บทที่ 4 1/3
“จริงค่ะ อ๊ะ” นาฬิกาเซเลอร์มูนในข้อมือบอกเวลาและลูกหมูก็หน้ายู่ “ตายจริง ลุงบี๋คะเราเสียเวลาไปสิบนาทีแล้วนะคะ ลูกหมูว่าเราโทร.ไปเลื่อนนัดคุณปู่คุณย่าสักครึ่งชั่วโมงดีไหมคะ ลูกหมูไม่อยากไปถึงตอนจวนเจียนกับเวลานัด เดี๋ยวลูกหมูจะไม่มีเวลาเตรียมตัว”
จีรัณยกมือขึ้นปรบสองสามครั้ง ก่อนจับแก้มสองข้างหลานสาวเบาๆ
“ดีมากค่ะลูกหมู เราต้องรู้จักวางแผนชีวิตนะคะ ลุงปลื้มจริง ลูกหมูจำที่ลุงสอนไปใช้ได้หมดเลย”
สองลุงหลานยิ้มซื่อใสให้กัน แต่ชินพัทธ์โคลงศีรษะและได้แต่ยิ้ม จีรัณสอนหลานบางครั้งก็พิลึกๆ เพราะความสุดโต่งของตัวลุงเอง จนบางทีเขายังได้ยินนายท่านบ่นเอาบ่อยๆ ว่า แค่จะเล่นกับลูกหมูยังต้องทำนัดหมายเวลาไว้ล่วงหน้าเป็นวันๆ เลยทีเดียว!
คนอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ต่อให้โวลเดอมอร์มายืนต่อหน้า ก็ยังมองทุกอย่างเป็นลาเวนเดอร์อยู่ดี ตัวอย่างก็เช่นน้องที่ทำงานของเธอคนนี้... อิษยา นางใจเย็น เย็นเหมือนชื่อนางนั่นแหละ ดูแล้วไม่เคยทุกข์ร้อนอะไรนอกจากเรื่องเงิน
“คนเราน่ะนะถ้ามีน้ำใจมันก็ต้องมีน้ำใจเผื่อแผ่ไปทั่วถึง ไม่ใช่มีน้ำใจเฉพาะคน”
คำพูดลอยๆ แต่หวังผลระยะประชิดนั่นมาจากกลุ่มเพื่อนร่วมงานที่ศรศิลป์ไม่ค่อยกินกัน แพรวพิลาศกลอกตาไปมาและใช้ไหล่สะกิดไหล่รุ่นน้องที่ยังไม่หือไม่อือเหมือนไม่ได้ยิน พวกเธอทำงานเป็นครูที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งแถวกลางเมือง นั่งรถตู้ราวชั่วโมงก็ออกจากตัวกรุงเทพฯ ได้สบายบรื๋อมาก แต่ที่ต้องนั่งชั่วโมงหนึ่งไม่ใช่ว่าไกล แต่เป็นเพราะรถติดมากในถนนสายหลักซึ่งออกจากเมืองกรุง
อิษยาเป็นเด็กใหม่ หน้าใส เอ๊าะที่สุดในโรงเรียนและเด็กๆ ก็รักมาก เทอมนี้หล่อนสอนอยู่ชั้นอนุบาลสาม จบปริญญาตรีมาหมาดๆ ได้แค่สองปี และเพิ่งรับปริญญาไปเมื่อต้นปีนี่เอง แถมยังเก่งสอบติดข้าราชการครู แต่เพราะเป็นต่างจังหวัดแถมป้ายังมาป่วย อิษยาเลยตัดสินใจสละสิทธิ์ไม่ไปสอนเพราะห่วงป้า
นางน่ารัก นิสัยดี ซื่อๆ และดู ‘เหมือน’ จะถูกหลอกใช้ง่ายเป็นประจำ
“ดูสิคราวก่อนก็สัญญานะว่าจะช่วยเรา พอถึงคราวจริงๆ ดันไปช่วยคนอื่น พูดแล้วไม่เป็นคำพูด” สายตาคนพูดมองมา นางคือครูปากแดงที่สอนชั้นประถมศึกษาปีที่สาม นางอายุใกล้สามสิบแล้วและเอาแต่ใจยิ่ง ซึ่งสกิลการตอแ-หล และเลียแข้งเลียขาสูงมาก ทั้งๆ ที่ทำงานไม่ได้เรื่อง ส่วนลูกคู่ของนางที่เออออไปด้วยกัน สกิลพอกันกับลูกพี่ อายุน้อยกว่า เลเวลเลยยังไม่แกร่งกล้าและไม่มากพอที่จะพูดอะไรไปได้มากกว่า
“ก็จริง”
“อี่เอ๊ย สายตาครูมินแทงทะลุจนพรุนแล้ว” พูดไปก็ถอนหายใจไป เพราะรุ่นน้องหันมามองแล้วยังยิ้มสวยๆ ได้
“พี่แพรวเอาผัดไทเนาะ อี่สั่งเผื่อแล้วนะ”
คนฟังถอนหายใจ ส่วนคนพูดชะเง้อคอมองสบตากับคนนินทาระยะเผาขนที่ต่อคิวสั่งอาหารเที่ยงด้านหลัง
“ครูมินกับครูน้อยรอหน่อยนะคะ อี่สั่งสุกี้ พี่แพรวสั่งผัดไท อ้อครูมินกับครูน้อยจะให้อี่สั่งให้เผื่อเลยไหมคะ เที่ยงนี้กินอะไรดีคะ ราดหน้าดีไหม”
ครูมินเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ก่อนถอนหายใจยาวหรี่ตามองคนพูด จากนั้นก็บึนปากไม่ตอบและเชิดหน้ามองบนท่าทางเหมือนไม่อยากวิสาสะด้วยแบบชัดเจน
“เสียดายนะคะวันนี้รัฐบาลประกาศให้เป็นวันหยุด ใครๆ ก็อยากหยุดกัน นักเรียนก็หยุดแท้ๆ แต่เราๆ ยังต้องมาทำงาน”
แพรวพิลาศซึ่งกอดอกมองอยู่พรูลมหายใจและส่ายหน้าช้าๆ
ยัง ยังจะพูดอีก ท่าทางเขาไม่อยากพูดด้วยชัดเจนขนาดนี้ยังจะดูไม่ออกอี้ก!
“อิจฉาครูมิวกับครูฟ้านะคะได้หยุดด้วย แต่ก็นั่นแหละครูมิวไม่ได้หยุดมาตั้งแต่ต้นปี คราวนี้หยุดหลายวันหน่อยจะได้พาลูกไปเที่ยวบ้าง นี่ครูมิวส่งไลน์มาหาด้วยนะคะ ลูกครูมิวฝากขอบคุณมากด้วยที่อี่แลกเวรกับครูมิววันนี้ นี่ครูมิวออกเที่ยวตามรอยครูมินเลยนะคะ ตอนที่ลาพักร้อนสองอาทิตย์รวดไปญี่ปุ่น ที่พอดีกับสอบกลางภาคเทอมที่แล้วน่ะค่ะ”
ยิ้มสวย หน้าใส ตาซื่อ แต่ครูมินคอแข็ง ถลึงตามองคนพูด วีรกรรมนี้ยังเป็นที่กล่าวขานและลือให้หึ่ง ว่าผู้อำนวยการโรงเรียนกับครูมินไปเที่ยวด้วยกัน ถึงกล้าอนุมัติให้ลาหยุดตอนช่วงสอบพอดี ประจวบเหมาะเหลือเกินกับจังหวะที่ผอ. ไปดูงานการเรียนการสอนที่ฮอกไกโด
ฉะนั้นเลยเป็นชนักปักหลังที่เมียหลวงผู้อำนวยการกำลังเล็งจับผิดสามีกับว่าที่ภรรยาน้อย
“ครูน้อยคะ” ครูมินกัดฟันพูด ตาจ้องอิษยาไม่กะพริบ “ฝากสั่งข้าวกะเพราจานหนึ่งนะคะ ฉันอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมาพอดี ตอนนี้จะกลั้นไม่อยู่แล้วค่ะ!” พูดจบก็สะบัดหน้าหมุนตัวเดินฉับๆ ไปอีกทางที่ตรงกันข้ามกับทางไปห้องน้ำ ครูน้อยที่เหลือหัวเดียวกระเทียมลีบยิ้มแห้งสู้ยิ้มใส ไม่วายอิษยายังห่วงตะโกนถามตาม
“ครูมิน จะไปเข้าห้องน้ำที่ตึกหรือคะ มันไกลนะคะ เดี๋ยวเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบนะค้า”
เหมือนเร่งครูมินก้าวไวกว่าเดิม อิษยาเลยได้แต่ถอนหายใจมองครูน้อยและยิ้มเล็กๆ
“สงสัยจะปวดหนักนะคะ จ้ำเอาจ้ำเอาเชียวค่ะครูน้อย”
แพรวพิลาศยกมือขึ้นลูบที่ข้างแก้มตัวเองยามเอี้ยวตัวไปยิ้มพอเป็นพิธีให้ครูอีกคน
“ยายอี่” พอหันกลับมาก็เอ่ยเรียก “รู้ตัวไหมว่าแหย่รังแตนเข้าให้รังเบ้อเริ่มน่ะ”
“หือ รังแตน” อิษยาขมวดคิ้วก่อนร้องอ๋อ “พี่แพรวพูดเล่นไป ครูมินน่ะหรือคะรังแตน”
“เฮ้อ! นี่ที่เขาพูดกระแหนะกระแหน่เมื่อกี้น่ะไม่รู้ตัวเหรอ”
“ใครคะ ทำไมอี่ไม่ได้ยินเลย”
แพรวพิลาศอ้าปากจะพูดแต่ก็รู้ว่าคงเหมือนอีหรอบเดิม อิษยาไม่ใช่ไม่รู้แต่ออกจะเป็นพวกความรู้สึกช้า... ช้ามากๆ
“เออ เอาเหอะ พี่คิดมากไปเอง”
