บทที่ 11 2/5
เท่านั้นอิษยาก็นึกรู้ ลุงข้างบ้าน ป้าบ้านต้นซอย น้าบ้านกลางซอย อาบ้านปลายซอย พวกนี้แหละต้นเหตุความไม่สบายใจของป้า มนุษย์ลุง ป้า น้า อา พวกนี้มักมีสัญชาตญาณในการรู้เห็นดียิ่งกว่าร่างทรง ยิ่งการเปรียบเทียบเปรียบเปรย คุยอวดคุยข่มยิ่งไม่ต้องพูดถึง ครูสาวเจอมาหมดไม่มีเหลือ ก็ตั้งแต่...
‘โถ น่าสงสาร พ่อแม่ก็มาตายเสียหมด แล้วนี่จะทำยังไง รับเลี้ยงเองเหรอ แหม... จะไหวเหรอเราตัวคนเดียว ผัวไม่มียังต้องมารับเลี้ยงหลานอีก เอาไปไว้สถานสงเคราะห์ไม่ดีเหรอ พร้อมกว่านี้ค่อยรับแกมาเลี้ยงก็ได้’
นั่นคือจำความได้ และต่อหน้าได้ยินกับหูชัดๆ เลย!
‘ไม่เป็นไรจ๊ะพี่ หลานคนเดียวฉันเลี้ยงได้ อยู่คนเดียวไม่ค่อยมีภาระอะไร มีอี่มาอยู่ด้วยซิดี ไม่เหงา’
ป้าเธอต้องตอบประโยคแบบนี้ซ้ำๆ และต้องคอยฟัง
‘หู้ย-ย-ย-ย ก็บอกแล้ว พี่จะแนะนำคนดีๆ ให้แต่เราไม่เอาเอง มันก็เหงาน่ะซี นี่เขายังสนใจเราอยู่นะ พี่จะไปคุยให้’
ไม่พ้อ! หาผัวให้ป้าเธอไปอี้ก!! แต่นั่นแหละ เรื่องส่งอิษยาไปสถานสงเคราะห์เลยตกไป แต่พอลับหลัง
‘ดูสิ ผัวก็ไม่มีตัวคนเดียวยังจะเอาหลานมาเลี้ยง สงสารเด็กเอามาเลี้ยงคงอดๆ อยากๆ โตอีกหน่อยก็คงสอนให้หลานจับผู้ชายรวยๆ พวกเสี่ยแก่ๆ แล้วสูบเงินมาให้ตัวเอง’
จ้ะ... เจริญพรญาติโยมทั้งหลาย
แต่พอโตขึ้นมาหน่อย เรื่องใหม่ก็มา
‘เนี่ยไปเรียนที่เดียวกันสิ ลูกพี่นะอยู่สวนกุหลาบ ค่าเทอมไม่แพงหรอกนิดหน่อย จะได้ไปด้วยกันไง หนูอี่ก็จะได้มีเพื่อนด้วย โรงเรียนแถวบ้านเราน่ะอย่าอยู่เล้ย สอนอะไรไม่รู้ พวกครูๆ ดีแต่ทำงานส่งไม่มีเวลาสอนเด็ก’
จ้ะ พอจะขึ้นมัธยมปีที่หนึ่งก็เป็นปัญหาหนักศีรษะมนุษย์ป้าน้าอาลุงไปอี้ก!
พอใกล้จะเอ็นทรานส์เข้ามหาวิทยาลัย
‘ตายแล้ว ทำไมไม่ให้หนูอี่ไปติวหน่อยล่ะ เนี่ยลูกพี่นะต้องไปติวตั้งแต่ม.สี่แน่ะ เตรียมความพร้อมไว้ มหาวิทยาลัยรัฐน่ะเข้ายากนะ ถ้าไม่เก่งจริงเข้าไม่ได้หรอก’
จ้ะ... เดือดร้อนไปอีก แต่ครั้นพอเราสอบเข้าได้ แต่ลูกท่านๆ สอบไม่ติด
‘โอ๊ย! ตั้งไกล พี่น่ะเป็นห่วงลูกไม่อยากให้เขาไกลตา เลยบอกให้สละสิทธิ์มาเรียนมหาวิทยาลัยแถวๆ บ้านเรา นี่พี่จะเตือนนะ หนูอี่น่ะเป็นผู้หญิงต้องนั่งรถเมล์ไปเรียนไกล้ไกลจะไม่ไหวเอา พี่สงสารไปเรียนกลับมาก็ต้องช่วยขายของ ช่วยทำงานบ้าน ให้เรียนแถวบ้านเราดีกว่านะ เอาไหมพี่จะติดต่อให้’
จ้า! โคตรจะหวังดี พอเรียนจบนึกว่าจะหมดปัญหาที่ไหนได้ก็เพื่อนบ้านพวกนี้ก็ยังมีปัญหากับเธออีก จำพวกจะสอบติดเหรอครูน่ะ บลาๆ สารพัด พอเธอตัดสินใจจะซื้ออพาร์ตเม้นต์ก็หนักกบาลอีกละ กลัวเธอจะผ่อนไม่ไหวอีก บลาๆ แล้วตอนนี้ก็เดือดร้อนเรื่องที่เธอไปเที่ยวเย็นวันศุกร์ คือมนุษย์พวกนี้จะมีเซ้นส์ไวมาก ถ้าหกโมงเย็นไม่เห็นเธอกลับบ้านป้าก็จะเป็นอันรู้ละว่าเธอไปเที่ยวกลางคืน
‘โอ๊ยสถานที่อโคจร ไปได้ยังไง้!’
‘ทำไมปล่อยให้หลานไปล่ะจ๊ะ แหมพี่นะไม่ยอมให้ลูกพี่ไปหรอก’
‘สอนให้หนูอี่รู้จักกินยาคุม รู้จักใช้ถุงยางด้วยนะ พี่เป็นห่วง’
แล้วไงเหรอ อิษยาก็ยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง แตกต่างจากลูกๆ ป้า น้า อา ลุง ทั้งหลายที่ป่องตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ จะพูดไงดีก็คือ ลูกฉันดี ลูกฉันเริ่ด นี่มันพ่อแม่รังแกฉันชัดๆ!
แล้วทุกครั้งที่ได้ยินอิษยาก็จะของขึ้นกับพวกชอบ ส. ใส่ เกือกทั้งหลาย แต่จะโมโหใส่ป้าก็ไม่ได้ จึงได้แต่บอก
‘ป้าไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ อี่รู้ อี่ไม่ทำให้ป้าผิดหวังหรอกจ้ะ เชื่ออี่นะ’
นั่นแหละ แต่โดนพูดแบบนี้บ่อยๆ มันก็ของขึ้นบ่อยๆ ได้เหมือนกัน
“ขุ่นพี่” น้องนนท์ของพี่ แต่งหนุ่มอย่างหล่อ แต่เรื่องทิ้งหางตานี่อย่าได้ประมาท นางปรายตามองผู้ทีรัศมีรอบข้างดับเกลี้ยง ตกผู้ได้ง่ายๆ แค่ขยิบตาเลยทีเดียว “ไปไหนอะคะ” ประโยคต่อมากระซิบกระซาบ “ผู้หล่อมาชวนไปดริ๊งใช่มะ เราได้เจ้ามือมื้อนี้ล่ะสิ ว่าแต่” น้องนนท์สูดปากเสียงดังซี้ด “แหล่มอะ น่ากิ๊นน่ากิน ขุ่นพรี่จะเปิดซิงเลยมะ”
น้องนุ้งนี่ก็เชียร์จริ๊ง!
อิษยาหยิบกระเป๋า หันไปส่งยิ้มให้ผู้ที่ตกได้นิดหน่อยจากนั้นก็หันกลับมาบอกเพื่อนๆ
“คุณแม็กจะเลี้ยงจ้ะ เราย้ายโต๊ะกัน โต๊ะคุณแม็กอยู่ข้างบน ‘เพื่อนๆ’ คุณแม็กก็อยู่กัน” เป็นการบอกนัยๆ ว่าทุกคนได้หนุ่มครบแน่ และแน่นอน สาวสาวอีกสี่ กับหนุ่มแตกเนื้อสาวอย่างนนท์ก็ยิ้มกริ่ม ทุกคนหยิบกระเป๋าอย่างว่องไว อาศัยจังหวะหมุนตัวจะเดินเพื่ออวดทรวดทรงให้ผู้ตกหลุมก็กระซิบกับนนท์ว่า “ก็น่านะ ตอนเดินมาพี่แอบล้ม เช็กแล้วว่าซิกแพ็กแน่นมากจ้ะ”
เท่านั้นน้องนนท์ก็ดี๊ด๊า แต่จะพูดไป ไปไกลสุดสำหรับอิษยาก็แค่จูบ ไม่ก็กอด เรื่องจูบนี่ก็เหมือนกัน เกิดมาจนอายุขนาดนี้เคยจูบอยู่สามครั้ง แฟนคนแรกตอนประถมศึกษาปีที่ห้า... ก็แบบ ปากแตะปาก แล้วเขินม้วนหน้าแดง มโนว่าจูบดูดดื่ม ครั้งที่สองตอนมัธยมศึกษาปีที่หก แบบละครเลย... ล้มแล้วปากชนกันกับหนุ่มที่แอบปิ๊ง หลังโดนน้องนนท์ตัวดีนี่แหละผลักเข้าใส่ในวันรับประกาศนียบัตร ส่วนครั้งที่สามกับแฟนที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน ไอ้หนุ่มวิศวะที่สอนให้เธอรู้จักว่าจูบจริงๆ เป็นยังไง และถ้าไม่มีเพื่อนหมอนั่นเข้ามาขัดจังหวะ เธออาจท้องป่องไปแล้วก็ได้
ไอ้แฟนเก่าเฮงซวยที่บอกว่ารักเธอจะเป็นจะตาย และเธอก็หลงเขาหัวปักหัวปำ แต่พอเรียนจบไม่ถึงเดือน ข่าวล่ามาไวก็ลือให้แซ่ด นางไปทำสาวท้องและต้องแต่งงานเพราะพ่อแม่ฝ่ายหญิงจะเอาเรื่อง!
ห-อ-ก-หัก เอ๊ย!
