บทที่ 8 บทที่ 8

"ผมบอกว่าแล้วแต่คุณสำหรับเรื่องหลังจากคืนนี้" ณรันหยิบแก้วเซรามิกสีดำด้านสองใบออกมาวางบนถาดรองโลหะ กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มเริ่มลอยฟุ้งขึ้นมาในอากาศ "แต่ตอนนี้ยังถือว่าเป็นผลพวงของเมื่อคืน ตราบใดที่คุณยังก้าวไม่พ้นประตูลิฟต์ส่วนตัวของผม"

"เล่นลิ้นเก่งจังนะคะ บนเตียงไม่เห็นพูดเยอะขนาดนี้"

มุมปากของณรันกระตุกขึ้นเล็กน้อย เขากดปุ่มปล่อยน้ำกาแฟสีดำสนิทลงสู่แก้วทั้งสองใบอย่างใจเย็น ไอน้ำร้อนลอยกรุ่นขึ้นมาปะทะผิวหน้า "บนเตียงมีอย่างอื่นที่น่าทำมากกว่าการพูด และถ้าจำไม่ผิด เมื่อคืนคุณเองก็ไม่ได้ขอให้ผมพูดอะไรเลย มีแต่บอกให้ทำแรงขึ้น"

คำพูดตอกกลับที่ตรงไปตรงมาและไร้ยางอายของเขาทำให้พวงแก้มของปอฝ้ายขึ้นสีเรื่อขึ้นมาทันที เธอเชิดหน้าขึ้น กัดริมฝีปากล่างเพื่อข่มความรู้สึกบางอย่างที่ตีตื้นขึ้นมาในอก ความทรงจำเกี่ยวกับสัมผัสอันดุดัน น้ำหนักตัวที่ทาบทับ และเสียงคำรามต่ำชิดใบหูของเขายังคงชัดเจนจนผิวเนื้อใต้ร่มผ้าร้อนผ่าว

"หน้าด้าน" เธอสบถออกมาเบาๆ เป็นภาษาไทย

"ขอบคุณที่ชม" เขาหันกลับมาพิงสะโพกสอบเข้ากับขอบเคาน์เตอร์หินอ่อน สองมือยกขึ้นกอดอก ปล่อยให้สายตาคมกริบกวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "วางกระเป๋าลงก่อน ดื่มกาแฟให้หมดแก้ว แล้วผมจะให้คนขับรถไปส่ง"

"ฉันกลับเองได้ รถไฟใต้ดินไม่ได้ปิดบริการวันอาทิตย์"

"ผมไม่ได้ถามว่าคุณกลับเองได้ไหม ผมแค่บอกว่าจะให้คนไปส่ง" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นโทนคำสั่งที่คุ้นเคย นิ่งสนิท เด็ดขาด และไม่มีช่องว่างให้ต่อรอง "คุณเดินกะเผลกอยู่นะ ปอฝ้าย คิดว่าตัวเองจะเดินลงบันไดสถานีรถไฟไหวหรือไง"

คำทักท้วงของเขาจี้ใจดำจนเธอชะงัก ร่างกายส่วนล่างของเธอปวดระบมไปหมดจริงๆ กล้ามเนื้อต้นขาด้านในสั่นเทาจากการถูกจับแยกและรองรับแรงกระแทกเป็นเวลานาน ความคับแน่นของตัวตนเขาที่ฝังลึกเข้ามาซ้ำๆ ยังคงทิ้งร่องรอยความเจ็บแปลบไว้ทุกครั้งที่เธอก้าวขา แต่ความหยิ่งในศักดิ์ศรีทำให้เธอพยายามทรงตัวให้ตรงที่สุดเท่าที่จะทำได้

"นั่นมันเรื่องของฉัน ไม่ใช่ธุระของหมอผ่าตัดหัวใจอย่างคุณ"

"เกี่ยวกับผมโดยตรง" ณรันปลดผ้าขนหนูออกจากลำคอ โยนมันพาดไว้บนเก้าอี้บาร์ข้างตัว "เพราะผมเป็นคนทำ ให้มันระบมขนาดนั้น"

ปอฝ้ายสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดอารมณ์หงุดหงิดที่กำลังพลุ่งพล่าน ผู้ชายคนนี้มีความสามารถในการยั่วประสาทได้อย่างเลือดเย็น เขารู้จุดอ่อน รู้ว่าต้องพูดยังไงให้เธอเสียการควบคุม และที่เลวร้ายที่สุดคือเขารู้ว่าร่างกายของเธอตอบสนองต่อเขาอย่างไร

จังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากเถียงต่อเพื่อตัดรำคาญ เสียงสัญญาณเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าคลัตช์ของเธอก็ดังขึ้น

เสียงดนตรีสังเคราะห์สั้นๆ ดังแทรกความเงียบ ปอฝ้ายละสายตาจากเขา ล้วงมือเข้าไปหยิบโทรศัพท์เครื่องบางออกมาดูหน้าจอ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นชื่อของสายเรียกเข้า มันเป็นเบอร์ของตัวแทนเอเจนซี่จัดหานางแบบและนิตยสารแฟชั่นที่เธอเพิ่งส่งไฟล์รูปพรีวิวไปให้เมื่อวันศุกร์

เธอลังเลอยู่เสี้ยววินาที เหลือบมองณรันที่ยังคงยืนกอดอกมองเธออยู่ ก่อนจะตัดสินใจกดรับสายแล้วยกขึ้นแนบหู

"สวัสดีค่ะ" เธอปรับน้ำเสียงให้เป็นทางการและสุภาพในทันที ทิ้งท่าทีก้าวร้าวเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น "ปารวตี หวัง ค่ะ"

คำว่า 'หวัง' ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากสีแดงสดนั้นดังก้องอยู่ในโสตประสาทของณรันอย่างรุนแรง

ร่างสูงใหญ่ที่ยืนพิงเคาน์เตอร์ครัวอยู่นิ่งสนิทไปในทันที รูม่านตาของเขาขยายกว้างขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ หยดน้ำที่เกาะอยู่ตรงปลายผมหยดติ๋งลงบนพื้นหินอ่อน เสียงหยดน้ำกระทบพื้นดังแว่วในความเงียบงันที่ก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหันในสมองของเขา

หวัง...

ปารวตี หวัง

กลไกความคิดในหัวของณรันที่เคยทำงานอย่างเป็นระเบียบเหมือนเครื่องจักรผ่าตัดเกิดการสะดุดลงอย่างรุนแรง ภาพความทรงจำเมื่อสิบห้าปีก่อนที่เขาพยายามฝังกลบไว้ใต้กองเอกสารและคราบเลือดในอดีตพุ่งทะยานกลับขึ้นมาฉายซ้ำในหัวอย่างบ้าคลั่ง

คืนนั้นที่ชานเมืองมิลาน ฝนตกหนักจนกระจกหน้ารถตู้พร่ามัว เด็กหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดปีอย่างเขานั่งเกร็งอยู่หลังพวงมาลัย สองมือบีบขอบหนังแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ข้างเบาะคนขับมีร่างของชายชาวเอเชียวัยสี่สิบเศษนั่งหอบหายใจรวยริน เสื้อเชิ้ตสีขาวชุ่มไปด้วยเลือดสีแดงฉานจากบาดแผลถูกยิงที่ช่องอก ชายคนนั้นคือ 'ธีรเดช หวัง' นักธุรกิจที่ถูกหุ้นส่วนในเครือข่ายธุรกิจมืดหักหลังและตามล่าเพื่อแย่งชิงหลักฐานสำคัญ ครอบครัวของณรันรับปากว่าจะช่วยพาธีรเดชหนีข้ามพรมแดนไปยังสวิตเซอร์แลนด์

แต่แผนการรั่วไหล

เสียงกระสุนปืนไรเฟิลกระแทกผ่านกระจกหน้ารถ เสียงระเบิดของยางรถยนต์ และภาพของธีรเดชที่กระเด็นออกไปนอกตัวรถในจังหวะที่รถคว่ำ ทุกอย่างจบลงด้วยความล้มเหลว ธีรเดชเสียชีวิตก่อนที่ทีมแพทย์ฉุกเฉินของตระกูลจะมาถึง ในมือที่ไร้วิญญาณของชายคนนั้นกำสายสะพายของกล้องฟิล์มสีเงินตัวเก่าไว้แน่น กล้องตัวนั้นถูกกระแทกเข้ากับขอบประตูรถจนเกิดรอยถลอกลึกที่มุมขวาด้านบน

ณรันละสายตาจากใบหน้าของปอฝ้าย เลื่อนต่ำลงไปมองวัตถุสีเงินที่สะพายอยู่บนไหล่ของเธอ

กล้องไลก้าเอ็มสาม บอดี้โลหะสีเงินคลาสสิก และตรงมุมขวาด้านบนของตัวกล้อง มีรอยถลอกลึกรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็กที่เนื้อโลหะเปิดออกจนเห็นเนื้อทองเหลืองด้านใน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป