บทที่ 5 ข้อเสนอของหมาป่า2

ใบปอยิ้มแหย ก่อนจะเบนสายตามองผ่านเข้าไปด้านใน

ศิลากรนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงโต๊ะกระจกริมระเบียง วันนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนขึ้นลวกๆ ถ้วยกาแฟเซรามิกสีดำวางอยู่ข้างแท็บเล็ต ท่วงท่าการนั่งพิงพนักเก้าอี้ของเขาดูผ่อนคลายสบายๆ แต่กลับแผ่รังสีคุกคามเงียบเชียบ ราวกับนักล่าที่กำลังปักหลักรอให้เหยื่อเดินเข้ามาติดกับด้วยตัวเอง

เขาเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอพอดี ดวงตาคมกริบสีรัตติกาลคู่นั้นตวัดมองมา มันนิ่งลึกและเย็นเยียบจนใบปอรู้สึกเหมือนถูกมองทะลุเข้าไปถึงความประหม่าที่พยายามซ่อนไว้ข้างใน หญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลูกแกะขนฟูตัวจ้อย ที่เพิ่งพลัดหลงเข้ามาในอาณาเขตหวงห้ามของหมาป่าจ่าฝูง

หญิงสาวยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะ”

“สวัสดี” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจแบบเดียวกับเมื่อคืนเป๊ะ ฟังตอนสร่างเมาสติเต็มร้อยแล้ว เธอก็ยิ่งมั่นใจว่าน้ำเสียงแบบนี้ โทนเสียงแบบนี้ ไม่มีส่วนไหนใกล้เคียงกับสิบหมื่นเลยสักนิดเดียว

“ปอมาคุยเรื่องเมื่อคืนค่ะ” ศิลากรแตะนิ้วล็อกหน้าจอแท็บเล็ตแล้ววางลงบนโต๊ะ “นั่งก่อนสิ”

“เราไปคุยกันที่คาเฟ่หน้าปากซอยได้ไหมคะ” คิ้วเข้มพาดเฉียงเลิกขึ้นนิดหนึ่ง “ทำไม”

ใบปอเหลือบมองคุณศศิธรที่กำลังจัดแจกันดอกไม้ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับคนตรงหน้า

“ปอไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของคนอื่นค่ะ”

คุณศศิธรหลุดหัวเราะเบาๆ “ไปเถอะศิ น้องคงอยากคุยให้สบายใจน่ะ”

ศิลากรมองประเมินใบหน้าจิ้มลิ้มอยู่อึดใจหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์กับกุญแจรถยุโรปบนโต๊ะ “ได้”

ใบปอขยับถอยทางให้เขาเดินลงบันไดมา แล้วรีบชิงพูดขึ้นก่อนเมื่อเห็นเขากำลังจะกดรีโมตรถ “ร้านอยู่แค่นี้เอง ปอเดินไปเองค่ะ”

ร่างสูงชะงักฝีเท้า เขาหันกลับมามองเธอนิ่งๆ “ฉันยังไม่ได้ชวนขึ้นรถสักคำ”

เธอเงียบกริบ เขาก็เงียบ คุณศศิธรที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่บนระเบียงรีบยกถ้วยชาขึ้นจิบเพื่อกลั้นขำ แต่ใบปอตาไวพอที่จะเห็นรอยยิ้มตรงมุมปากของผู้ใหญ่ หญิงสาวจึงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อกู้หน้าตัวเอง

“ปอแค่แจ้งไว้ก่อนค่ะ” ศิลากรพยักหน้ารับ สีหน้ายังคงเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ “รับทราบ”

เพียงแค่คำสั้นๆ คำเดียวกับแววตาดุดันที่หรี่ลงเล็กน้อย ก็ทำเอาคนฟังรู้สึกเหมือนกำลังเสียเปรียบย่อยยับ ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มเปิดโต๊ะเจรจาด้วยซ้ำ

ณิชาจัดการเคลียร์โต๊ะมุมสุดด้านในร้านให้เพื่อนรัก โดยเว้นระยะห่างจากโต๊ะลูกค้าคนอื่นพอสมควร ใบปอเลือกนั่งฝั่งที่มองเห็นเคาน์เตอร์บาร์ ส่วนศิลากรทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม นัยน์ตาสีเข้มดุจเหยี่ยวกวาดมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา

“น้ำเปล่าเย็นๆ ค่ะ” ณิชาวางแก้วน้ำกระแทกลงตรงหน้าเพื่อนอย่างตั้งใจ “ขอบใจ” “ยินดีบริการมากๆ ค่ะ”

รอยยิ้มของณิชากว้างเกินมาตรฐานการบริการลูกค้าไปหลายเบอร์ แต่ใบปอยังไม่มีสิทธิ์โวยวายเพื่อนตอนนี้ จึงได้แต่ถลึงตาใส่แล้วรอให้ณิชาเดินกลับไปประจำเคาน์เตอร์ ก่อนจะสูดลมหายใจยืดตัวตรง

“เรื่องเมื่อคืน ปอขอโทษค่ะ” เธอกล่าวเข้าประเด็นทันที ไม่ยอมเสียเวลาอ้อมค้อม

“ฉันได้ยินแล้วตอนอยู่ที่บ้าน”

“อันนั้นขอโทษคุณศศิค่ะ ส่วนประโยคนี้ ปอขอโทษคุณ”

เขาพยักหน้ารับรู้เป็นเชิงอนุญาตให้พูดต่อ ใบปอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ

“ปอเมาแล้วจำคนผิด แต่ถึงอย่างนั้น ปอก็ไม่ควรไปดึงแขนเสื้อหรือ... จูบคุณ โดยไม่ถามความสมัครใจก่อน ปอขอโทษจริงๆ ค่ะ”

สีหน้าของศิลากรไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด เขายกแก้วกาแฟดำที่ณิชาเพิ่งนำมาเสิร์ฟขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ก่อนจะตอบเสียงเรียบ “ฉันรับคำขอโทษ”

ใบปอค่อยๆ คลายมือที่กำแน่นอยู่บนตัก ประโยคแรกผ่านไปแล้ว เหลืออีกสองประโยค

“ส่วนเรื่องขอเป็นแฟน ปอไม่ได้ตั้งใจจะพูดกับคุณค่ะ”          “เรื่องนั้นฉันรู้แล้ว”

“ถ้างั้น... รบกวนคุณช่วยอธิบายกับทุกคนในงานด้วยนะคะ ว่าเรื่องเมื่อคืนมันเป็นแค่การเข้าใจผิด”

ศิลากรวางแก้วกาแฟลง ประสานมือแกร่งวางไว้บนโต๊ะ นัยน์ตาดุดันทรงอำนาจจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของคนฝั่งตรงข้าม

“ก่อนอื่น ฉันคิดว่าฉันก็ควรขอโทษเธอเหมือนกัน ที่ถือวิสาสะหยิบเรื่องของเธอไปใช้อ้างเพื่อปฏิเสธนัดดูตัวกับลลิตา”

“คุณรู้ตัวด้วยเหรอคะ ว่าตัวเองกำลังทำอะไร” คำถามหลุดจากปากไปก่อนที่สมองจะทันสั่งห้าม มุมปากหยักลึกขยับขึ้นเล็กน้อย “รู้สิ” “แล้วคุณก็ยังทำเนี่ยนะคะ” “ใช่”

ความตรงไปตรงมาอย่างหน้าด้านๆ และไร้ยางอายของเขาทำเอาใบปอถึงกับใบ้กิน เธออุตส่าห์เตรียมเหตุผลมาร้อยแปดเพื่อต่อกร แต่พออีกฝ่ายยอมรับหน้าตายแบบไม่มีข้อแก้ตัว คำพูดที่เรียบเรียงมาทั้งหมดก็ตีรวนพังทลายไม่เป็นท่า

“ถ้าอย่างนั้น คุณก็ต้องช่วยแก้ข่าวให้ปอค่ะ”

“ฉันมีข้อเสนอ” ใบปอรู้สึกตัวทันทีว่าความโล่งใจเมื่อครู่มันมาเร็วเกินไป “ข้อเสนออะไรคะ” ศิลากรมองตรงมา แววตาเด็ดขาดไม่มีล้อเล่น “คบกับฉัน”

หญิงสาวช็อกค้างไปสองวินาทีเต็ม ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนแก้วน้ำเปล่าออกห่างจากตัวช้าๆ “ปอสร่างเมาแล้วนะคะ เพราะงั้นคุณน่าจะฟังผิด ปอเพิ่งอธิบายไปว่าเมื่อคืนปอจำคนผิดค่ะ”

“ฉันไม่ได้ขอให้เธอมาตกหลุมรักฉัน” ศิลากรพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงอำนาจเบ็ดเสร็จ “ฉันแค่ต้องการคนมาช่วยแสดงละครเป็นแฟนบังหน้า”

เธอมองหน้าเขานิ่งอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

“คุณกำลังชวนปอทำงานเป็นแฟนกำมะลอเหรอคะ แล้วทำไมต้องเป็นปอด้วย”

“ก็เพราะเธอเป็นคนเดินมาขอฉันเป็นแฟนต่อหน้าคนในครอบครัวฉันไง”

ใบปอเม้มปากแน่น มันเป็นเหตุผลที่โคตรจะเข้าเค้าและเถียงยากที่สุด ศิลากรเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ท่วงท่าของเขาเหมือนหมาป่าที่กำลังต้อนเหยื่อตัวน้อยให้เดินถอยหลังเข้ามุมช้าๆ

“พ่อฉันอยากให้ฉันตกลงคบกับลลิตา เพราะครอบครัวฝั่งโน้นกำลังจะเข้ามาร่วมลงทุนโปรเจกต์ใหญ่กับกงสี ฉันปฏิเสธไปหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังมีนัดกินข้าวดูตัวบ้าๆ นี่ตามมาเรื่อยๆ ฉันเลยอยากลองเปลี่ยนวิธีดูบ้าง โดยเอาเธอไปยืนตรงกลาง ฉันจะเป็นคนรับหน้าคุยกับครอบครัวเอง เธอไม่ต้องเหนื่อยไปรับหน้าที่ปฏิเสธ ลลิตาแทนฉันหรอก”

“แต่คนที่คุณกำลังจะให้ปอหลอก มีแม่ของปออยู่ด้วยนะคะ แล้วก็... มีพี่หมื่นด้วย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป