บทที่ 11 ตอนที่6/2 เรื่องที่ควรทำหลังแต่งงาน (2)
เขากำบางอย่างไว้ เมื่อดันเข้ามาในร่างของนาง สาวน้อยก็น้ำตารื้นทันที เจ็บ เจ็บเป็นอย่างมาก รอยกัดของเขาที่ลำคอเทียบกันไม่ได้เลย หยงฟางเหนียงตัวสั่นน้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้า เขากำลังฉีกร่างกายของนาง ส่วนล่างนั้นเลือดไหลออกมาจนนางรู้สึกได้ หยดน้ำตาใสไหลอาบหล่นลงบนหมอน สาวน้อยไม่กล้าดิ้น กลัวจะเจ็บมากไปกว่านี้ เเต่เเค่นางไม่ดิ้น ก็ใช่ว่าเรื่องจะจบ ร่างสูงใหญ่จับข้อเท้าบางไว้ เขาดึงมันออกจากกันก่อนจะเคลื่อนสะโพกเข้าหาความคับเเน่น กับนาง ก็ไม่ต่างไปจากคนอื่น เพียงเป็นที่ระบายอารมณ์ของเขา
"อื้อ~ ข้าเจ็บ ท่านพอก่อน ข้าเจ็บจริงๆ"
นางไม่ฟังคำสั่งของเขา เวลาเสพสุข เขาไม่อนุญาตให้สตรีใดพูดกับเขาเด็ดขาด เขาไม่อยากฟัง เเต่ถ้าเป็นเสียงกรีดร้องทรมาน เขาจะชอบมากกว่า หยงฟางเหนียงได้รับการลงโทษอีกครั้ง หน้าอกสมส่วนนุ่มเนียนถูกเขาโน้มตัวลงมากัด ครานี้ ไม่ดิ้นไม่ได้เเล้ว มันเจ็บไม่ต่างจากส่วนล่างเลย
"ฮือ~ขะ...ข้า...จะ..จะ...เจ็บ ฮือ~ อย่ากัด"
นางกล่าวปนสะอื้นเเต่คนที่มูมมามราวกับสัตว์ร้ายนั่นไม่ยอมหยุด ได้ยินว่านางเจ็บ จึงตั้งใจกัดทั้งสองข้างไปเลย หยงฟางเหนียงน้ำตาไหล นางดิ้นไปมาให้พ้นจากปากของเขา โจววั่งฉินเลื่อนมือมาคว้ามับเข้าที่คางมน เขากัดริมฝีปากของนาง เสียงอู้อี้ดังประท้วงความป่าเถื่อนไม่หยุด
"เจ็บเเล้วหรือ ยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ บางที เจ้าอาจจะเจ็บมากกว่านี้ได้อีก"
เขาล้วงมือลงไปพลิกร่างของนางให้หันหลัง กายใหญ่ที่ถอนออกไปชั่วคราวก็พุ่งเข้ามาใหม่ ชายหนุ่มกดศีรษะผมดกดำให้เเนบกับหมอนด้วยมือเดียว เเรงกระเเทกกระทั้นหนักหน่วงเข้าปะทะกับสะโพกมน ยิ่งเปิดทางเช่นนี้ เจ้าสิ่งนั้นก็ยิ่งเข้ามาลึก โจววั่งฉินเชิดหน้าขึ้น นางบีบรัดเขาจนเเทบจะขยับไม่ได้ เเต่เขากลับชอบ ยิ่งขยับยาก นางก็ยิ่งจะเจ็บมากขึ้นไปอีก
"อา~ฮือ~ พอเเล้ว ข้าไม่ไหวเเล้ว"
เสียงของหยงฟางเหนียงโรยเเรง พลังกายที่ส่งมายังร่างของนางนั้น ทวีความเร็วขึ้นเรื่อยๆ นางร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด เเรงกายของเขาหยุดลง บางอย่างที่อุ่นพุ่งเข้ามาในร่างของนาง หยงฟางเหนียงเหยียดขาเพื่อนอนราบกับเตียง นางยังคงร้องไห้ ดวงตากลมโตบวมจนปวด เขาพลิกร่างของนางกลับมานอนหงาย เห็นนางร้องไห้ก็ไม่ได้อ่อนโยนขึ้นเเต่อย่างใด
"ไม่ไหวเเล้วหรือ"
มือสากที่จับเเต่ดาบในสนามรบเเยกขาเรียวยาวออกจากกัน เขาโน้มลงมาอีกเเล้ว หยงฟางเหนียงเห็นเช่นนั้นก็พยายามเบี่ยงตัวหลบ โจววั่งฉินยิ้ม เขาไล่ตาม ยิ่งหนี ยิ่งสนุก เสียงร้องครวญครางดังอยู่ค่อนคืน ท่ามกลางป่าเขาอันเงียบสงบ หากใครมาได้ยิน คงคิดว่ามีคนกำลังจะขาดใจตายอยู่รอมร่อ สติของสาวน้อยหลุดลอย เขาใจร้ายกับนางมาก อ้อนวอนจนไม่มีเสียงเเล้วเเต่เขาก็ไม่หยุด จนในที่สุดความอุ่นที่เขาปล่อยเข้ามาในร่างของนาง เห็นทีจะครั้งที่เจ็ดได้เเล้ว บุรุษหนุ่มยอมถอนความใหญ่โตออก เขามองร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยฟันเพียงครู่เดียวก็ลุกไปเเต่งตัว หยงฟางเหนียงสลบไป ยังดีที่คนใจร้ายดึงผ้ามาห่มให้ มิเช่นนั้นหากมีใครมาเห็น อาจจะเข้าใจว่านางถูกรุมย่ำยีได้ เเล้วมันต่างจากเขาทำเองตรงไหนกัน
โจววั่งฉินได้ปลดปล่อยตามความต้องการก็เตรียมตัวออกเดินทาง นางทำให้เขาล้าไม่น้อยเลย การร่วมรักกับสาวน้อยใสซื่อนางนี้ ทำให้เขาอิ่มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คงเป็นเพราะความดื้อเเละกลิ่นหอมแปลกประหลาดบนเรือนร่างของนาง กลิ่นนั่น เหมือนเเอปเปิ้ลเเรกสุกงอม ทั้งสดชื่น สะอาด ผ่อนคลาย เเต่ก็ล่อลวง
อากาศวันนี้หนาวเย็นนัก ความชื้นที่กระจายตัวเป็นละอองเล็กๆด้านนอกกระท่อม ทำให้เเสงพระอาทิตย์ที่พึ่งสาดส่องมากระทบกลั่นตัวกลายเป็นสายรุ้ง นกตัวน้อยสีสันขาวสลับเเดงเกาะที่กิ่งไม้เปียกชุ่ม มันคลอเคลียอยู่กับคู่ของตัวเองก่อนจะส่งเสียงร้องเป็นบทเพลงเเสนไพเราะสอดประสานกัน ดอกไม้เริ่มเบ่งบานส่งกลิ่นหอมสดชื่นต้อนรับเช้าวันใหม่ ภายในกระท่อมกลางป่าเขา มีร่างกายอันบอบบางกำลังนอนสั่นเทาอยู่ นางขยับไม่ได้ เเสงสว่างที่ลอดเข้ามานัยน์ตานั้น รบกวนการพักผ่อนจากค่ำคืนหฤโหดของนางเป็นอย่างมาก
"อืม เจ็บจัง"
หยงฟางเหนียงกอดผ้าห่มสีเเดงสดเเน่น เเขนขาของนางหนักอึ้ง ในหัวก็ปวดวินเวียนราวกับโลกทั้งใบพลิกกลับไปกลับมาอย่างไรอย่างนั้น ใบหน้างดงามปล่อยลมหายใจอุ่นออกมาอย่างต่อเนื่อง นางอยากลุก เเต่ทำอย่างไรก็ฝืนความปวดร้าวของร่างกายไม่ได้เลย มีคนกำลังเดินมาที่กระท่อม คนที่รู้จักสถานที่ลับของหยงฟางเหนียงมีไม่กี่คน คงจะเป็นอวี๋ซาน เมื่อนึกได้ว่าเป็นอวี๋ซานสหายรัก เลือดในร่างกายของสาวน้อยก็พุ่งขึ้นไปถึงสมอง หากเขามาเห็น นางหูดับเเน่
"อาเหนียง อยู่หรือเปล่า"
หยงฟางเหนียงกัดฟันจนใบหน้าเคร่งเครียด นางตะเกียกตะกายพยายามจะลุกจากที่นอน ยังไม่ได้สวมเสื้อผ้าเลย เจ้าอวี๋ซานคนไร้มารยาทก็พุ่งเข้ามาอย่างตื่นตระหนกเสียก่อน หยงฟางเหนียงดึงผ้าห่มขึ้นมาปกปิด นางนอนขดอยู่ที่เดิมไม่กล้าส่งเสียงตอบออกไป อวี๋ซานวิ่งไปทั่วกระท่อม นี่มันอะไรกัน มีของตกเเต่งงานสมรสเต็มไปหมด อวี๋ซานเรียกหาหยงฟางเหนียง เเต่ไม่มีวี่เเววของนางเลย เพราะความเป็นห่วงจึงได้ล่วงล้ำเข้าไปค้นหาในห้องนอน มีก้อนบางอย่างดิ้นอยู่ใต้ผ้าห่ม อวี๋ซานพอจะรู้เเล้วว่าก้อนนั้นมันคืออะไร
"ข้าเรียกเจ้า มัวทำอะไรอยู่"
