บทที่ 6 บทที่ 6

"แฉะขนาดนี้ ยังจะเถียงอีกเหรอ" นิ้วมือของเขากดคลึงลงบนติ่งเนื้ออ่อนไหว หมุนวนเป็นวงกลมด้วยจังหวะที่แม่นยำและรวดเร็ว

"อื้อ... อย่า..." เธอส่ายหน้าไปมาบนโซฟา กัดริมฝีปากล่างจนเจ็บเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องที่น่าอายออกไป แต่สะโพกของเธอกลับขยับร่อนเข้าหานิ้วมือของเขาโดยอัตโนมัติ

ณรันเกี่ยวแพนตี้ตัวจิ๋วออกทางปลายเท้าอย่างไม่แยแส เขาปล่อยข้อมือของเธอให้เป็นอิสระ แต่ก่อนที่ปอฝ้ายจะได้ขยับตัว เขาก็แทรกตัวเข้ามาคุกเข่าอยู่ระหว่างเรียวขาที่แยกออกจากกัน มือใหญ่จับเข่าทั้งสองข้างของเธอแยกออกกว้างขึ้น กดลงกับเบาะโซฟาอย่างมั่นคง

เขาเอื้อมมือไปควักซองสี่เหลี่ยมขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋ากางเกงสแล็ก ฉีกฟอยล์ออกด้วยฟันอย่างช่ำชอง แล้วสวมใส่เครื่องป้องกันลงบนความเป็นชายที่ขยายใหญ่จนตึงแน่นและปูดโปนด้วยเส้นเลือด ปอฝ้ายมองสัดส่วนที่ใหญ่โตเกินมาตรฐานของเขาแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความตื่นเต้นและหวาดหวั่นแล่นวาบเข้ามาในอกพร้อมๆ กัน

ณรันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ฉ่ำปรือของเธอ มือข้างหนึ่งเลื่อนลงมาลูบไล้ผิวเนื้ออ่อนด้านในต้นขาของเธอเบาๆ ปลายนิ้วแตะวนอยู่ตรงปากทางเข้าที่กำลังเต้นตุบๆ

"อ้าขาครับ"

คำสั่งสั้นๆ ที่มีคำลงท้ายอย่างสุภาพ แต่เปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและกดดัน ทำให้ร่างกายของปอฝ้ายยอมจำนนอย่างน่าโมโห เธออ้าขาออกกว้างขึ้นตามคำสั่งนั้นอย่างไม่อาจขัดขืน

ณรันจ่อส่วนหัวที่ร้อนจัดเข้ากับช่องทางรักที่เปียกเยิ้ม ถูไถไปมาสองสามครั้งเพื่อชโลมน้ำหวานให้ทั่ว ก่อนจะกดสะโพกสอดแทรกลึกเข้าไปในกายเธอรวดเดียวจนสุดความยาว

"กรี๊ด... อึก..."

ปอฝ้ายผวาเฮือก แหงนหน้าขึ้นสูดอากาศเข้าปอดอย่างทรมาน ความคับแน่นและเสียดสีรุนแรงจนเธอรู้สึกเหมือนร่างจะฉีกขาด น้ำตาเม็ดใสซึมออกมาที่หางตาทันที เล็บมือทั้งสิบจิกเกร็งลงบนท่อนแขนและแผ่นหลังกว้างของเขาอย่างลืมตัว

ณรันหยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ปล่อยให้ผนังเนื้อนุ่มที่ตอดรัดเขาอย่างบ้าคลั่งได้ปรับตัว เขาก้มลงจูบซับน้ำตาที่หางตาของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นนุ่มนวลและอ่อนโยนอย่างประหลาดจนปอฝ้ายใจแกว่ง แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ความดุดันก็กลับมาแทนที่เมื่อเขาเริ่มขยับสะโพก

"แน่นฉิบหาย..." เขาพึมพำเสียงรอดไรฟัน ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นรอยนูน

เขาเริ่มถอนสะโพกออกเกือบสุดแล้วกระแทกกลับเข้าไปใหม่ จังหวะแรกหนักหน่วงและมั่นคง ก่อนจะเริ่มเร่งความเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่ เสียงเนื้อกระทบกันดังสะท้อนก้องในห้องนั่งเล่นที่เงียบสงัด ปอฝ้ายโยกคลอนไปตามแรงขับเคลื่อนของเขา โซฟาหนังส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะกระแทกกระทั้นที่ไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนลง

"มองหน้าผม ปอฝ้าย" เขาออกคำสั่งอีกครั้ง ก้มลงมาสบตากับเธอในระยะประชิด

ปอฝ้ายลืมตาขึ้นมองเขาอย่างยากลำบาก ภาพตรงหน้าคือผู้ชายที่เหงื่อซึมตามไรผม แววตาคมกริบเต็มไปด้วยความปรารถนาอันรุนแรงที่พร้อมจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว เธอเห็นตัวเองสะท้อนอยู่ในแววตาคู่นั้น เป็นภาพของหญิงสาวที่ยอมจำนนต่อความต้องการของเขาอย่างหมดรูป

"อ๊ะ... อ๊า... ณรัน... แรงไปแล้ว..." เธอครางเรียกชื่อเขาออกมาอย่างลืมตัว มือที่จิกอยู่บนหลังของเขาเริ่มออกแรงข่วนเป็นทางยาวตามจังหวะที่เขากระแทกย้ำลงมาตรงจุดกระสันด้านในอย่างไม่ปรานี

"เรียกอีก" เขาคำรามต่ำในลำคอ ซอยสะโพกถี่กระชั้นขึ้นจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้อากาศผ่าน "เรียกชื่อผม..."

"ณรัน... อื้อ... ณรัน..."

การตอบสนองของเธอทำให้ณรันคลุ้มคลั่ง เขายกขาข้างหนึ่งของเธอขึ้นพาดบ่ากว้าง เปิดองศาให้เขาสามารถตอกตรึงเข้าไปได้ลึกกว่าเดิม ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยพละกำลังของคนที่ฝึกฝนร่างกายมาอย่างดี ความเสียวซ่านรุนแรงบิดมวนอยู่ในช่องท้องของปอฝ้ายจนกล้ามเนื้อรอบข้างกระตุกเกร็งเป็นระลอก

ผนังช่องคลอดบีบรัดตัวตนของเขาแน่นหนาจนณรันต้องครางต่ำด้วยความซ่านเสียว ปอฝ้ายหวีดร้องออกมาเมื่อคลื่นความสุขสมซัดกระหน่ำเข้ามาในสมองจนขาวโพลน ร่างกายของเธอกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง จุดซ่อนเร้นบีบรัดแท่งเนื้อร้อนเป็นจังหวะถี่ๆ ปลดปล่อยความชุ่มฉ่ำทะลักออกมาไม่ขาดสาย

เมื่อสัมผัสได้ถึงการบีบรัดขั้นสุด ณรันก็ไม่รั้งรออีกต่อไป เขากระหน่ำสะโพกเข้าใส่เธออีกสี่ห้าครั้งอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง ก่อนจะกดแช่ตัวตนฝังลึกเข้าไปในกายเธอจนมิดด้าม ปลดปล่อยสายธารแห่งความสุขสมเข้าไปในเครื่องป้องกันจนหมดสิ้น

เสียงหอบหายใจหนักหน่วงของทั้งคู่ดังก้องอยู่ในความเงียบงัน

ณรันค่อยๆ ถอนกายออก รูดเครื่องป้องกันทิ้งลงถังขยะอย่างเป็นระเบียบ เขาดึงทิชชูเปียกจากโต๊ะข้างโซฟามาเช็ดทำความสะอาดคราบเหงื่อและร่องรอยแห่งความต้องการบนตัวเธอและตัวเองอย่างใจเย็น ท่าทางการดูแลที่คล่องแคล่วและสะอาดสะอ้านทำให้เธอนึกถึงคำพูดของเขาที่ว่าเขาเป็นหมอ

ร่างสูงใหญ่ก้าวไปหยิบผ้าห่มผืนหนาจากห้องนอนมาคลุมลงบนร่างที่กำลังสั่นเทาและหมดแรงของปอฝ้าย เขาโน้มตัวลงมาใกล้ ริมฝีปากอุ่นปัดผ่านเปลือกตาที่ปิดสนิทของเธอ ก่อนจะหยุดลงที่ข้างใบหู

"เก่งนี่"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป