บทที่ 2 บทที่ 2

"ฉันเป็นช่างภาพ และฉันทำงานแลกเงิน ไม่ได้มาเดินเล่น" ปอฝ้ายตอบโต้ทันควัน ความรู้สึกอยากเอาชนะเริ่มก่อตัวขึ้นในอก เธอเกลียดสายตาที่มองทะลุปรุโปร่งของเขา มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นวัตถุที่ถูกนำมาวางใต้แสงไฟสตูดิโอ

"รู้แล้ว" เขาพูดเรียบๆ "ถ้าเป็นพวกอยากเด่น คงไม่มายืนหลบมุมสูบบุหรี่คนเดียวแบบนี้"

เขาขยับตัวเพียงเล็กน้อย ดึงไฟแช็กโลหะสีเงินด้านออกมาจากกระเป๋ากางเกง ประกายไฟสีน้ำเงินพุ่งขึ้นสู้กับแรงลมอย่างมั่นคง ปอฝ้ายลังเลอยู่เพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะโน้มตัวเข้าไปหาเปลวไฟนั้น ริมฝีปากที่คาบบุหรี่อยู่ห่างจากข้อนิ้วของเขาไม่ถึงสามเซนติเมตร เธอเห็นรอยแผลเป็นจางๆ ขนาดเล็กมากตรงโคนนิ้วชี้ของเขา รอยตัดที่ตรงและเรียบเหมือนถูกกรีดด้วยของมีคมที่มีน้ำหนักมือแม่นยำ

ปลายบุหรี่ติดไฟสีแดงสว่าง ปอฝ้ายผละตัวออก สูดควันขมปร่าเข้าปอดแล้วพ่นออกไปด้านข้าง

"มีคนคอยกันทางให้แบบนี้ กลัวใครจะเข้ามาแย่งผลประโยชน์หรือไงคะ" เธอถามเพื่อหยั่งเชิง พยักพเยิดหน้าไปทางลูกน้องสามคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ตรงทางเข้า

"ผมไม่ชอบความวุ่นวาย"

"แต่การพกคนมีปืนมาสามคนในงานแฟชั่น มันดูสร้างความวุ่นวายมากกว่าตัดความรำคาญนะคะ"

"พวกนั้นมีหน้าที่ทำงานของตัวเอง เหมือนที่คุณมีหน้าที่ถ่ายรูป" เขาลดไฟแช็กลง เก็บเข้ากระเป๋า "และผมเป็นคนจ่ายเงิน"

คำตอบของเขาตัดบทได้อย่างไร้ที่ติ ความเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้ปอฝ้ายเริ่มประเมินใหม่ ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่แค่พวกลูกเศรษฐีไร้สมองที่ใช้เงินพ่อแม่มาเสวยสุขในยุโรป บรรยากาศรอบตัวเขามีความเฉียบขาดแบบคนที่สั่งเป็นสั่งตายได้โดยไม่ต้องขึ้นเสียง

"แล้วงานของคุณคืออะไรคะ เจ้าของแบรนด์ หรือพวกนายทุนเงินกู้"

เขาปรายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง สายตาไม่ได้มีความหยาบโลน แต่เป็นการมองโครงสร้างกระดูก แนวไหล่ ลำคอ และแผ่นหลังที่เปิดกว้างอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนปอฝ้ายเริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบใต้ผิวหนัง

"หมอ"

ปอฝ้ายหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะแห้งแล้งและเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือ "หมอเนี่ยนะ คุณคิดว่าฉันเพิ่งมาจากต่างจังหวัดหรือไง หมอที่ไหนมีลูกน้องยืนคุมเหมือนพวกมาเฟียแถวคาสิโนใต้ดิน"

"ศัลยแพทย์ทรวงอก" เขาเสริมความชัดเจนโดยไม่สนใจท่าทีประชดประชันของเธอ น้ำเสียงยังคงราบเรียบเหมือนกำลังอ่านรายงานการรักษา "ถ้าคุณไม่เชื่อ ก็เรื่องของคุณ"

"หมอผ่าตัดหัวใจ... ฟังดูเป็นคนดีจังเลยนะคะ"

"ผมไม่เคยบอกว่าเป็นคนดี"

คำพูดของเขาหยุดความพยายามที่จะกวนประสาทของเธอลงทันที แววตาของเขาที่สะท้อนกับแสงไฟสีส้มสลัวจากตัวอาคารดูว่างเปล่าและลึกจนหยั่งไม่ถึง ปอฝ้ายเริ่มตระหนักว่าเธอกำลังเล่นกับไฟที่ควบคุมไม่ได้ ความเงียบแทรกเข้ามาแทนที่เสียงดนตรีที่ดังแว่วมา มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านช่องว่างระหว่างตึกสูง

จังหวะที่เธอยกบุหรี่ขึ้นแตะริมฝีปากอีกครั้ง ปลายนิ้วยาวของเขาก็เอื้อมเข้ามา รวดเร็วและแม่นยำจนเธอไม่ทันได้ขยับหลบ ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางที่เย็นเฉียบแตะโดนผิวหลังมือของเธอ สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่ทำให้ผิวเนื้อบริเวณนั้นชาวาบ

เขาดึงบุหรี่มวนนั้นออกไปจากนิ้วของเธอหน้าตาเฉย

"เฮ้..." ปอฝ้ายส่งเสียงประท้วงเบาๆ

เขาไม่สนใจคำท้วงติง นำบุหรี่มวนที่มีรอยลิปสติกสีแดงของเธอติดอยู่ที่ก้นกรองจรดเข้ากับริมฝีปากของตัวเอง แล้วสูดควันเข้าไปลึกๆ ก่อนจะปล่อยให้มันลอยวนผ่านปลายจมูกโด่งคมคาย ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองเธอไม่กะพริบขณะทำแบบนั้น

การกระทำนั้นอุกอาจ ชัดเจน และไร้มารยาท แต่มันกลับส่งแรงสั่นสะเทือนบางอย่างแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลังของเธออย่างรุนแรง

"สูบบุหรี่จัดไป ปอดจะพังก่อนได้จัดนิทรรศการรูปถ่าย" เขาพูดหลังจากพ่นควันออกไปจนหมด

"คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยากจัดนิทรรศการ" ปอฝ้ายหรี่ตาลง น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นระแวดระวังทันที

"คนที่ไม่คิดจะก้าวหน้า คงไม่สะพายกล้องฟิล์มตกรุ่นที่ไม่มีระบบออโต้โฟกัสมาเดินในงานที่มีแต่กล้องดิจิทัลราคาเป็นล้าน" สายตาของเขาเลื่อนไปมองกล้องไลก้าเอ็มสามที่ตัวบอดี้มีรอยถลอกตรงมุมขวา "คุณจริงจังกับมันมากเกินไป จนดูแปลกแยกจากคนข้างใน"

ปอฝ้ายกำสายสะพายกล้องแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอเกลียดที่เขาอ่านเธอออกทะลุปรุโปร่งเพียงแค่การมองไม่กี่วินาที แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกตื่นเต้นบางอย่างที่ไม่ได้เกิดขึ้นมานานก็เริ่มปะทุขึ้นในอก มันคือความรู้สึกแบบเดียวกับตอนที่เธอกำลังยืนอยู่หน้างานศิลปะที่ทั้งงดงามและอันตราย

"คุณช่างสังเกตเกินกว่าจะเป็นแค่คนแปลกหน้าที่มาขอยืมบุหรี่นะคะ คุณหมอ"

"ผมไม่ได้ขอยืม ผมแย่งมา" เขากล่าวพลางทิ้งก้นบุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่ทองเหลืองบนขอบระเบียง ใช้ปลายนิ้วกดดับมันจนประกายไฟสีแดงมอดสนิท

ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือไม่ถึงครึ่งก้าวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ปอฝ้ายสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายสูงใหญ่ของเขา กลิ่นไม้ซีดาร์และควันบุหรี่เข้มข้นขึ้นจนแทบจะกลืนกินอากาศรอบตัวเธอ

"มาคนเดียวหรือเปล่า" เขาถามขึ้นมาลอยๆ สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากของเธอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป