บทที่ 8 ยอมรับ

บทที่8

ยอมรับ

ในตอนนี้ภายในห้องทำงานมีเพียงเธอ ลลิตาไม่รอช้าเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตน เมื่อเห็นว่าเอกสารของคุณยุพินถูกนำมาวางไว้ที่โต๊ะพร้อมเอกสารของโปรเจคที่ถูกอนุมัติแล้วลลิตาจึงรีบเตรียมงานของเธอ

“มีแต่เอกสารที่ต้องใช้พรุ่งนี้ทั้งนั้นเลยจะทันมั้ยเนี่ย” ลลิตามองดูเวลาบนหน้าจอมือถือ ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเย็นซึ่งเธอควรเลิกงานได้แล้วแต่ทว่าหญิงสาวกลับเลือกที่จะทำงานต่อเพราะเธอไม่อยากให้งานดำเนินการช้า ลลิตากดสั่งอาหารเดลิเวอรี่ให้มาส่งก่อนจะโทรหาเมวิกาเพื่อนสนิทของตนให้เอาชุดทำงานมาให้เพราะดูท่าวันนี้คงอีกยาวไกล

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านมานานเท่าไหร่แผ่นกระดาษแผ่นสุดท้ายก็ถูกวางลง ลลิตาหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมาดูเวลาจากเลขสิบแปดในตอนเริ่มทำตอนนี้กลับกลายมาเป็นเลขสาม

“เสร็จสักที ตีสามกว่าแล้วกลับบ้านคงไม่ทันนอนที่บริษัทก็คงไม่เป็นไร” ลลิตาถอนหายใจพลางเก็บเอกสารของตนก่อนจะเดินไปยังโซฟาภายในห้องทำงาน เมื่อตัวของเธอเอนลงบนโซฟาหนังตาที่เหนื่อยล้าจากการทำงานโดยไม่ได้พักก็หลับลง 

ตอนนี้ภายในห้องมีเพียงแค่แสงไฟจากโคมตั้งโต๊ะที่สว่าง ประตูห้องถูกเปิดเข้ามาเบาๆ โดยฝีมือของประธานหนุ่มที่แอบดูกล้องวงจรปิด

“ยังดื้อเหมือนเดิมเลยนะเธอเนี่ย” อัคคีภัสร์บ่นออกมาก่อนจะถอดเสื้อสูทของตนมาห่มให้กับหญิงสาวที่นอนขดอยู่บนโซฟาแล้วเดินไปที่โต๊ะทำงานของตน 

ชายหนุ่มมองเอกสารที่ถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ เลขาคนนี้ช่วยงานเขาได้เยอะสมกับคำล้ำลือของผู้เป็นพ่อ อัคคีภัสร์หยิบเอกสารขึ้นมาอ่านก่อนจะเซ็นเอกสารทันที

ไม่นานเอกสารกองโตที่วางอยู่บนโต๊ะก็ถูกเซ็นจนหมด อัคคีภัสร์ปรับเก้าอี้ของตนให้อยู่ในระดับสี่สิบห้าองศาเรียวขายาวของเขาพาดลงบนที่วางเท้าขนาดพอเหมาะก่อนที่ประธานหนุ่มจะหลับตาลง

เช้าวันรุ่งขึ้นเสียงนาฬิกาปลุกดังจนลลิตาตื่นก่อนจะพบว่ามีเสื้อของอัคคีภัสร์อยู่บนตัว ลลิตามองไปรอบๆ ห้องพลางสังเกตเห็นชายหนุ่มที่หลับอยู่บนเก้าอี้เธอรู้ได้ทันทีว่าเมื่อคืนเขากลับมาที่บริษัทอีกครั้ง

ลลิตาบิดตัวเบาๆ ก่อนจะเดินไปข้างนอกเพื่อหากาแฟดื่ม ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะลุกจู่ๆ เธอก็รู้สึกหน้ามืดขึ้นมา

“สงสัยนอนดึกแน่เลย” ลลิตาพยายามลุกอีกครั้งมือเรียวหยิบถุงชุดที่เพื่อนสาวได้เตรียมไว้ออกมาก่อนจะเดินตรงไปยังห้องน้ำภายในชั้น หลังจากเปลื่ยนเสื้อผ้าเสร็จลลิตาจึงเดินไปที่โซนพักเพื่อหากาแฟดื่ม ทว่าในขณะที่เธอดื่มกาแฟสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นแก้วอีกใบลลิตาจึงชงกาแฟอีกแก้วไปให้บอสหนุ่ม

กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟลอยเข้ามาภายในห้องทำงาน ประธานหนุ่มลื่มตาขึ้นมาก่อนจะพบว่าเลขาสาวยกกาแฟมาให้แล้ว

“นี่กาแฟของคุณค่ะ”

“ขอบคุณนะ เมื่อคืนเธอทำงานจนดึกเลยหรือ”

“ค่ะ”

“เดี๋ยววันนี้มีประชุมตอนบ่าย ช่วงเช้าเธอก็พักผ่อนก่อนเถอะ”

“คุณเพลิงคะ พรุ่งนี้ฉันมีนัดกับคุณยุพินเรื่องโปรเจคนะคะ อาจจะเข้างานช้า”

“เธอได้คิวมาแล้วหรือ”

“ค่ะ เมื่อวานฉันไปซื้ออัญมณีมาค่ะจะได้เอาไปให้เป็นของขวัญ” ลลิตายกชุดนพเก้าขึ้นเพื่อให้ชายหนุ่มได้ดู

“โอเค ราคาเท่าไหร่ก็เบิกกับฝ่ายบัญชีได้เลยนะ ส่วนเอกสารบัญชีที่ส่งมาเมื่อคืนฉันตรวจแล้วไม่มีปัญหาเดี๋ยวตอนบ่ายก็เอาขึ้นบอร์ดประชุมได้เลย” อัคคีภัสร์ยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

“ฉันหิวข้าวเธอจะกินด้วยมั้ย”

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณท่านเลยค่ะฉันยังไม่หิวฉันของีบสักพักนะคะ”

“เชิญ” เมื่อคำอนุญาตถูกเอ่ยออกมาลลิตาจึงเดินไปที่โซฟาตัวเดิมทันทีก่อนจะค่อยๆ นอนลงบนโซฟาพลางเอาเสื้อสูทของอีกฝ่ายมาคลุม

อัคคีภัสร์ยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายขดตัวนอนอยู่บนโซฟาเหมือนลูกแมวน้อยที่ง่วงนอนเต็มที จากหญิงสาวที่ปากคอเราะร้ายกลับกลายมาเป็นคนขี้เซา 

“เพลิงแกจะยิ้มทำไมเนี่ย” อัคคีภัสร์สะบัดหน้าเบาๆ เพื่อไล่ความคิดนั้นออก ทว่าขณะที่เขาจ้องมองไปยังฝ่ายหญิงอีกครั้งเขาก็ยิ้มออกมาเหมือนเดิม

ผ่านไปหลายชั่วโมงลลิตาก็ลืมตาขึ้นมา ภายในห้องตอนนี้มีเพียงแค่เธอกับข้อความบนกระดาษโน้ตที่ถูกเขียนโดยเจ้านาย

“ฉันออกไปข้างนอก ถ้าตื่นแล้วฝากเอาเอกสารไปให้ฝ่ายบัญชีด้วย” ลลิตาอ่านจดหมายก่อนจะลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าของตนให้เรียบร้อย เธอเดินไปยังโต๊ะทำงานพลางหยิบเอกสารแล้วเดินออกไปจากห้อง

ไม่นานนักลลิตาก็เดินมาจนถึงห้องฝ่ายบัญชี เมื่อประตูถูกเปิดเข้าไปพนักงานบัญชีก็รีบเดินเข้ามาหาเธอทันที

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ลลิตาเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ขอบคุณคุณลิตามากๆ เลยนะคะสำหรับเรื่องเมื่อคืน นี่คือน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากพวกเราค่ะ” ทิชายื่นถุงขนมให้ลลิตาพร้อมกับรอยยิ้ม

“ขอบคุณค่ะ นี่เอกสารค่ะคุณเพลิงให้เอามาให้”

“ไม่คิดเลยนะครับเนี่ยว่าคุณลิตาจะเก่งได้ขนาดนี้” พนักงานชายเอ่ยชม

“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ”

“ขอโทษที่พวกเราเคยเข้าใจคุณลิตาผิดๆ นะครับ” พนักงานชายก้มหน้ารู้สึกผิด

“เข้าใจผิดเรื่องอะไรหรือคะ” ลลิตามองทิชาสลับพนักงานคนอื่นด้วยความสงสัย

“คือพวกเราก็ฟังคนอื่นมาอีกทีน่ะค่ะ คนในบริษัทพูดกันว่าคุณลิตาเป็นเด็กฝากเข้ามาพวกเราเลยคิดว่าคุณน่าจะไม่ได้มีความสามารถอะไร แต่ตอนนี้พวกเรารู้แล้วค่ะว่าคุณเก่งมากและไม่ได้เข้ามาเพราะเป็นเด็กเส้นเลย”

“ใช่ครับ ต่อจากนี้ถ้าใครพูดถึงคุณลิตาในทางที่ไม่ดีผมคนนี้จะแก้ข่าวให้เองครับ”

“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกค่ะ ฉันไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้วขอแค่งานของเราเสร็จไปได้ด้วยดีแค่นี้ก็พอแล้วค่ะ”

“ทั้งเก่งทั้งใจดีนางฟ้าชัดๆ” เด็กฝึกงานผู้หญิงเอ่ยออกมา

“งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวก่อนนะคะ ขอบคุณสำหรับขนมอีกครั้งนะคะ”

“ค่ะ”

“ครับ”

ลลิตาเดินยิ้มออกมาจากห้องฝ่ายบัญชีนี่คือครั้งแรกที่เธอถูกชมในฐานะเลขาของอัคคีภัสร์ อย่างน้อยๆ เธอก็รู้แล้วว่าในบริษัทมีเรื่องเล่าที่ว่าเธอคือเด็กเส้นแต่ใครจะแคร์ เพราะในตอนนี้ลลิตาสนใจแค่สร้างผลงานเพื่อบริษัทเท่านั้น อีกอย่างการที่เธอตั้งใจทำงานไม่ใช่เพราะอยากจะทำให้งานออกมาดีเพื่อทำผลกำไรแต่เป็นเพราะว่าเธออยากเอาชนะอัคคีภัสร์อีกครั้งต่างหาก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป