บทที่ 4 บทที่ 4

รถเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถใต้ดินอย่างนุ่มนวล มุ่งหน้าสู่ถนนสายหลักของมิลานที่เริ่มร้างราผู้คน แสงไฟนีออนสีส้มและขาวจากเสาไฟริมถนนสาดผ่านกระจกเข้ามาเป็นระยะ ทาบทับลงบนใบหน้าด้านข้างของปอฝ้ายที่กำลังจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง

เธอนั่งชิดริมประตู พยายามเว้นระยะห่างจากเขาให้มากที่สุดเท่าที่พื้นที่เบาะหลังจะอำนวย มือทั้งสองข้างประสานกันอยู่บนตัก นิ้วโป้งขยับลูบตัวบอดี้ของกล้องไลก้าที่วางอยู่ข้างตัวไม่หยุด

ณรันขยับตัว ปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตทั้งสองข้างออก แล้วพับแขนเสื้อขึ้นอย่างใจเย็น ความเงียบในห้องโดยสารไม่ได้สร้างความอึดอัดให้เขา แต่เขารู้ดีว่ามันกำลังกดดันประสาทของผู้หญิงข้างๆ

"มีกฎอะไรไหม" ปอฝ้ายเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมา น้ำเสียงของเธอพยายามทำให้ฟังดูผ่อนคลาย แต่ความตึงเครียดในเส้นเสียงยังคงชัดเจน

ณรันปรายตามองเธอ "กฎเรื่องอะไร"

"เรื่องของเรา... ในคืนนี้" เธอหันหน้ากลับมาสบตากับเขา แสงไฟวูบหนึ่งสะท้อนให้เห็นประกายความเด็ดเดี่ยวในดวงตาของเธอ "ฉันไม่นอนกับผู้ชายที่มีพันธะ ไม่ว่าคุณจะแต่งงานแล้ว มีคู่หมั้น หรือมีแฟนเก็บไว้ที่ไหน ถ้าคุณมีอย่างใดอย่างหนึ่งในนั้น ให้คนขับรถจอดตรงนี้เลย"

"ไม่มี" ณรันตอบคำเดียว สั้นและชัดเจน

"แล้วหลังจากคืนนี้ล่ะ"

"แล้วแต่คุณ"

ปอฝ้ายเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนเธอจะแปลกใจกับคำตอบที่ไร้ความผูกมัดของเขา เธอขยับตัวนั่งหลังตรงขึ้น หันหน้าเข้าหาเขาเต็มตัว

"งั้นฟังข้อตกลงของฉัน" เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "แค่คืนเดียว จบที่เตียง พรุ่งนี้เช้าฉันเดินออกจากห้องคุณ แล้วเราทำเหมือนไม่เคยเจอกัน ไม่มีการโทรหา ไม่มีการส่งข้อความ ไม่ต้องมาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ และห้ามส่งลูกน้องพวกนี้ไปตามถ่ายรูปหรือคุมฉันที่สตูดิโอเด็ดขาด"

ณรันมองใบหน้าที่เชิดขึ้นอย่างถือดีของเธอ คำพูดของเธอเหมือนคนที่พยายามสร้างเกราะเหล็กขึ้นมาล้อมรอบตัวเองไว้ ป้องกันไม่ให้ใครก้าวล้ำเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัว แต่สำหรับเขา เงื่อนไขพวกนี้เป็นสิ่งที่เขาต้องการอยู่แล้ว ชีวิตของเขาซับซ้อนเกินกว่าจะมีที่ว่างให้ความสัมพันธ์แบบผูกพัน ความลับ ปัญหาของตระกูล และภัยคุกคามรอบด้านทำให้การตัดจบแบบคืนเดียวเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

"คุณคิดว่าผมจะว่างขนาดส่งคนไปตามคุณหรือไง" เขาถามกลับเสียงเรียบ

"กันไว้ดีกว่าแก้ค่ะ ผู้ชายรวยๆ ส่วนใหญ่ชอบคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของโลก และชอบคิดว่าผู้หญิงทุกคนต้องยอมสยบให้"

"ผมไม่ว่างขนาดนั้น ปอฝ้าย"

การที่เขาเรียกชื่อเล่นของเธอออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทำให้ปอฝ้ายชะงักไป ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

"คุณรู้ชื่อฉัน..."

"คุณคิดว่าผมจะพาใครขึ้นรถโดยไม่รู้ว่าเธอชื่ออะไรหรือไง" เขาเอ่ยพลางเอื้อมมือไปเปิดช่องแช่เครื่องดื่มตรงคอนโซลกลาง หยิบขวดน้ำแร่ขนาดเล็กส่งให้เธอ "ดื่มน้ำซะ ปากคุณแห้งหมดแล้ว"

ปอฝ้ายมองขวดน้ำในมือเขา ลังเลอยู่สองวินาทีก่อนจะรับมันไปเปิดฝาดื่มสองสามอึกเพื่อดับความกระหาย น้ำเย็นจัดช่วยดึงสติของเธอให้กลับมานิ่งขึ้น

รถแล่นเข้าสู่ถนนย่านที่พักอาศัยระดับหรูใจกลางเมือง ก่อนจะเลี้ยวลงสู่ทางลาดใต้ดินของอาคารสูงสไตล์โมเดิร์นที่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา ลิฟต์ส่วนตัวที่จอดรออยู่เปิดรับพวกเขาสองคนทันทีที่ก้าวลงจากรถ มาร์โคและคนขับรถไม่ได้ตามขึ้นมา พวกเขายืนคุมเชิงอยู่ด้านล่าง ปล่อยให้พื้นที่ด้านบนกลายเป็นอาณาจักรส่วนตัวของณรันโดยสมบูรณ์

ตัวเลขดิจิทัลในลิฟต์วิ่งขึ้นสู่ชั้นบนสุดอย่างเงียบกริบ ภายในลิฟต์สว่างด้วยแสงไฟสีนวลตา ปอฝ้ายยืนอยู่ข้างเขา คราวนี้เธอไม่ได้ถอยหนี ไหล่ของเธออยู่ห่างจากต้นแขนของเขาเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นแชมพูกลิ่นกุหลาบป่าจากผมดัดลอนคลายของเธอเริ่มทำหน้าที่รบกวนสมาธิของเขาอย่างจริงจัง

ณรันยืนมองเงาสะท้อนของทั้งคู่บนผนังลิฟต์กระจกเงาด้านหน้า ผู้หญิงตัวเล็กที่ดูเปราะบางเมื่อยืนเทียบกับโครงสร้างร่างกายของเขา แต่แววตากลับดื้อดึงไม่ยอมแพ้ รอยสักรูปชัตเตอร์กล้องขนาดจิ๋วตรงหลังคอของเธอที่โผล่พ้นแนวผมขึ้นมาดึงดูดสายตาของเขาให้จับจ้อง

เสียงสัญญาณเตือนแผ่วเบาดังขึ้นเมื่อลิฟต์หยุดนิ่ง ประตูโลหะเลื่อนเปิดออกช้าๆ สู่ห้องนั่งเล่นขนาดมหึมาของเพนต์เฮาส์

พื้นห้องปูด้วยหินอ่อนสีเทาเข้มขัดด้าน เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเป็นทรงเรขาคณิตสั่งทำพิเศษในโทนสีดำ เทา และไม้โอ๊กเข้ม ไม่มีภาพวาดประดับผนัง ไม่มีแจกันดอกไม้ ไม่มีของตกแต่งกระจุกกระจิก มีเพียงความว่างเปล่า เป็นระเบียบ และเยือกเย็นเหมือนห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ กระจกบานใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดานเปิดรับทัศนียภาพของเมืองมิลานทั้งเมืองที่ส่องประกายระยิบระยับอยู่เบื้องล่าง

ปอฝ้ายก้าวออกจากลิฟต์ไปได้เพียงสองก้าว เธอก็หยุดยืนมองความเวิ้งว้างที่ไร้ชีวิตชีวาของห้องนั้น

ณรันก้าวตามออกมายืนซ้อนหลังเธอ ความสูงของเขาบดบังแสงไฟจากลิฟต์จนเงาของเขาทอดทาบไปข้างหน้า ลมหายใจของเขาปัดผ่านผิวแก้มเนียนของเธอเมื่อเขาก้มลงกระซิบชิดใบหู

"ถอยไม่ได้แล้วนะ"

ความเย็นเฉียบของพื้นหินอ่อนใต้ฝ่าเท้าไม่ได้ช่วยลดอุณหภูมิที่กำลังพุ่งสูงขึ้นในร่างกายของปอฝ้ายได้เลยแม้แต่น้อย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป