บทที่ 8 ทบทวน

บทที่8

ทบทวน

หลังจากที่วายุพัฒน์วางแผนกับพนักงานเสร็จแล้วเขาก็รีบเดินตามสโรชาเข้าไปในโซนเสื้อผ้าทันที ตอนนี้เสื้อผ้าเป็นสิบๆชุดถูกนำมาวางโชว์ต่อหน้าเพื่อนๆทั้งสาม

“ชุดนี้เอา แล้วก็ชุดนี้ฉันเอา” รุ่งทิวาเอ่ยพลางชี้ไปที่ชุดที่ตนเองเลือก

“ของฉันรอบนี้ยังไม่ถูกใจ” สมชายเอ่ยออกมาก่อนจะมองไปยังชุดภายในร้าน

“ที่เหลือเอาหมด แยกเป็นสองถุงนะ” สโรชาเอ่ยออกมาก่อนจะหันหน้ามาหาวายุพัฒน์ที่ยืนอยู่ข้างๆ

“วิน นายอยากได้อะไรก็เลือกได้เลยนะ วันนี้ฉันจะจ่ายเอง” 

“ไม่เอาหรอกครับ เสื้อผ้าพวกนี้ราคาแพงมากเลยผมใส่ตัวละร้ายเก้าเก้าตลาดนัดดีกว่า” วายุพัฒน์เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าทะเล้น

“ฉันบอกให้เลือกก็เลือก อย่าขัดคำสั่งตอนนี้นายเป็นเด็กของฉันจะมาใส่เสื้อผ้าราคาหลักร้อยได้ยังไง เอานี่ไปเปลี่ยนซะ” พูดจบสโรชาก็ยื่นชุดที่เธอได้เลือกไว้ก่อนหน้าส่งให้ชายหนุ่ม

“ให้ผมเปลี่ยนเป็นชุดนี้หรือครับ” 

“ใช่ รีบไปเปลี่ยนด้วยล่ะ เดี๋ยวฉันต้องไปบริษัทต่อ”

“ครับ” พูดจบวายุพัฒน์ก็รีบทำตามที่อีกฝ่ายบอกทันที เขาหยิบชุดสูทใหม่ที่พึ่งได้ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องลองชุดเพื่อเปลี่ยนตามคำสั่งของหญิงสาว

“แกเอาจริงหรือ เรื่องที่ให้วินมาเป็นเด็กเลี้ยง” สมชายเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ

“จริง เพราะต่อไปนี้ฉันจะไม่มีความรักอีกแล้ว ที่ฉันให้วินเข้ามาเพราะจะได้เป็นคนคอยดูแลฉันกับพวกแกแล้วก็จะได้กันพวกผู้ชายที่เข้ามาหาผลประโยชน์จากฉัน” สโรชาเอ่ยออกมาพลางหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมาเปิด

“แล้วแกแน่ใจหรือว่าวินเป็นคนดี” รุ่งทิวาเอ่ยถามอย่างห่วงๆ

“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันว่าฉันมองคนไม่ผิด วินดูอ่อนต่อโลกไม่ค่อยมีพิษมีภัยอีกอย่างวินจะอยู่ในสถานะเด็กเลี้ยงของฉันแค่นั้น” สโรชายิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

“สมแล้วที่แกเป็นเพื่อนฉัน เดี๋ยวรอวินกลับมาแล้วเรารีบไปเปลี่ยนชุดกันจะได้ไปทำเรื่องสนุก” รุ่งทิวายิ้มก่อนจะหันไปมองเพื่อนๆของตน

ผ่านไปไม่นานวายุพัฒน์ก็เดินออกมาจากห้องลองชุด ภาพของชายหนุ่มรูปหล่อความสูงราวๆ185เซนติเมตร เดินมาพร้อมชุดสูทราคาแพงทำเอาสโรชาที่รออยู่ถึงกับมีความรู้สึกแปลกๆ เธอไม่คิดว่าเด็กหนุ่มจากคลับพอเปลี่ยนชุดแล้วจะดูเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้

“หล่อมาวิน นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นเด็กที่คลับมาก่อน พี่คงจะคิดว่าเราเป็นประธานบริษัทจริงๆแล้วนะ” สมชายเอ่ยชมออกมาพลางลุกไปจัดเสื้อผ้าของชายหนุ่มที่พึ่งเดินเข้ามา

“ผมหล่อขนาดนั้นเลยหรือครับ” วายุพัฒน์หันหน้าไปถามสมชายที่กำลังจัดเสื้อผ้าให้ตน

“หล่อสิ ไม่งั้นยัยโรสจะตาค้างขนาดนั้นหรือ อีกหน่อยคงน้ำลายยืดแล้วแหละ” สมชายเอ่ยแซวทันทีเมื่อเห็นว่าสโรชามองอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ

“โรส แกมองน้องเขาขนาดนั้นน้องเขากลัวหมดแล้วมั้ง” รุ่งทิวาสะกิดเพื่อนสาวของตนทันที

“อือ ก็ดีใช่ได้ ปะไปกันได้ยังเดี๋ยวก็ไปประชุมสายหรอก” สโรชารีบตอบออกมาก่อนที่จะรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

“งั้นเราไปจ่ายเงินกันจะได้รีบกลับ”

“อือ” พูดจบสโรชาก็เดินออกไปทันที ทว่าตอนนี้วายุพัฒน์กลับยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อรู้ว่าสโรชาก็แอบยิ้มให้กับเขา

ไม่นานหลังจากที่สามสาวซื้อของเสร็จ วายุพัฒน์ก็ขับรถไปยังคอนโดของสโรชาเพื่อส่งพวกเธอขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมเข้าบริษัทไปประชุม

โดยที่สโรชาได้ให้วายุพัฒน์นั่งรอบนรถระหว่างรอพวกเธออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า

“ว่าไงซิม อย่าบอกนะว่าไอ้ทอยมันไปเล่าให้ฟังแล้วอ่ะ”

(“ก็เออดิ มันโทรมาบอกว่าแกไปเป็นเด็กเลี้ยงให้พี่โรสฉันเลยรีบโทรมาเนี่ย สรุปยังไงทำไมถึงได้ไปเป็นเด็กเลี้ยงเขา”)

“ก็ไม่มีอะไร เมื่อคืนพี่เขามาเที่ยวที่ร้านแต่เด็กเอ็นไม่พอ ฉันเลยอาสาตัวเองไปเป็นเด็กดริ้งค์ให้พี่เขาแค่นั้น”

(“ไอ้วิน แกนี่มันร้ายจริงๆเลยนะ มีสาวแล้วทิ้งร้านทิ้งเพื่อนเลยดิ”)

“ไม่ได้ทิ้ง แต่ขอหน่อยเถอะครั้งนี้ฉันจะจีบพี่เขาจริงจังนะเว้ย”

(“เออๆ รู้แล้วน่ะ ยังไงซะแกก็ระวังตัวหน่อยเถอะ ปิดบังตัวตนแบบนี้ถ้าวันหนึ่งเขารู้ขึ้นมาแกจะทำยังไง”) เมื่อได้ยินคำถามจากศิวกรก็ทำเอาวายุพัฒน์อ้ำอึ้งไม่น้อย

“คงไม่มีอะไรหรอก ถ้าฉันกับพี่เขาไปกันได้ดีฉันค่อยบอกว่าฉันเป็นใคร ตอนนี้พี่เขาคิดว่าฉันเป็นเด็กในคลับเลยให้ฉันมาทำงานกับพี่เขา”

(“แล้วแกก็ยอมเป็นเด็กเลี้ยงของเขาเนี่ยนะวิน ถ้าวันนั้นเขาไม่ได้คิดเหมือนแกขึ้นมาคนที่เจ็บจะเป็นแกนะเว้ย สู้บอกเขาไปเลยตรงๆไม่ดีกว่าหรือวะ”)

“แบบนี้มันก็ดีอยู่แล้วปะว่ะ แค่ฉันอยู่ได้อยู่ใกล้ๆพี่เขา ไม่ว่าจะสถานะไหนฉันก็โอเคแล้ว แกไม่ต้องห่วงฉันหรอกฉันโอเค”

(“เออ งั้นก็ขอให้โชคดี มีอะไรก็เล่าให้เพื่อนฟังได้แล้วก็อย่าลืมนะเสาร์นี้มีประชุมห้ามเทนะเว้ย”)

“เออๆ รู้แล้วน่ะ แค่นี้ก่อนนะพี่โรสมาแล้ว” 

(“เค”) 

หลังจากที่สายตัดไปวายุพัฒน์ก็นั่งนึกถึงคำพูดของเพื่อนที่บอกว่าหากอีกฝ่ายรู้ที่หลังว่าเขาไม่ใช่เด็กในคลับแต่เป็นเจ้าของคลับอีกฝ่ายคงจะโกรธ แต่หากเขาบอกไปตอนนี้เขาก็คงไม่มีสิทธิได้นั่งอยู่ตรงนี้เป็นเด็กเลี้ยงของพี่โรส 

วายุพัฒน์คิดทบทวนตัวเองว่าสิ่งที่เขาทำมันถูกแล้วหรือเปล่า ถ้าการบอกความจริงคือการที่เขาต้องเสียใจอีกครั้ง แลกกับการปิดบังที่จะทำให้เขาได้มีความสุขต่อ หากเป็นแบบนั้นเขาก็คงเลือกปิดบังเพื่อให้เขาและสโรชาได้ใกล้ชิดกัน ถึงจะดูเห็นแก่ตัวแต่นี่เป็นสิ่งเดียวที่เขาทำได้ในตอนนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป