บทที่ 1 บทที่ 1

เสียงเบสหนักหน่วงจากลำโพงด้านในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหรูใจกลางมิลานยังคงกระแทกผ่านผนังกระจกหนาสองชั้นออกมาถึงระเบียงกว้างด้านนอก ปอฝ้ายก้าวพ้นขอบประตูกระจกบานเลื่อนออกมารับอากาศปลายฤดูร้อนที่เริ่มเปลี่ยนเป็นความเย็นยะเยือกของสายลมยามค่ำคืน รองเท้าบูทส้นตึกหนังสีดำบดลงบนพื้นกระเบื้องหินอ่อนแกรนิตสีเข้ม น้ำหนักของกล้องไลก้าเอ็มสามตัวเก่าที่คล้องเฉียงอยู่บนไหล่กดทับกระดูกไหปลาร้าจนรู้สึกตึงล้า ทั้งไหล่และแผ่นหลังที่เปิดเปลือยภายใต้เดรสผ้าซาตินเนื้อบางสีดำสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่ลูบผ่านผิวเนื้อ แต่ความหนาวระดับนี้ยังเทียบไม่ได้กับความน่าสะอิดสะเอียนของบทสนทนาประจบสอพลอที่เธอเพิ่งหนีออกมา

งานเลี้ยงฉลองปิดฉากมิลานแฟชั่นวีคไม่เคยมีอะไรใหม่ ช่างภาพอิสระอย่างเธอมีหน้าที่แค่กดชัตเตอร์เก็บภาพพวกนางแบบร่างผอมกะหร่องกับเหล่าบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นชื่อดังที่พร้อมจะจิกหัวใช้ทุกคนรอบข้าง รอยยิ้มจอมปลอม แก้วแชมเปญราคาแพงที่ถูกถือไว้เป็นเพียงเครื่องประดับ และข้อเสนอแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ใต้โต๊ะคือสิ่งชินตาตลอดสี่ปีที่เธอปักหลักทำงานอยู่ในอิตาลี

ปอฝ้ายหยิบบุหรี่มวนสีขาวออกมาจากกระเป๋าคลัตช์ใบเล็ก นิ้วเรียวคีบมันไว้ระหว่างริมฝีปากสีแดงสดที่เริ่มแห้งผาก ขณะกำลังจะล้วงไฟแช็กโลหะออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ตตัวนอกที่พาดไว้บนแขน ร่างสูงใหญ่สามร่างในชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบสีดำสนิทก็ขยับเข้ามาขวางเส้นทางเดินของเธออย่างเงียบเชียบ

ผู้ชายทั้งสามคนมีรูปร่างกำยำ ท่าทางตื่นตัวตลอดเวลาเหมือนสุนัขล่าเนื้อที่ถูกฝึกมาอย่างดี หูฟังแบบสายขดโปร่งแสงเสียบคาอยู่ที่หูข้างขวา ชายเสื้อสูทด้านซ้ายนูนขึ้นเล็กน้อยจนเห็นเค้าโครงของกระบอกปืนพกใต้รักแร้ พวกเขาไม่ได้เอ่ยปากไล่ แต่การก้าวเข้ามายืนเรียงหน้ากระดานปิดกั้นทางเดินมุ่งหน้าสู่มุมระเบียงฝั่งทิศตะวันตกก็แสดงเจตนาชัดเจนพออยู่แล้ว

ปอฝ้ายไม่ได้ถอยหลัง เธอมองผ่านช่องว่างระหว่างหัวไหล่ของชายร่างยักษ์ตรงกลางไปยังมุมระเบียงที่มืดที่สุด

ตรงนั้นมีผู้ชายอีกคนหนึ่งยืนพิงสะโพกอยู่กับราวระเบียงหินอ่อน

เขาเป็นชาวเอเชีย ผิวขาวสะอาดตัดกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำสนิทที่ปลดกระดุมคอเม็ดบนออกสองเม็ด แขนเสื้อถูกพับขึ้นลวกๆ จนถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนตามธรรมชาติของคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ นิ้วมือของเขายาว สะอาดสะอ้าน และเรียบเนียนผิดปกติสำหรับผู้ชายร่างสูงใหญ่ขนาดนั้น ในมือข้างขวาของเขาคีบซิการ์ขนาดเล็กที่ส่งควันสีเทาจางลอยวนอยู่ในความมืด

สายตาของเขาไม่ได้จับจ้องที่งานเลี้ยงด้านใน หรือแม้แต่วิวเมืองมิลานยามค่ำคืนที่มีเงายอดแหลมของมหาวิหารดูโอโมตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ แต่ดวงตาคมกริบใต้คิ้วเข้มคู่นั้นกำลังมองตรงมาที่เธอ

มันไม่ใช่สายตาหิวกระหายแบบพวกผู้ชายในงานเลี้ยงที่จ้องจะลากนางแบบขึ้นเตียง แต่เป็นสายตาที่ประเมินและผ่าตัดทุกอย่างที่มองเห็นด้วยความเยือกเย็น ปอฝ้ายคุ้นเคยกับการจัดวางองค์ประกอบภาพ เธอรู้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้ควบคุมทุกตารางนิ้วรอบตัวเขาได้อย่างเบ็ดเสร็จ

ปอฝ้ายยกบุหรี่ในมือขึ้นเล็กน้อย ขยับปลายนิ้วเคาะก้นบุหรี่กับหลังมือเป็นจังหวะ แสดงออกชัดเจนว่าเธอไม่ได้สนใจสูทดำสามคนที่ยืนขวางหน้า

ผู้ชายที่พิงราวระเบียงเพียงแค่ขยับปลายนิ้วชี้ข้างซ้ายขึ้นเล็กน้อย สูทดำทั้งสามคนก็ก้าวถอยหลังแยกออกเป็นสองฝั่งทันที การเคลื่อนไหวนั้นรวดเร็วและพร้อมเพรียงราวกับเครื่องจักรที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้

"ขอบคุณ" ปอฝ้ายพูดเป็นภาษาอังกฤษด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนจะก้าวผ่านช่องว่างนั้นเข้าไป

รองเท้าบูทของเธอหยุดลงห่างจากเขาประมาณหนึ่งเมตร กลิ่นน้ำหอมของผู้ชายคนนี้ลอยมาแตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นโคโลญจน์ฉุนกึกแบบพวกเศรษฐีใหม่ แต่เป็นกลิ่นไม้ซีดาร์ผสมกลิ่นหนังและไอเย็นของโลหะที่ทำให้ประสาทสัมผัสตื่นตัว เธอล้วงไฟแช็กออกมา สะบัดนิ้วจุดประกายไฟ แต่สายลมแรงบนดาดฟ้าพัดวูบเดียวเปลวไฟสีส้มก็ดับลง

เธอพยายามจุดอีกสองครั้ง ผลลัพธ์ยังคงเหมือนเดิม

"ลมแรงขนาดนี้ คงต้องใช้ไฟแช็กแบบกันลม"

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเป็นภาษาไทย สำเนียงกรุงเทพฯ ชัดเจน นิ่งสนิท ไม่มีแววประหลาดใจที่ได้เจอคนชาติตระกูลเดียวกันบนดาดฟ้าโรงแรมหรูแห่งนี้

ปอฝ้ายชะงักมือที่กำลังจะจุดไฟอีกรอบ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ โครงหน้าของเขาคมคายได้รูป จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางเฉียบได้รูปรับกับแนวกรามเหลี่ยมที่สะอาดไร้รอยเครา อายุของเขาน่าจะอยู่ในช่วงสามสิบกลางๆ วัยที่กำลังสะสมทั้งอำนาจและความมั่นใจจนล้นปรี่

"คุณเป็นคนไทย" ปอฝ้ายปรับมาใช้ภาษาไทยทันที น้ำเสียงเจือความระแวงเล็กน้อย

"ดูไม่ออกหรือไง" เขาตอบสั้นๆ ไม่ได้ขยายความอะไรเพิ่ม นิ้วมือที่คีบซิการ์ยกขึ้นจรดริมฝีปาก สูดควันเข้าปอดช้าๆ ก่อนจะพ่นออกมาทางมุมปาก ควันสีเทาแตกกระจายไปกับสายลม

"คนไทยในงานนี้มีไม่กี่คนหรอกค่ะ ส่วนใหญ่เป็นพวกไฮโซที่บินมาดูโชว์เพื่อถ่ายรูปอวดเพื่อน" เธอพูดตรงไปตรงมา พลางมองสำรวจสูทที่ตัดเย็บประณีตไร้ตราสินค้าบนตัวเขา "แต่พวกนั้นไม่มีบอดี้การ์ดพกปืนมายืนคุมระเบียงแบบนี้"

"แล้วคุณล่ะ" สายตาของเขาเลื่อนลงมาหยุดที่กล้องไลก้าบนไหล่เธอ "พวกที่ชอบถ่ายรูปอวดคนอื่นเหมือนกันงั้นสิ"

บทถัดไป