บทที่ 3 บทที่ 3
"ถ้าบอกว่ามาคนเดียว จะทำไมคะ" เธอเชิดหน้าขึ้น ไม่ยอมลดละสายตา
ผู้ชายตรงหน้าก้าวเข้ามาอีกครึ่งก้าว ปลายรองเท้าหนังขัดมันวับของเขาแทบจะชนกับหัวรองเท้าบูทของเธอ ร่างสูงใหญ่ตระหง่านบังแสงไฟจากด้านหลังจนเงาของเขาทาบทับลงมาบนตัวเธอเกือบทั้งหมด ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปัดผ่านหน้าผากมน
"ถ้าผมบอกว่าเป็นหมอ... คุณจะยอมให้ตรวจไหม"
ณรันมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาที่สงบนิ่ง แต่ภายใต้ความเรียบเฉยนั้น สมองของเขากำลังประมวลผลทุกรายละเอียดที่มองเห็นอย่างรวดเร็ว
เธอชื่อปอฝ้าย นั่นคือข้อมูลเดียวที่เขาได้ยินจากปากบรรณาธิการนิตยสารคนหนึ่งที่ตะโกนเรียกเธอตอนอยู่ในงานเลี้ยง แต่สิ่งที่เขาเห็นด้วยตาตัวเองมีมากกว่านั้น รูปร่างสมส่วน สูงประมาณร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร ไม่ได้ผอมแห้งเหมือนนางแบบบนแคตวอล์ก แต่มีส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน ผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดใต้เดรสซาตินที่แทบจะไม่ช่วยปกปิดอะไร และที่สำคัญที่สุดคือแววตาดื้อรั้นที่ไม่ยอมหลบสายตาเขาเลยแม้แต่วินาทีเดียว
ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เข้าหาเขามักจะแสดงออกชัดเจนว่าต้องการอะไร บางคนต้องการเงิน บางคนต้องการคอนเนกชันในวงสังคมชั้นสูง และบางคนก็แค่อยากได้ชื่อว่าเคยนอนกับทายาทตระกูลรัตนเวช แต่สายตาของปอฝ้ายเต็มไปด้วยความท้าทายและความอยากรู้อยากเห็นแบบคนที่คิดว่าตัวเองควบคุมสถานการณ์ได้
ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่ผิดมหันต์
"จะยืนคิดอีกนานไหม" เขาถามเสียงเรียบ ไม่ได้เร่งรัด แต่ทิ้งน้ำหนักลงในทุกคำพูด
ปอฝ้ายไม่ตอบในทันที เธอปรายตามองไปที่สูทดำสามคนที่ยังคงยืนเฝ้าทางออกระเบียงอย่างอดทน ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาสบตากับเขาตรงๆ ปลายนิ้วเรียวของเธอหมุนแหวนเงินที่นิ้วชี้ข้างซ้ายไปมาสองรอบ ท่าทางนั้นบ่งบอกถึงการตัดสินใจที่สิ้นสุดลง
"ตรวจที่ไหนล่ะคะ ในห้องน้ำ หรือเบาะหลังรถ"
คำพูดประชดประชันของเธอทำให้มุมปากของณรันกระตุกขึ้นเล็กน้อย มันแทบไม่นับเป็นรอยยิ้ม แต่เป็นปฏิกิริยาตอบรับความกล้าได้กล้าเสียของเธอ
"ผมไม่ชอบที่แคบ" เขาพูดสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินนำออกไปจากระเบียง ไม่ได้หันกลับมามองว่าเธอจะเดินตามมาหรือไม่
เสียงส้นรองเท้าบูทกระทบพื้นหินอ่อนดังตามหลังมาในจังหวะที่มั่นคง นั่นคือคำตอบที่เขาคาดไว้อยู่แล้ว
บอดี้การ์ดทั้งสามคนก้าวตามมาประกบด้านหลังทันทีที่ณรันเดินตัดผ่านโถงทางเดินชั้นดาดฟ้า มาร์โค มือขวาคนสนิทวัยสี่สิบต้นๆ ก้าวออกจากเงามืดหน้าลิฟต์ส่วนบุคคล เขาสวมสูทสีเทาเข้ม ท่าทางเงียบขรึมและแผ่รังสีของคนที่ผ่านสนามรบมาอย่างโชกโชน สายตาของมาร์โคเหลือบมองผู้หญิงที่เดินตามหลังณรันมาเพียงเสี้ยววินาที โดยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาทางสีหน้าแม้แต่น้อย
"รถพร้อมแล้วครับนาย" มาร์โครายงานด้วยภาษาอิตาลี น้ำเสียงทุ้มต่ำ
"ส่งคนกลับไปเคลียร์งานที่โรงพยาบาล ฉันไม่เข้าเวรคืนนี้" ณรันสั่งการด้วยภาษาเดียวกันอย่างรวดเร็ว
ประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดออก ณรันก้าวเข้าไปด้านใน ปอฝ้ายเดินตามเข้ามาติดๆ มาร์โคและลูกน้องคนอื่นก้าวตามเข้ามาอย่างรู้หน้าที่ บรรยากาศภายในตู้ลิฟต์ที่แคบลงทำให้กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์ของเขาและกลิ่นแป้งเด็กจางๆ ผสมกลิ่นบุหรี่จากตัวเธอตีวนอยู่ในพื้นที่จำกัด
ปอฝ้ายยืนกอดอก หลังตรง สายตามองตรงไปที่ตัวเลขบอกชั้นที่กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ณรันสังเกตเห็นว่ากล้ามเนื้อตรงหัวไหล่ของเธอเกร็งตัวขึ้นเล็กน้อย และจังหวะการหายใจของเธอก็เร็วขึ้นกว่าตอนที่ยืนอยู่บนระเบียง
เธอกำลังตื่นตัว สัญชาตญาณของเธอกำลังร้องเตือนว่าสถานการณ์นี้อันตราย แต่ความหยิ่งทะนงก็ขัดขวางไม่ให้เธอถอยหลัง
เมื่อลิฟต์ลงมาถึงชั้นใต้ดินที่เป็นลานจอดรถส่วนตัว ประตูเปิดออกสู่ความเงียบสงัด รถยนต์มาเซราติ ควอตโตรปอร์เต้ สีดำสนิทจอดรออยู่ตรงกลางช่องจอดพิเศษ กระจกทุกบานเคลือบฟิล์มดำสนิทจนมองไม่เห็นด้านใน ตัวถังรถดูหนาและมีน้ำหนักมากกว่ารถเก๋งทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
ลูกน้องคนหนึ่งก้าวไปเปิดประตูผู้โดยสารตอนหลัง เสียงสลักล็อกประตูที่ปลดออกดังทึบและหนักแน่นกว่าปกติ บ่งบอกถึงการติดตั้งเกราะกันกระสุนระดับสูง
ปอฝ้ายชะงักฝีเท้าลงทันทีที่เห็นสภาพรถและท่าทางของคนขับที่นั่งรออยู่ข้างใน
ณรันหยุดเดิน หันกลับมามองเธอ เขายืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง ปล่อยให้สายตาของเธอกวาดมองรถคันหรูสลับกับลูกน้องของเขาที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบๆ
"เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทัน" เขาบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้การบีบบังคับ "ผมให้คนขับรถไปส่งคุณที่สตูดิโอได้"
ปอฝ้ายหันขวับมามองเขา คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน แววตาที่เคยหวั่นไหวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความดื้อรั้นอีกครั้ง
"ใครบอกว่าฉันจะเปลี่ยนใจ" เธอเชิดคางขึ้น "แค่กำลังคิดว่าคุณหมอศัลย์ทั่วไป คงไม่มีความจำเป็นต้องนั่งรถกันกระสุนหนาขนาดนี้"
"มิลานตอนกลางคืนมันไม่ปลอดภัย"
"สำหรับใครคะ สำหรับคุณ หรือสำหรับคนที่คิดจะหาเรื่องคุณ"
ณรันไม่ตอบคำถามนั้น เขาเพียงแค่ผายมือไปทางประตูรถที่เปิดอ้าอยู่ "ขึ้นรถ"
ปอฝ้ายสูดลมหายใจเข้าลึก ก้าวเท้าขึ้นไปนั่งบนเบาะหนังแท้สีดำด้านในอย่างไม่ลังเล ณรันก้าวตามขึ้นไปนั่งข้างเธอ ประตูกันกระสุนถูกปิดลงด้วยเสียงทึบหนักแน่น ตัดขาดเสียงบรรยากาศภายนอกออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเงียบและเสียงครางแผ่วเบาของเครื่องยนต์แปดสูบที่เริ่มทำงาน
