บทที่ 5 ปลอบใจ

5

ปลอบใจ

หลังจากที่ทั้งคู่ออกมาจากร้าน อัคคีภัสร์ก็ขับรถตรงไปยังร้านอาหารที่อยู่ใกล้กับบริษัท ระหว่างทางชายหนุ่มสังเกตเห็นว่าเลขาสาวของตนมีท่าทีเปลื่ยนไปตั้งแต่ออกมาจากร้าน ในตาของเธอดูเศร้าผิดปกติซึ่งการกระทำนี้มันยิ่งทำให้อัคคีภัสร์เริ่มสับสน

“เดี๋ยวฉันจะพาไปกินข้าวที่ร้านในเคลือโรงแรมนะ ถ้ากินข้าวเสร็จแล้วไม่ไหวก็กลับบ้านไปก่อน ส่วนงานที่เหลือก็คอยมาทำต่อ”

“ฉันไหวค่ะ”

“ถ้าไหวก็ดีแล้ว เดือนนี้มีงานประมูลที่บริษัทของเราก็เข้าร่วมประมูลด้วยเพราะฉะนั้นเดือนนี้เธอต้องทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมเรียนรู้งานเพิ่มเติม ฉันไม่อยากให้เธอกดดันจนเกินไปเพราะมันจะทำให้งานออกมาแย่อีกอย่างเดือนหน้าโรงแรมของเราจะมีงานใหญ่เธอต้องไปกับฉันด้วย”

“ค่ะ” ลลิตาตอบกลับมาสั้นๆ แววตาของเธอมองทอดออกไปนอกหน้าต่างราวกับคนที่มีเรื่องค้างคาใจ อัคคีภัสร์ที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรจึงทำได้แค่ขับรถต่อไป

ไม่นานนักรถหรูของประธานหนุ่มก็เคลื่อนเข้ามาจอดที่ร้านอาหารในเคลือของบริษัทซึ่งก่อนหน้าที่จะมาถึงอัคคีภัสร์ได้โทรจองกับผู้จัดการร้านไว้แล้ว

“วันนี้อยากกินอะไรก็สั่งเลยนะ”

“คุณสั่งเลยค่ะฉันกินอะไรก็ได้ เอ่อคุณเพลิงคะฉันขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์สักครู๋ได้มั้ยคะ” เมื่อเห็นว่าเบอร์ที่คุ้นเคยโทรเข้ามาลลิตาจึงเอ่ยปากทันที

“โอเค งั้นฉันเข้าไปรอในร้านโต๊ะในสุด”

“ค่ะ” ลลิตายิ้มเบาๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง ส่วนอัคคีภัสร์ที่มองตามก็ได้แต่เดินเข้าไปในร้านอาหารเพื่อสั่งอาหารรออีกฝ่าย

ลลิตาหยิบโทรศัพท์มือถือของตนออกมาก่อนจะพบว่าเป็นเบอร์ของเมวิกาเพื่อนสนิทของตน

“ฮัลโหลยัยเมย์ มีอะไรหรือเปล่าตอนนี้ฉันทำงานอยู่”

("ลิตาแกเป็นยังไงบ้าง ฉันได้ข่าวว่าแกลาออกจากงานฉันตกใจมากเลยนะตอนเห็นข่าว พวกนั้นมันทำอะไรแกหรือเปล่า") 

“ใจเย็นๆ ฉันโอเคไม่ได้โดยทำร้ายเหมือนรายอื่น โชคดีที่คุณลุงให้ฉันกลับมาทำงานที่บริษัทของท่านฉันเลยหาข้ออ้างลาออกจากที่นั่นมาได้”

(ตอนแรกที่เห็นข่าวฉันใจเสียคิดว่าคนในข่าวเป็นแก) 

“ฉันยังอยู่ดี เมย์เอาไว้เจอกันวันเสาร์ที่ร้านเดิมดีกว่าฉันมีเรื่องเม้าท์เยอะเลย ตอนนี้คุณเพลิงมองฉันอยู่”

(คุณเพลิง ลูกพ่อเลี้ยงของแกคนนั้นอะนะ) 

“อือ งั้นแค่นี้ก่อนนะแล้วเจอกัน”

(จ้า แล้วเจอกัน) 

หลังจากสิ้นเสียงปลายสายก็ตัดไปทันที ลลิตาเก็บโทรศัพท์ของตนแล้วเดินเข้าไปในร้านอาหาร ระหว่างทางที่เดินเข้าไปในร้านลลิตาสังเกตเห็นกระโปรงของหญิงอายุราวๆ ยี่สิบปีมีรอยแดง ด้วยความหวังดีลลิตาจึงถอดเสื้อคลุมของตนและเดินเข้าไปหาหญิงคนนั้นอย่างไม่ลังเล

“ขอโทษนะคะ กระโปรงของน้องเลอะน่ะ เอาเสื้อตัวนี้คลุมไว้ก่อนนะคะ”

“ตายจริงทำยังไงดีเนี่ยคุณแม่ก็ยังไม่มาเลย ขอบคุณมากนะคะ” 

“ไม่เป็นไรค่ะ ตอนนี้พี่ว่าน้องไปห้องน้ำก่อนดีกว่าค่ะในกระเป๋าพี่มีผ้าอนามัยเหลืออยู่”

“ค่ะ” ลลิตาพาหญิงสาวเดินไปยังห้องน้ำทันที หลังจากที่หญิงสาวทำธุระของเธอเสร็จไม่นานก็มีคนเอากระโปรงตัวใหม่มาให้เธอ

“ขอบคุณพี่มากๆ นะคะ ถ้าไม่ได้พี่วันนี้หนูคงแย่แน่ๆ เลย”

“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วพี่ขอตัวก่อนนะคะพอดีเจ้านายพี่น่าจะรอนานแล้ว”

“ค่ะ ขอบคุณอีกรอบนะคะ” ลลิตายิ้มเบาๆ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องน้ำทันที เมื่อเดินเข้ามาภายในร้ายพนักงานและคนในร้านก็มองมาที่เธอเป็นสายตาเดียวกันซึ่งทำให้ลลิตารู้สึกแปลกใจ

“ฉันสั่งอาหารไปแล้ว ถ้าเธออยากกินอะไรเพิ่มก็บอกนะ” อัคคีภัสร์หยิบเอกสารขึ้นมาอ่าน

“เวลากินข้าวยังจะทำงานอีกหรือคะ” ลลิตาเอ่ยถามขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยกเอกสารขึ้นมาดู

“ใช่ เราต้องหาลูกค้ารายใหม่ตอนนี้ฉันกำลังติดต่อคุณยุพินไป เธอช่วยดูข้อมูลของคุณยุพินให้ฉันหน่อย” อัคคีภัสร์ยื่นเอกสารที่เตรียมมาให้กับเลขาของตน

“คุณยุพินเป็นเจ้าของธุรกิจเครื่องสำอาง ฉันว่าคุณยุพินเหมาะที่จะร่วมลงทุนกับเรานะคะ แต่ว่าคุณยุพินเข้าเป็นสายเครื่องสำอางแล้วเราทำเกี่ยวกับอสังหาแบบนี้อาจจะทำให้คุณยุพินตัดสินใจร่วมงานยากนะคะ”

“นี่แหละปัญหา ถ้าเราอยากดึงลูกค้าที่อยู่คนละสายงานมาร่วมงานมันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือเราจะได้กลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่แต่ข้อเสียคือลูกค้ากลุ่มนี้คุยยากเพราะไม่ใช่ทางถนัดของเรา” 

“ฉันขอลองคุยกับคุณยุพินได้มั้ยคะ ฉันว่าฉันมีวิธีที่จะทำให้คุณยุพินยอมลงทุนกับเราค่ะ” เมื่ออ่านรายละเอียดของคุณยุพินก็ทำให้ลลิตาเกิดไอเดียทันที

“วิธีอะไร” อัคคีภัสร์มองหน้าลลิตาด้วยความสงสัยนับวันเธอคนนี้ยิ่งทำให้เขาประหลาดใจขึ้นเรื่อยๆ

“เรื่องนี้เดี๋ยวฉันจัดการเองค่ะ แต่เรื่องที่ฉันอยากให้คุณจัดการคือเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ คุณฟางมีหน้าตาทางสังคมมากเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้คงทำให้เธอโกรธและเสียหน้าฉันว่าคุณต้องเตรียมรับมือให้ดี”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าเกิดคุณปิติคุณทำอะไรที่ล้ำเส้นของเราเมื่อไหร่ ฉันจะปล่อยคลิปทันทียังไงตอนนี้ก็ไม่ได้ร่วมงานกันแล้วจะมีศัตรูเพิ่มก็ไม่เสียหาย” 

“นี่ไม่กลัวว่าเขาจะทำให้เราเสียหายบ้างหรือไง คุณรู้มั้ยว่าคุณเก่งแต่คุณชอบประมาทเกินไป คุณอาจจะคิดว่ามีคลิปนี้แล้วคุณจะชนะแต่ถ้าเขาเล่นสกปรกขึ้นมาคนที่เสียหายที่สุดก็คือพวกเรา” ลลิตาถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สมัยตอนที่เธอทำงานอยู่ลอนดอนเรื่องแบบนี้มักจะเกิดขึ้นได้บ่อยและถ้าขืนปล่อยให้เรื่องทั้งหมดบานปลายผลลัพธ์สุดท้ายคนที่เสียหายก็มักจะเป็นฝั่งของเธอ

เมื่อเห็นว่าลลิตาดูจริงจังในเรื่องนี้ อัคคีภัสร์จึงขยับนั่งตัวตรงก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

“โอเค ฉันจะระวังตัวส่วนเรื่องที่เธอจะไปคุยกับคุณยุพินถ้ามีอะไรที่จะให้ฉันช่วยก็บอกละกัน หรือถ้ามีอะไรที่ต้องหาข้อมูลก็บอกเจตได้เลยรายนั้นหาข้อมูลแป๊บเดียว”

“ค่ะ” เมื่อลลิตาพูดจบพนักงานก็นำอาหารเข้ามาเสิร์ฟพอดี ลลิตามองไปยังอาหารที่ถูกวางลงบนโต๊ะ อาหารทั้งหมดล้วนมีแต่ของที่เธอชอบกินจนเธอเริ่มแปลกใจว่าคนตรงหน้าสืบข้อมูลอะไรของเธอมาบ้าง

“ทำไมมีแต่ของที่ฉันชอบกินละกินละคะ”

“ฉันจะไปรู้หรือ ฉันแค่เห็นว่ามันน่ากินก็เลยสั่งมั่วๆ ใครจะรู้ล่ะว่าเป็นเมนูที่เธอชอบ” อัคคีภัสร์หยิบช้อนขึ้นมาตักอาหารใส่จานของอีกฝ่ายก่อนจะตักลงจากของตน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป