บทที่ 1 เจ้าสาว
บทที่1
เจ้าสาว
ภายในห้องรับรองของฝั่งเจ้าสาว สโรชาในชุดแต่งงานสีขาวยืนส่องกระจกบางใหญ่ด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข
“วันนี้แกสวยมากเลยโรส” รุ่งทิวาที่พึ่งเดินเข้ามาเอ่ยทักเพื่อนสาวของตนทันที
“เบล มาแล้วหรอ” สโรชาหันไปยิ้มให้เพื่อนสนิทของตนที่พึ่งเข้ามา
“ฉันไปดูแขกในงานด้านล่างมาตอนนี้แขกเริ่มทยอยเข้ามากันแล้ว ว่าแต่แกเถอะเตรียมตัวหรือยัง” รุ่งทิวาเอ่ยถามพลางกวาดสายตามองดูความเรียบร้อยของชุดเจ้าสาว
“ฉันพร้อมแล้ว แต่ฉันตื่นเต้นมากเลย”
“เอาน่ะ แกจะเป็นฝั่งเป็นฝาสักทีอย่าตื่นเต้นไปหน่อยเลย แล้วนี่ยัยแมนมาหรือยัง” รุ่งทิวาเอ่ยถามหาเพื่อนชาย
“แมนไปเอาเครื่องสำอางที่รถหน่อย มันบอกว่าหน้าฉันต้องเติมอีกนิด” สโรชาพูดออกมาก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะแต่งหน้า
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เดี๋ยวฉันไปดูให้” รุ่งทิวาเดินออกเปิดประตูทันที
“คุณภูมิคะ ยังไม่ถึงเวลาส่งตัวเจ้าสาวนะคะ ตอนนี้เข้าไม่ได้ค่ะ” รุ่งทิวาเอ่ยแซวชายหนุ่มที่อยุ่ในชุดเจ้าบ่าว
“ผมแค่อยากเห็นหน้าว่าที่เจ้าสาวเท่านั้นเองครับ” ภาคภูมิยิ้มเบาๆ
“ไม่ได้ค่ะ ถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็นงานแต่งแล้วแต่โบราณเขาถือนะคะ”
“รบกวนสุดหล่อหลบให้เจ๊เดินด้วยนะคะ” เสียงของชายหนุ่มที่พึ่งเดินเข้ามาดังขึ้น
“อ้าวคุณสมชาย” ภาคภูมิเอ่ยทักทันที
“แมรี่ค่ะ เรียกสมชายเดี๋ยวก็ไม่ให้แต่งกับยัยโรสเลย” เพื่อนชายของเจ้าสาวทำหน้างอ
“ยัยแมน รีบๆเลยงานเขาจะเริ่มแล้วเนี่ย” รุ่งทิวาหันไปพูดกับเพื่อนของตน
“จริงด้วย คุณภูมิออกไปรอก่อนนะคะ เดี๋ยวอีกสามสิบนาทีเจ้าสาวคนสวยจะเดินลงไปค่ะ” สมชายหันไปบอกเจ้าบ่าวที่ตั้งหน้าตั้งตารอเจอเจ้าสาวของเขา
“ก็ได้ครับ งั้นผมฝากทางนี้ด้วยนะครับ” ภาคภูมิยิ้มแล้วเดินออกไปอย่างว่าง่าย
หลังจากที่ชายหนุ่มเดินออกไปเพื่อนเจ้าสาวทั้งสองก็รีบเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวของเจ้าสาวทันที
“เบลมาช่วยฉันจับผมหน่อย” สมชายหยิบสเปยร์ผมขึ้นมาฉีดและจัดการความเรียบร้อยให้กับเจ้าสาวโดยมีรุ่งทิวาค่อยช่วยหยิบจับตามที่อีกฝ่ายสั่ง
ทั้งสามคนเป็นเพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่มหาลัย รุ่งทิวาเป็นลูกเจ้าของห้างใหญ่และยังเป็นอินฟลูชื่อดัง ส่วนสมชายหรือแมนเขามีชื่อในวงการคือแมรี่ช่างแต่งหน้าคิวทอง ไม่ว่าจะเป็นซุปตาร์หรือดาราเบอร์ใหญ่ต่างก็เคยผ่านมือของเขามาแล้วนับไม่ถ้วน
หลังจากแต่งหน้าทำผมไม่นานทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่ เจ้าสาวดาวเด่นของงานลุกขึ้นด้วยท่าทางสง่าจนเพื่อนทั้งสองถึงกับน้ำตาคลอ
“พวกแกร้องทำไมเนี่ย” สโรชาเอ่ยถามเพื่อนทั้งสอง
“ก็แกจะแต่งงานแล้ว ฉันดีใจในที่สุดแกก็จะได้มีสามีแล้ว” รุ่งทิวาเอ่ย
“จริง ฉันก็ดีใจที่ได้เป็นคนแต่งหน้าให้แกในวันสำคัญ พวกแกทั้งสองคือเพื่อนที่ฉันรักมากที่สุดเลยนะ” สมชายมองหน้าเพื่อนทั้งสอง
“ฉันก็รักพวกแกนะ ขอบคุณพวกแกมากเลยนะที่เป็นแม่งานให้ฉัน ถ้าไม่ได้พวกแกสองคนฉันกับพี่ภูมิก็ไม่รู้ว่างานจะออกมาดีแบบนี้มั้ย” สโรชาจับมือเพื่อนทั้งสองของเธอ
“งานของแกพวกฉันทำเต็มที่อยู่แล้ว ต่อจากนี้ไม่ว่าชีวิตคู่ของแกจะเป็นยังไง ฉันก็ขออวยพรให้แกมีความสุขในทุกๆวัน มีอุปสรรค์ก็ขอให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ไม่ว่าแกจะทำอะไรพวกฉันจะอยู่ข้างๆแกตรงนี้เสมอ” รุ่งทิวาเอ่ยทั้งน้ำตา
“เบล ฉันเจ็บแผลคลอด ลูกสาวของฉันจะเข้าประตูวิวาห์แล้ว” สมชายพูดออกมา
“เดี๋ยวนะ ก่อนที่แกจะเจ็บแผลคลอดเนี่ย แกไปมีมดลูกตอนไหนห้ะ” รุ่งทิวาหัวเราะในลำคอเบาๆให้กับการกระทำของเพื่อนชาย
“พอเลยทั้งคู่ อย่าทะเลาะกันฉันแค่แต่งงานไม่ไปหนีพวกแกไปไหนซะหน่อย” สโรชายิ้มก่อนจะอ้าแขนออกมาทั้งน้ำตาที่คลออยู่
“ขอก่อนหน่อยสิ”
เมื่อสิ้นเสียงของหญิงสาว เพื่อนทั้งสองก็ร่วมใจเดินเข้ามากอดเธอทันที
“อย่าร้องสิยะหล่อน ฉันพึ่งแต่งหน้าให้ใหม่เดี๋ยวก็เลอะกันพอดี” สมชายเอ่ยออกมาก่อนจะผละออก
“วันนี้แกเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดเลยนะ เพราะฉะนั้นแกห้ามร้องเข้าใจมั้ย”
“เข้าใจแล้ว” สโรชาปาดน้ำตาที่คลออยู่พลางมองเพื่อนทั้งสอง
“ตอนนี้เราลงไปข้างล่างกันก่อนดีกว่า เจ้าบ่าวของแกรอนานแล้ว”
“ป่ะ” สมชายดันตัวสโรชาให้เดินออกไปพร้อมกับรุ่งทิวา
เมื่อทั้งสามคนลงมาถึงห้องจัดเลี้ยง แขกที่มาร่วมงานต่างก้พากันเดินเข้ามาทักทายเจ้าสาวสุดสวยทันที
“ยินดีด้วยนะครับคุณโรส”
“ยินดีด้วยนะคะ” สองสามีภรรยาเดินเข้ามาแสดงความยินดีเมื่อเห็นเจ้าสาวเดินลงมา
“ขอบคุณนะคะ” สโรชายกมื้อไหว้อย่างนอบน้อม
“น้องโรสมาแล้วหรือครับ” ภาคภูมิเดินเข้าก่อนจะเอ่ยทักทายเจ้าสาวของเขา
“พี่ภูมิ” สโรชายิ้ม
“ขอบคุณที่มาร่วมงานแต่งของเรานะครับ” ภาคภูมิยิ้มพลางก้มหัวเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพให้แก่แขกทั้งสองท่าน
“ยินดีครับ”
“เดี๋ยวเชิญท่านทั้งสองเข้างานก่อนนะครับ ด้านในงานจะมีพนักงานค่อยบริการอยู่ ถ้าท่านทั้งสองขาดเหลืออะไรแจ้งพนักงานได้เลยนะครับ”
“ครับ” พูดจบคู่สามีภรรยาก็เดินเข้างานไป
“คุณเบลกับคุณแมนเข้าไปหาอะไรทานข้างในก่อนมั้ยครับ ช่วยงานทั้งวันแล้วน่าจะเหนื่อยน่าดู” ภาคภูมิหันไปบอกเพื่อนเจ้าสาวทั้งสอง
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพวกเราค่อยกินหลังเสร็จงานก็ได้”
“งั้นผมขอตัวเจ้าสาวไปคุยกับแขกในงานก่อนนะครับ”
“ค่ะ ฉันไปนั่งรอที่โต๊ะนะ” รุ่งทิวายิ้มก่อนจะลูบไหล่สโรชาเบาๆ
“โอเค เดี๋ยวฉันมานะ” พูดจบสโรชาในชุดเจ้าสาวก็เดินออกไปพร้อมว่าที่สามีทันที
“แมน แกไปรอที่โต๊ะก่อนเลยนะฉันจะไปห้องน้ำก่อน” รุ่งทิวาหันไปบอกชายหนุ่มที่ยื่นอยู่ข้างๆ
“โอเค รีบมานะฉันไปนั่งรอ” สมชายพยักหน้าก่อนจะเดินเข้างานไป ส่วนรุ่งทิวาก็เดินไปอีกทางเพื่อที่จะไปแต่งเติมหน้า
