บทที่ 3 เลขาคนใหม่
บทที่3
เลขาคนใหม่
เช้าวันรุ่งขึ้นอัคคีภัสร์รีบตื่นมาแต่เช้าเพื่อรอดูผลงานของตน สายตาของชายหนุ่มเหลือบมองไปยังประตูห้องของหญิงสาวอย่างพอใจพลางเดินลงมาที่ห้องครัวอย่างใจเย็น
”ตื่นแล้วหรือเจ้าเพลิง มานั่งก่อนสิ” เจ้าสัวชูชัยเอ่ยทักลูกชายที่พึ่งเดินเข้ามาในห้องอาหาร
”ครับพ่อ” อัคคีภัสร์พูดตอบก่อนที่จะเดินไปนั่งข้างๆผู้เป็นพ่อ ไม่นานนักแม่บ้านก็นำอาหารเช้ามาวางไว้ตรงหน้าชายหนุ่ม
”วันนี้หนูลิตาทำงานวันแรก แกอย่าไปแกล้งหนูลิตาเขาล่ะ” พูดจบผู้เป็นพ่อยกแก้วกาแฟขึ้นมาดื่ม ก่อนที่หญิงสาววัยกลางคนจะเดินเข้ามาในห้อง
”ครับ รู้แล้วน่ะใครจะไปกล้าแกล้งลูกสาวคนโปรดของพ่อได้ล่ะ ลืมไปแล้วมั้งว่าผมเป็นลูกแท้ๆไม่ใช่แม่คนนั้น ผมไปดีกว่า เดี๋ยวไปทำงานสายตำแหน่งประธานของผมจะถูกพ่อยกให้คนอื่นซะก่อน สวัสดีครับน้าพิมพ์” อัคคีภัสร์ยกมือทักทายหญิงสาวที่เข้ามาใหม่พลางมองหน้าผู้เป็นพ่ออย่างกวนๆก่อนที่รีบเดินออกไปเพราะไม่อยากฟังเสียงบ่นของบิดา
หลังจากชายหนุ่มเดินพ้นประตูออกไปผู้เป็นพ่อก็ถอนหายใจพลางส่ายหน้าเบาๆ
”เจ้าเพลิงนะเจ้าเพลิง ทำไมถึงมองคุณกับหนูลิตาในแง่ร้ายได้ขนาดนี้ ผมละปวดหัวกับลูกชายคนนี้จริงๆ”
”เอาเถอะค่ะคุณ แค่เพลิงยอมเรียกฉันว่าน้าก็พอแล้วเรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลาค่ะ”
“ครับชั่งเถอะ ยังไงซะหนูลิตาก็กลับมาแล้ว ให้มาเป็นเลขาเจ้าเพลิงก็ดีกว่าไปเป็นเลขาของพวกหัวงูพวกนั้น”
”ขอบคุณนะคะที่พาลิตากลับมา”
”ลิตาก็เหมือนลูกสาวของผมคนหนึ่ง ไม่มีพ่อคนไหนอยากให้ลูกใช้ชีวิตอยู่ในที่ที่อันตรายแบบนั้นหรอกครับคุณไม่ต้องกังวลนะ”
“ค่ะ”
อัคคีภัสร์เดินออกมาจากบ้านหลังใหญ่พลางมองดูรถที่จอดอยู่ภายในบ้าน รถยังอยู่ครบทุกคันแสดงว่าแผนการของเขาได้ผล อัคคีภัสร์ยิ้มอย่างมีความสุขก่อนที่จะเดินไปยังรถของตนเองแล้วขับออกไปทันที
ไม่นานนักรถหรูคันดำก็มาจอดที่หน้าบริษัทใหญ่ ร่างสูงโปร่งของอัคคีภัสร์เดินลงจากรถก่อนที่เจตรินมือขวาของเขาจะเข้ามาทักทาย
”สวัสดีครับบอส นี่คือเอกสารที่บอสให้ผมไปหามาครับ”
”ขอบใจมาก”
”ว่าแต่บอสจะเอาเอกสารงบประมาณเมื่อสิบปีที่แล้วไปทำไมหรือครับ”
”ไม่มีอะไรหรอก เอ่อแล้วก็ให้คนไปเอาโต๊ะเลขาหน้าห้องเข้ามาในห้องของฉันด้วย”
”บอสจะให้คุณลิตาเข้าไปทำงานในห้องบอสหรือครับ”
”ใช่ ฉันไม่ไว้ใจหล่อน อีกอย่างถ้าฉันเอาหล่อนไว้ไกลตัวฉันก็บีบให้หล่อนลาออกยากน่ะสิ”
”ครับ เดี๋ยวผมจะให้คนไปย้ายโต๊ะให้ครับบอส”
”นายไปทำงานของนายเถอะ”
”ครับ”
หลังจากคุยกับมือขวาคนสนิทเสร็จอัคคีภัสร์ก็เดินเข้าไปในบริษัททันที ระหว่างทางพนักงานทุกคนก็ต่างยกมือทักทายประธานหนุ่มอย่างไม่ขาดสายตั้งแต่รปภ.หน้าทางเข้ายันพนักงานต้อนรับ
อัคคีภัสร์เดินตรงไปยังลิฟต์ก่อนที่จะกดปุ่มชั้น28ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดและเป็นชั้นที่มีเพียงห้องทำงานของประธานหนุ่ม
“มาวันแรกก็สายเลยนะคุณลิตา” อัคคีภัสร์พูดด้วยน้ำเสียงเข้มในลิฟต์
“ไม่ได้ๆ แบบนี้ยัยนั้นไม่กลัวหรอก มาวันแรกคุณก็สายเลยนะ” อัคคีภัสร์ดึกเสียงต่ำ
“มาทำงานวันแรกก็มาสายเลยนะคุณเลขา แบบนี้มันจะดูเก็กไปมั้ยว่ะแต่ก็น่าจะได้แหละ เธอเจอฉันแน่ลิตา” อัคคีภัสร์พรึมพรำอยู่คนเดียวภายในลิฟต์
หลังจากที่พูดคนเดียวมานานประตูลิฟต์ก็ถูกเปิดออกอัคคีภัสร์ก็เดินตรงไปยังห้องทำงานของตนด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ ทว่าขณะที่เขาเดินผ่านโซนพักผ่อนของชั้น28เสียงที่คุ้นหูก็ดังขึ้น
”สวัสดีค่ะคุณเพลิง” ลลิตาที่กำลังชงกาแฟเอ่ยทักทายผู้เข้ามาใหม่ด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย
”เดี๋ยวนะ รถที่บ้านก็อยู่ครบทุกคัน เธอมาตั้งแต่ตอนไหน”
”ฉันมาตั้งแต่หนึ่งโมงครึ่งแล้วค่ะ พอดีไม่อยากรบกวนคนที่บ้านเลยเรียกแอปมาหน่ะค่ะ ขอโทษที่ทำให้ผิดหวังตั้งแต่วันแรกนะคะ” ลลิตายิ้มออกมาพลางยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม
อัคคีภัสร์มองลลิตาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจนัก แผนการที่เขาวางไว้ดันถูกแม่คนนี้จับได้ซะงั้นแถมแม่คนนั้นยังหักหน้าเขาด้วยการมาถึงก่อนเขา
”ใครผิดหวังฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรสักหน่อย ดีเลยงั้นก็ชงกาแฟมาให้ฉันด้วย กาแฟดำสองช้อนน้ำผึ้งครึ่งช้อนน้ำร้อนร้อยยี่สิบองศาหนึ่งร้อยเจ็ดสิบมิลลิตร ใส่น้ำแข็งสองก้อนขอด่วนๆเลยนะ” อัคคีภัสร์ยิ้มมุมปากก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องทำงานของตนทันที
”คนบ้าอะไรกินกาแฟก็ต้องวัดอุณหภูมิน้ำคิดจะแกล้งฉันสินะ ได้เลยค่ะคุณเพลิง” ลลิตาบ่นออกมาเบาๆ
อัคคีภัสร์เดินเข้ามาในห้องทำงานของตนด้วยความหัวเสียก่อนจะลากเก้าอี้ตัวโตออกมาแล้วทิ้งตัวลง ทว่าจังหวะที่อัคคีภัสร์มองดูตารางงานของตน เขาก็นึกอะไรบางอย่างออก
”วันนี้มีคุยงานกับคุณปิติ ถ้าเกิดยัยนั้นทำงานนี้พังก็เท่ากับว่าไม่ผ่านโปร ฉันนี่มันฉลาดจริงๆ” อัคคีภัสร์ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาอีกครั้งเพราะคุณปิติเป็นลูกค้าที่รับมือยากมากๆ แถมยังเป็นลูกค้าที่ถือโปรเจคพันล้าน หากลลิตาทำงานพลาดเขาก็สามารถใช้เหตุผลนี้ไล่เธอออกได้อย่างสบายๆ
”กาแฟมาแล้วค่ะ” ลลิตาเดินถือแก้วกาแฟเข้ามาวางภายในห้องทำงานของประธานหนุ่ม อัคคีภัสร์กระตุกยิ้มเบาๆพลางยกแก้วกาแฟขึ้นมาดื่ม
”รสมือดีนิกาแฟนี่ถือว่าผ่าน แต่ว่าฉันมีงานให้เธอทำ” ตอนแรกเขากะว่าจะแกล้งเรื่องมากแล้วให้เธอไปชงกาแฟอีกสักสิบแก้ว แต่ในเมื่อมีแผนการใหม่เขาเลยแสร้งเป็นคนดีเพื่อให้อีกฝ่ายตายใจ
”มีอะไรหรือคะ”
”ช่วงเช้าฉันอยากได้สรุปเอกสารพวกนี้ ขอก่อนเที่ยงนะเพราะตอนบ่ายเราต้องไปคุยโปรเจคพันล้านกับคุณปิติ งานนี้สำคัญมากเธอก็ไปเตรียมข้อมูลมาดีๆล่ะอย่าทำให้ฉันขายหน้า”
ลลิตามองเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะของประธานหนุ่ม หน้าแฟ้มเขียนว่ารายงานเอกสารงบการเงินแต่นี่มันคือเอกสารสิบปีที่แล้วเขาคิดจะแกล้งเธออีกแล้วสินะ
“ได้เลยค่ะ” ลลิตายิ้มตอบก่อนจะหอบเอกสารกองโตออกไปจากห้องทำงานของประธานหนุ่ม
ลลิตาวางเอกสารลงบนโต๊ะก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
”ในหัวของเขามีแต่ความคิดที่จะแกล้งฉันอย่างเดียวเลยหรือไง ฉันไม่เสียเวลาทำงานแบบนี้ให้คุณหรอกนะ” เรื่องอะไรที่ลลิตาจะยอมให้อัคคีภัสร์แกล้งกดหัวเธอได้ฝ่ายเดียว ถึงลลิตาจะพึ่งเข้ามาทำงานที่นี่วันแรกแต่เธอก็เคยมีประสบการณ์ในการทำหน้าที่เลขามาก่อนเรื่องแบบนี้ไม่ทำให้เธอยอมแพ้หรอก
ลลิตาใช้จังหวะที่เจตรินเข้ามาขนย้ายโต๊ะทำงานของเธอในการออกไปแผนกบัญชีเพื่อขอสรุปงบประมาณย้อนหลังสิบปีที่แล้ว
โชคดีที่ฝ่ายบัญชีมีไฟล์สำรองของสรุปงบประมาณทุกปีทำให้ลลิตาไม่ต้องเสียเวลาสรุปเอกสารใหม่
หลังจากกลับมาจากฝ่ายบัญชีโต๊ะทำงานของเธอที่เคยอยู่หน้าห้องก็ถูกย้ายเข้าไปภายในห้องของอีกฝ่ายเป็นที่เรียบร้อย ลลิตาเดินเข้าไปในห้องทำงานของประธานหนุ่มก่อนที่จะเดินตรงไปยังโต๊ะของตนที่อยู่ภายในห้อง
”งานที่ฉันให้ไปทำถึงไหนแล้ว” อัคคีภัสร์เอ่ยถามพลางยกนาฬิกาขึ้นมาดู
”ยังไม่เสร็จค่ะแต่ใกล้เสร็จแล้ว” ลลิตาตอบออกไปแบบส่งๆ จะไม่เสร็จได้ยังในเมื่อทุกอย่างเสร็จไปตั้งแต่ที่เธอได้ไฟล์สรุปงบมาแล้ว
“รีบหน่อยนะ ฉันต้องรีบใช้อีกอย่างเรานัดคุณปิติไว้บ่ายโมงเราต้องออกจากบริษัทก่อนเที่ยงไม่งั้นรถติดแน่” อัคคีภัสร์พูดเสียงเข้ม ท่าทางและการกระทำของเขาทำให้ลลิตาหมั่นไส้จนอยากจะจับเขามาเป็นกระสอบทรายแล้วทุบซะให้เข็ดแต่จะทำยังไงได้ในเมื่อเจ้าสัวขอร้องให้เธอมาช่วยงานบริษัทเธอก็ต้องทน
”ได้เลยค่ะ เดี๋ยวฉันจะรีบเร่งให้นะคะ” พูดจบลลิตาก็เปิดคอมทันที ทว่าเธอไม่ได้ทำงานเลยแม้แต่น้อยลลิตาเปิดแอปนาฬิกาก่อนจะตั้งเวลาไว้สามสิบนาที เธอลดเสียงคอมจนหมดพลางเปิดเกมออนไลน์ขึ้นมาเล่นเพื่อฆ่าเวลาในขณะที่อัคคีภัสร์คอยนั่งจับตาดูเธอ
หลังจากผ่านไปสามสิบนาทีลลิตารีบกดหยุดเวลาและออกจากเกม มือเรียวหยิบแฟลชไดรฟ์ที่ได้มาเสียบลงในเครื่องคอมก่อนจะเปิดดาวน์โหลดไฟล์สรุปงบประมาณลงเครื่อง ไม่นานนักไฟล์ที่พึ่งโหลดเสร็จก็ถูกเปิดขึ้นลลิตากดสั่งปริ๊นซ์งานทันที
เอกสารหลายแผ่นค่อยๆทยอยไหลออกมาจากเครื่องปริ๊นซ์ทีละแผ่น ลลิตาเดินไปหยิบเอกสารและจัดเรียงให้เรียบร้อยก่อนที่จะเดินตรงไปยังโต๊ะของอัคคีภัสร์
”เอกสารที่คุณเพลิงให้ไปสรุปเสร็จแล้วค่ะ” ลลิตายื่นเอกสารให้กับอีกฝ่าย ทว่าอีกฝ่ายพยักหน้าเบาๆและลุกขึ้นโดยที่ไม่เหลือบมองเอกสารที่ลลิตาพึ่งทำเสร็จเลยแม้แต่น้อย
”ไปได้แล้ว เดี๋ยวไปช้ารถติดแล้วเราจะสาย” อัคคีภัสร์ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องทำงาน เมื่อเห็นแบบนั้นลลิตาก็รีบเดินไปหยิบกระเป๋าและตามอัคคีภัสร์ไปทันที
อัคคีภัสร์เดินตรงเข้าไปในลิฟต์พลางใช้มือกดเลขไปยังชั้น1 ก่อนที่หญิงสาวร่างบางจะรีบวิ่งตามเข้ามาในลิฟต์
”เธอหิวหรือยัง”
“ถามฉันหรือคะ”
”อยู่กันแค่สองคนให้ฉันถามผีที่ไหน”
“ยังค่ะ”
“ก็ดี เพราะฉันจะคุยงานให้เสร็จก่อนแล้วจะพาเธอไปกินข้าวหลังจากคุยงานเสร็จ”
”ค่ะ”
เมื่อบทสนทนาสิ้นสุดความเงียบก็เข้าปลุกคลุมภายในลิฟต์ ลลิตามองเลขที่ค่อยๆลดลงทีละเลขอย่างช้าๆ เมื่อเช้าตอนเธอขึ้นลิฟต์มายังรู้สึกว่าลิฟต์นี้ขึ้นเร็ว ทว่าตอนนี้ทำไมลิฟต์ถึงเคลื่อนช้าจังหรือเป็นเพราะว่ามีอัคคีภัสร์อยู่ในลิฟต์ด้วยเลยทำให้เวลาที่อยู่ในลิฟต์รู้สึกเหมือนนานขึ้น
หลังจากลงลิฟต์อัคคีภัสร์ก็เดินตรงไปยังที่จอดรถของตนก่อนจะยื่นกุญแจรถให้แก่หญิงสาว
”คะ”
”ขับรถสิ ฉันเป็นเจ้านายนะ จะให้ฉันขับให้เธอนั่งหรือยังไง”
“ค่ะ” ลลิตารับกุญแจรถจากผู้ออกคำสั่งก่อนจะเข้าไปนั่งฝั่งคนขับด้วยความจำยอม อัคคีภัสร์ยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าลลิตามีท่าทีไม่พอใจเพราะนั้นคือสิ่งที่เขาอยากให้เกิด
รถหรูเคลื่อนตัวออกจากบริษัทด้วยความเร็วแปดสิบก่อนจะมุ่งหน้าเข้าสู้ถนนเส้นหลักเพื่อไปยังร้านอาหารที่ได้จองไว้ให้กับลูกค้าคนสำคัญ เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงทำให้รถบนถนนเริ่มติดเป็นทางยาว อัคคีภัสร์เหลืบมองลลิตาที่หลี่ตามองรถข้างหน้าด้วยความกังวล
“เป็นอะไร หลี่ตาขนาดนั้นเดี๋ยวก็ปวดตากันพอดี”
”ฉันสายตาสั้นนะค่ะ ปกติเวลาขับรถจะใส่แว่นแต่วันนี้ไม่ได้เอามา”
”แล้วทำไมไม่บอกฉัน ขับรถเข้าข้างทางเดี๋ยวนี่เลย” เมื่อได้ยินเช่นนั้นอัคคีภัสร์จึงรีบให้อีกฝ่ายขับรถเข้าข้างทางทันที หล่อนมองไม่เห็นก็ยังจะดื้อดึงขับรถให้เขานั่ง อยากไปเฝ้ารากมะม่วงหรือยังไงกัน
ลลิตาค่อยๆขับรถเข้าไปจอดที่จุดจอดรถข้างทางก่อนที่จะลงจากรถเพื่อให้อีกฝ่ายมาสลับ
”ทำไมไม่บอกฉันว่าสายตาสั้น” เมื่อประตูรถถูกปิดอัคคีภัสร์ก็เอ่ยถามหญิงสาวทันที
”ก็คุณไม่ถาม”
”แล้วไม่คิดจะท้วงฉันหน่อยเลยหรือไง”
“จะให้ทำยังไงได้ละคะ คุณเป็นเจ้านายจะให้คุณมาขับรถให้ฉันนั่งหรือยังไง” ลลิตาเอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อถูกตำหนิ
”เออๆ ฉันผิดเองแหละที่ไม่ได้ถาม ทีหลังมีอะไรก็บอกเข้าใจมั้ยรัดเข็มขัดดีๆฉันจะออกรถแล้ว” เมื่อถูกหญิงสาวยอกย้อนกลับมาก็ทำเอาอัคคีภัสร์ไปไม่เป็นจนต้องยอมให้แก่อีกฝ่ายโดยจำใจ
”ค่ะ”
