไปทำแต่งานเพื่อไม่อยากให้ตัวเองฟุ้งซ่าน ยอมรับว่าเขาเสียใจมากและทำใจไม่ได้เลยในช่วงแรก มันเร็วเกินไปจนเขาตั้งตัวไม่ทัน เขายังคงรู้สึกผิดไม่หายเพราะช่วงเวลานั้นเขารู้สึกว่าตัวเองดูแลภรรยาได้ไม่ดีพอ นี่ถ้าเขาไม่เอาแต่ทำงานหนักก็คงจะสังเกตเห็นอาการป่วยของเธอได้บ้าง รู้ตัวอีกทีอาการเธอก็ทรุดหนักไปแล้ว
เธอเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายที่มันไม่สามารถรักษาได้แล้วกระทั่งเธอเสียชีวิต ความรู้สึกผิดในวันนั้นมันส่งผลให้เขาอยากดูแลครอบครัวให้ดีขึ้นกว่านี้ อยากให้โอกาสตัวเองได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เขาจึงหันมาทุ่มเทความรักความเอาใจใส่ทุกอย่างให้ภรรยาใหม่และลูกชายคนเล็กจนหมดและเผลอละเลยลูกชายอีกคนไปจนมันเกิดช่องว่างความสัมพันธ์ที่ห่างเหินกัน
เขารู้ว่าเขาทำผิดกับเลโอมากและเขาหวังว่าเลโอยังจะให้โอกาสพ่อคนนี้ให้ทำหน้าที่พ่อที่ดีอีกสักครั้ง สุกัญญาก็รู้สึกไม่ต่างกัน พวกเธอควรจะชดเชยช่วงเวลาดีๆ ให้เลโอกันได้แล้ว ที่ผ่านมาเธอรู้ว่าเธอกับสามีละเลยเลโอจนเกินไปเพราะตอนเด็กๆ ลีวายส์ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงนักทำให้เธอกับสามีทุ่มเทความรักความเอาใจใส่ทุกอย่างให้ลูกคนนี้เป็นพิเศษ แต่พวกเธอก็ลืมไปว่าเลโอเองก็ต้องการความรักความเอาใจใส่เหมือนกัน หวังว่ามันคงไม่สายเกินไปที่พวกเธอจะขอชดเชยช่วงเวลาเหล่านั้นให้เลโออีกครั้ง…
