บทที่ 2 งานแต่ง

บทที่2

งานแต่ง

บรรยากาศภายในงานแต่งของสโรชาเต็มไปด้วยแขกมากมายที่มาร่วมงาน เพราะสโรชาเป็นถึงประธานสาวของบริษัทนำเข้ารายใหญ่ของประเทศ อีกทั้งว่าที่สามียังเป็นถึงผู้จัดการหนุ่มไฟแรงที่มีธุรกิจอสังหาหลายแห่ง

ทำให้งานในวันนี้ถูกจัดขึ้นมาอลังกาลเนื่องจากหน้าตาทางสังคมของทั้งคู่ เมื่อถึงเวลาอันสมควรพิธีการชายประจำงานก็ได้ขึ้นเวทีเพื่อกล่าวทักทายแขกที่มาร่วมงาน

“สวัสดีแขกผู้มีเกีรยติทุกท่านครับ ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ค่ำคืนอันแสนพิเศษในงานฉลองมงคลสมรสระหว่างคุณโรส สโรชา นิรันดร์เนตร และ คุณภาคภูมิ ชลากร วันนี้ผมขอนายอดิศร รับหน้าที่เป็นพิธีกรที่จะพาทุกท่านเดินทางและร่วมสัมผัสเรื่องราวความรักของคู่บ่าวสาวในค่ำคืนนี้ครับ” อดิศรยิ้มก่อนที่เสียงปรบมือจะดังขึ้น

“ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณแขกทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง ที่ให้เกียรติเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมเป็นสักขีพยานให้กับคู่บ่าวสาวในวันนี้ และเชื่อว่าหลายท่านคงอยากจะรู้กันแล้วนะครับว่าเส้นทางความรักของทั้งคู่เดินทางมาเจอกันได้อย่างไร ถ้าพร้อมแล้ว เราไปรับชมเรื่องราวความรักของพวกเขากันเลยครับ” เมื่อสิ้นเสียงของพิธีกรหนุ่มไฟในงานก็ค่อยๆดับลง บนจอใหญ่แสดงภาพและวีดีโอของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวในวันขอแต่งงาน พร้อมข้อความในใจของฝ่ายชาย

สโรชาที่ยืนดูวีดีโออยู่ข้างเวทีถึงกับยิ้มไม่หยุดเมื่อเห็นคลิปที่เพื่อนทั้งสองตั้งใจตัดต่อ เพื่อนำมาเปิดในงานวันนี้ทำเอาเจ้าสาวคนสวยน้ำตาคลอ

สโรชารู้สึกโชคดีและมีความสุขมากที่มีพวกเธอทั้งสองคนเป็นเพื่อน เพราะไม่ว่าเธอจะเจอเรื่องดีหรือร้ายก็มักจะมีทั้งคู่อยู่เคียงข้าง

พวกเธอผ่านร้อนผ่านหนาวกันมาจนถึงวันที่สโรชาจะเป็นฝั่งเป็นฝาพวกเธอก็ยังคงอยู่ตรงนี้

หลังจากที่วีดีโอจบลงไฟในงานก็เริ่มหลี่ขึ้นเล็กน้อย เจ้าบ่าวของงานเดินขึ้นไปบนเวทีก่อนที่พิธีกรจะยื่นไมค์ให้กับเจ้าบ่าว

“สวัสดีแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานนะครับ งานวันนี้ผมตั้งใจจัดขึ้นมาเพื่อให้ทุกท่านได้เป็นสักขีพยานในงานมงคลสมรสในครั้งนี้ ผมภาคภูมิขอขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามานะครับ ความรักของผมเริ่มจากตอนที่ผมไปเจอกับน้องโรสที่อังกฤษ วันนั้นอากาศหนาวมากมีหิมะตกผมกับเพื่อนเข้าไปหลบหนาวในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ทุกท่านเชื่อมั้ยครับว่าที่นั้นคือที่ที่ผมได้เจอกับน้องโรสที่กำลังนั่งทานขนมกับเพื่อนอยู่ในร้านพอดี ตอนนั้นผมไม่กล้าพอที่จะเข้าไปทักเลยปล่อยให้เวลาผ่านไป แต่ความบังเอิญมันไม่ได้มีแค่นั้นนะครับเพราะหลังจากวันนั้นผมก็ได้บังเอิญเจอน้องโรสอีกทีที่สวนสาธารณะ และนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมเข้าไปทักทายน้องโรส ตั้งแต่วันนั้นมาความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ก็เริ่มดีขึ้นจากพี่น้องเริ่มเป็นแฟนและตอนนี้น้องโรสกำลังจะกลายเป็นเจ้าสาวของผม ทุกท่านครับงานในวันนี้ก็คงจะเกิดขึ้นแน่ๆไม่ได้ถ้าไม่มีคนคนนี้ครับ ขอเชิญเจ้าสาวคนสวยของผมขึ้นเวทีด้วยครับ” เมื่อเสียงของภาคภูมิพูดจบ เสียงปรบมือจากคนในงานก็เริ่มดังขึ้น

สโรชาถอนหายใจเพราะความโล่งอกก่อนที่จะเดินขึ้นเวทีก่อนจะเดินตรงไปหาชายหนุ่มผู้เป็นว่าที่สามี

“กราบสวัสดีทุกท่านที่มาร่วมงานแต่งของเราสองคนนะคะ วันนี้เป็นวันที่ฉันมีความสุขมากค่ะ มองไปทางไหนก็มีแต่คนรู้จักเข้ามายินดีกับพวกเราเป็นภาพที่น่าประทับใจมาก” สโรชายิ้มพลางมองไปรอบๆห้องจัดเลี้ยง

“ผู้หญิงทุกคนก็คงมีความฝันที่อยากจะใส่ชุดเจ้าสาวสวยๆเดินขึ้นเวทีพร้อมกับคนที่รัก หนึ่งในนั้นก็คือฉันค่ะ ครั้งหนึ่งตอนยังเด็กฉันดูการ์ตูนแล้วเห็นเจ้าหญิงใส่ชุดสีขาวสวยเดินคู่ไปกับเจ้าชาย ฉันสงสัยว่าสิ่งนั้นมันคืออะไรจนพอเริ่มโตขึ้นก็เข้าใจว่าสิ่งที่ฉันเห็นคืองานแต่งงาน และนั้นคือตอนที่ฉันเริ่มวาดฝันว่าอยากจะเห็นตัวเองอยู่ในชุดเจ้าสาวสักครั้ง จนกระทั่งฉันได้มาใส่มันจริงๆ” สโรชาน้ำตาคลอออกมาเล็กน้อยเมื่อต้องพูดความรู้สึก

“ความรู้สึกที่ได้มายืนจุดนี้มันไม่เหมือนความรู้สึกที่เราดูการ์ตูนในตอนนั้นเลยค่ะ แต่มันมีความสุขจนฉันไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ วันนี้ขอให้ทุกท่านสนุกกับงานของเรานะคะ” สโรชายิ้มก่อนจะส่งไมค์ให้แก่พิธีกร

“และนี่คือความรู้สึกของบ่าวสาวในค้ำคืนนี้นะครับ ลำดับต่อไปถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะเรียนเชิญ 

ท่านดนัย นิรันดร์เนตร ประธานบริษัทนิรันดร์กรุ๊ป และท่านพินิจ เดชาวัช ประธานบริษัทค่ายเพลงเทสลี้มิวสิค ขึ้นสู้เวทีเพื่อคล้องพวงมาลัยมงคล และกล่าวอวยพรเพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่คู่บ่าวสาว ขอเรียนเชิญครับ” พิธีกรประกาศชื่อบิดาของบ่าวสาว

เมื่อสิ้นเสียงท่านดนัยและท่านพินิจก็เดินขึ้นสู่เวทีพร้อมหยิบมาลัยจากถาดที่พนักงานถือก่อนจะเดินตรงไปหาคู่บ่าวสาว

พวงมาลัยสองพวงถูกคล้องให้แก่คู่บ่าวสาวด้วยรอยยิ้ม สโรชาหันไปยิ้มให้ภาคภูมิด้วยความดีใจ

“ขอให้แกทั้งคู่ดูแลกันให้ดีเหมือนวันแรกที่รักกัน ไม่ว่าจะผ่านร้อนผ่านหนาวหรือมีอุปสรรค์เข้ามาก็ทำตัวให้เย็นเป็นน้ำอย่าพูดจาสาดสีใส่กัน ขอให้ทั้งสองมีความสุขนะ ภูมิพ่อฝากดูแลโรสด้วยนะ” ท่านดนัยพูดพลางลูบไหล่เจ้าบ่าว

“ครับพ่อ”

“ส่วนพ่อก็ขอให้ลูกทั้งสองมีความสุขกับการใช้ชีวิตคู่ เรื่องเล็กน้อยก็อย่าไปคิดไปถือสาทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ต่อจากนี้ไม่ว่าทางข้างหน้าจะเป็นยังไงก็ขอให้จับมือกันไปเรื่อยๆแบบนี้ พ่อขอให้ลูกทั้งสองมีแต่ความสุขความเจริญนะ” ท่านพินิจพูดออกมาก่อนจะหันไปมองลูกชายของตนสลับกับมองเจ้าสาวของลูกด้วยรอยยิ้ม

“และตอนนี้ถึงเวลาสำคัญที่บ่าวสาวจะร่วมกันจุดเทียนมงคลและตัดเค้กงานแต่ง ซึ่งเป็นสัญลักษณะของการเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างหวานชื่น ขอเสียงปรบมือครับ” พิธีกรในงานกล่าวก่อนที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะเดินตรงไปยังเค้กก้อนใหญ่ที่ถูกจัดไว้กลางงาน

“จะแต่งกันไม่ได้นะ!!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป