บทที่ 4 ปลอดภัย
บทที่4
ปลอดภัย
รุ่งทิวาร้องออกมาเสียงดังเมื่อสโรชาล้มฟุบลงไปที่ตัดของตนจนคนขับต้องหันมาถาม
“เป็นอะไรเบล ตกใจอะไร”
“ยัยแมนไปโรงพยาบาล โรสเป็นลม” รุ่งทิวาพูดเสียงดัง เมื่อได้ยินแบบนั้นสมชายก็รีบขับรถตรงไปยังโรงพยาบาลทันที
เมื่อมาถึงโรงพยาบาลสมชายก็รีบเข้าไปอุ้มตัวเพื่อนของตนที่อยุ่ในชุดเจ้าสาวก่อนจะรีบเข้าไปที่จุดประชาสัมพันธ์
“ช่วยด้วยค่ะ เพื่อนฉันเป็นลม” รุ่งทิวาที่วิ่งตามมาติดๆพูดบอกพยาบาลสาวที่นั่งอยู่
“เอาเปลมา” พยาบาลหันไปบอกบุรุษพยาบาลที่ยืนอยู่แถวนั้น
ไม่นานร่างของสโรชาก็ถูกวางบนเปลของโรงพยาบาล เสียงล้อเหล็กของเตียงฉุกเฉินกระทบกับพื้นกระเบื้องดังสะท้อนไปตามโถงทางเดินยาวของโรงพยาบาล
บุรุษพยาบาลสองคนกำลังออกแรงเข็นด้วยความเร็ว โดยมีสมชายและรุ่งทิวาวิ่งกระหืดกระหอบกุมมือซีดเซียวของสโรชาเอาไว้แน่น
"โรส แกได้ยินฉันมั๊ย" สมชายร้องเรียกพยายามรั้งสติเพื่อนสาวของตน ทว่าดวงตาของอีกฝ่ายกลับปิดสนิท มีเพียงแค่คราบน้ำตาที่ยังคงหลงเหลือ ริมฝีปากที่เคยสดใสจากลิปสติกตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำจากการขาดออกซิเจนจนเพื่อนทั้งสองตกใจ
"ญาติครับ ปล่อยมือคนไข้แล้วถอยออกมาก่อนครับ ถ้าคุณยังทำแบบนี้คนไข้จะเป็นอันตรายนะครับ" เสียงบุรุษพยาบาลดังออกมาจนเพื่อนสนิททั้งสองต้องยอมปล่อยมือแล้ววิ่งตามอยู่ห่างๆ
ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวด้วยหยาดน้ำตา ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก สโรชาที่กำลังพูดคุยด้วยน้ำตาก่อนจะนิ่งหายไป รู้ตัวอีกทีร่างของเพื่อนสาวก็ทรุดฮวบลงไปต่อหน้าต่อตา
เสียงสัญญาณเตือนจากเครื่องวัดชีพจรแบบพกพาดังระรัวเตือนเป็นจังหวะ ประตูห้องฉุกเฉินบานใหญ่ถูกผลักออกอย่างแรง ก่อนที่ร่างของเพื่อนสนิทจะถูกเข็นหายลับเข้าไปข้างใน
“ญาติรออยู่ข้างนอกก่อนนะคะ” พยาบาลสาวรีบเข้ามาห้ามเพื่อนทั้งสองที่กำลังจะวิ่งตามเข้าไป
“ช่วยเพื่อนฉันด้วยนะคะหมอ” รุ่งทิวาจับมือพยาบาลสาวด้วยความกังวล
“ไม่ต้องห่วงนะคะคนไข้จะต้องปลอดภัยค่ะ” พยาบาลสาวเอ่ยออกมาก่อนจะรีบตามบุรุษพยาบาลเข้าไปในห้องฉุกเฉิน
ผ่านไปนานหลายชั่วโมงก็ไม่มีท่าทีว่าหมอจะออกมาจากห้อง รุ่งทิวาเดินวนไปวนมาสลับกับสมชายที่คอยเดินไปส่องประตูห้องฉุกเฉินด้วยความกังวล
“แมน เบล ยัยโรสเป็นยังไงบ้าง” มารดาของสโรชาวิ่งเข้ามาด้วยความเป็นห่วง
“หมอยังไม่ออกมาเลยครับแม่” สมชายเอ่ยบอกมารดาของเพื่อนสาว
“โถ่ยัยโรส” เมื่อได้ยินแบบนั้นมารดาก็ถึงกับทรุดตัวลง โชคดีที่เพื่อนทั้งสองของสโรชาพยุงตัวของเธอไว้ได้ทัน
“คุณแม่ไปนั่งก่อนนะคะ ตอนนี้โรสน่าจะปลอดภัยแล้ว” รุ่งทิวาหยิบยาดมจากกระเป๋าของตนก่อนจะนำให้มารดาของเพื่อนได้ดม
“ญาติคุณสโรชาครับ” ชายหนุ่มในชุดกาวน์เดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน
“หมอคะ ลุกสาวฉันเป็นยังไงบ้างคะ” วิภาดารีบดีดตัวลุกจากที่นั่งแล้วตรงไปหาชายหนุ่มที่พึ่งออกมาทันที
“คนไข้มีอาการอ่อนเพลียจากการขาดสารอาหารและไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เลยทำให้เป็นลม หมอได้ให้น้ำเกลือกับยาบำรุงแล้ว ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ”
“ขอบคุณคุณหมอมากๆเลยนะคะ”
“ครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวก่อนนะครับ” หมอหนุ่มยิ้มก่อนจะเดินออกไป
ไม่นานบุรุษพยาบาลก็เข็มเตียงของสโรชาออกมาจากห้องฉุกเฉิน ตอนนี้ชุดเจ้าสาวถูกเปลี่ยนเป็นชุดของโรงพยาบาล สายน้ำเกลือถูกเจาะลงที่แขนเรียวของหญิงสาว สโรชายังคงไม่ได้สติจากการสลบ แต่ก็ทำให้เพื่อนทั้งสองและมารดาคลายกังวลไปได้มากแล้ว
สโรชาถูกย้ายมาที่ห้องพิเศษเพื่อดูอาการที่โรงพยาบาล โดยมีรุ่งทิวาและสมชายคอยผลัดกันเฝ้าทั้งคืน
“น..น้ำ” สโรชาพูดออกมาเบาๆในขณะที่รุ่งทิวานั่งเฝ้า
“ยัยแมน โรสฟื้นแล้ว” รุ่งทิวาหันไปสะกิดเพื่อนชายที่กำลังนอนอยุ่บนโซฟาก่อนจะรีบเดินมาประคองเพื่อนสาวของตน
“เดี๋ยวฉันไปตามหมอก่อนนะ” สมชายรีบเดินออกจากห้องไปทันที
“มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่” สโรชารับแก้วน้ำจากเพื่อนของตนก่อนจะหันมาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“เมื่อคืนแกเป็นลม ฉันกับแมนเลยพาแกมาส่งโรงพยาบาล แกเป็นยังไงบ้าง”
“ฉันโอเคขึ้นแล้ว”
“หมอขอตรวจคนไข้สักครู่นะครับ” เสียงของแพทย์หนุ่มที่พึ่งเดินเข้ามาเอ่ยก่อนที่รุ่งทิวาจะหลบออกเพื่อให้อีกฝ่ายตรวจได้อย่างเต็มที่ คุณหมอเดินเข้ามาหยุดข้างเตียง พลางหยิบไฟฉายแท่งเล็กๆ ออกมา
"หมอขอตรวจม่านตาหน่อยนะ... มองตรงมาที่หมอครับ" สโรชาทำตามอย่างว่าง่าย แสงไฟดวงเล็กส่องผ่านตาซ้ายและขวาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่คุณหมอจะเก็บมันลงกระเป๋าเสื้อ แล้วใช้หูฟังทางการแพทย์ทาบลงบนอกเพื่อฟังเสียงหัวใจ
"เป็นยังไงบ้างครับเช้านี้ ยังมีอาการเวียนหัวบ้านหมุนเหมือนจะเป้นลมหรือรู้สึกคลื่นไส้บ้างไหมครับ" คุณหมอถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขณะบันทึกข้อมูลลงในแฟ้ม
"เอ่อ... มีแค่มึนๆหัวนิดหน่อยค่ะหมอ แต่ไม่มีอาการบ้านหมุนแล้วค่ะ" สโรชาตอบเสียงแหบแห้ง
"ดีครับ ตอนนี้ชีพจรเต้นเป็นปกติแล้วนะ" คุณหมอพยักหน้าอย่างพอใจ
"ผลตรวจเลือดที่เจาะไปเมื่อคืนก็ไม่มีอะไรน่ากังวลครับ สรุปอาการรวมๆคือร่างกายอ่อนเพลียสะสมจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ แล้วก็ทานอาหารไม่ตรงเวลา ประกอบกับการร้องไห้หนักก็เลยทำให้ความดันตกจนเป็นลมไป” คุณหมอปิดแฟ้มประวัติลงแล้วหันมาสบตา
"หมอเช็กดูแล้วไม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไร เช้านี้สามารถกลับบ้านได้เลยครับ"
"กลับได้เลยใช่มั้ยคะ" รุ่งทิวาหันไปถาม
"ครับผม แต่อย่าเพิ่งชะล่าใจไปนะครับกลับไปแล้วต้องทานอาหารให้ครบห้าหมู่ พักผ่อนให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง แล้วก็ดื่มน้ำเยอะๆ เดี๋ยวหมอจะจ่ายวิตามินบำรุงกับยาแก้วิงเวียนไปให้ ทานให้ครบตามที่สั่งด้วยนะครับ" คุณหมอกำชับพลางหัวเราะน้อยๆ
"รับทราบค่ะคุณหมอ ขอบคุณมากนะคะ" สโรชาพยักหน้าเล็กน้อบ
"ยินดีครับ เดี๋ยวรอพยาบาลเอาเอกสารแจ้งยอดและใบสั่งยามาให้ แล้วเคลียร์ค่าใช้จ่ายกลับบ้านได้เลยครับ" คุณหมอทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้สโรชาถอนหายใจอย่างโล่งอกที่อย่างน้อยก็ไม่ต้องนอนแกร่วอยู่ในโรงพยาบาลต่อ
