บทที่ 5 ตอนที่3 บุรุษหนุ่มผู้น่าขนลุก
ที่นี่มียาห้ามเลือด มีเหล้าไว้ทำเเผล มีเสื้อผ้าของนาง ยังมีอาหารอีกด้วย หยงฟางเหนียงหิวมากเเต่ต้องช่วยคนก่อน นางถือเหล้าเเละยาห้ามเลือดมา เเม้ไม่ใช่หมอ เเต่ก็เคยเห็นท่านเเม่รักษาคน ให้ตายสิ นางควรจะเรียนรู้ไว้สักหน่อย ไม่น่าเอาเเต่ฝึกกระบี่เลย มือสองข้างพันกันวุ่นวาย ธนูสิบดอก เเต่เขาไม่ตาย นี่ไม่เรียกว่าเป็นเทพเจ้าเเล้วหรือ
"กัดผ้าไว้นะ"
นางยัดผ้าซึ่งหาได้ใกล้ๆ มือเข้าไปในปากเพื่อป้องกันเขากัดลิ้นตนเอง หญิงสาวใช้ความพยายามอย่างหนัก กลัวว่าเขาจะตายในมือของนาง ธนูเเต่ละดอกที่ถูกถอนออกไป ทำให้ร่างของชายหนุ่มกระตุกตามทุกครั้ง เลือดไหลอาบออกมาจากเเผล หยงฟางเหนียงเช็ดเลือด นางมีเพียงสองมือ กดเเผลทั้งหมดไม่ได้ เช่นนั้น นางจึงทำได้เพียงให้เลือดจุดหนึ่งหยุดไหลก่อน ค่อยไปจัดการกับจุดอื่น จนกระทั่งรุ่งสาง ในที่สุด สิบเกาทัณฑ์ก็ถูกถอนออกไปเหลือเพียงดอกเดียว ธนูดอกสุดท้าย นางไม่กล้าเอาออกมา เพราะมันอยู่ใกล้หัวใจของเขาเป็นอย่างมาก หยงฟางเหนียงนั่งอยู่บนเตียง นางร้องไห้เพราะความเหนื่อยล้า เหนื่อยมากเสียจนก้าวไปไหนไม่ได้เเล้ว ร่างผอมบางทิ้งกายลงนอนทั้งที่ยังเปียกชุ่มไปด้วยเลือด นางไม่ได้หลับ เเต่สลบไปเลยต่างหาก
"อืม ท่านเเม่ ข้าหิวเเล้ว"
ลำคอเเห้งจะไอก็เเสบ จะกลืนน้ำลายก็ลำบาก หยงฟางเหนียงนอนหมดสภาพอยู่ข้างชายร่างใหญ่ นางงัวเงียมองใบหน้าของเขาครู่หนึ่งก็หลับตาลงอีกครั้ง ยังไม่หายเหนื่อยเลย นอนไปไม่นานเอง เสียงฮึมดังขึ้นมา สาวน้อยจึงได้สติตื่นขึ้น สายตาที่ดุดันไม่ต่างจากหอกทะลวงเข้าไปในหัวใจของนางจนรู้สึกเจ็บ หยงฟางเหนียงตกใจดีดกายลุก นางรีบมากไม่ระวัง เช่นนั้นจึงหงายหลังตกจากเตียงร่วงลงไปนอนกองกับพื้น
"อ๊า เจ็บจัง ตกใจหมดเลย"
เจ้าของเสียงโอดโอยลุกขึ้นมาทันที ดวงตาก็จ้องมองคนบนเตียง ทำตัวน่ากลัวชะมัด เเค่สายตาก็จะฆ่าคนได้เเล้ว เขายังคงจ้องมองนาง ลมเย็นๆ ที่เข้ามาสัมผัสร่างของชายหนุ่มทำให้ไรขนอ่อนทั่วร่างลุกชัน ใบหน้าคมเข้มพยายามจะมองว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน
"อย่าพึ่งขยับ เเผลพึ่งห้ามเลือด อย่ามองข้าด้วยสายตาเช่นนั้น หากไม่ได้ข้า เจ้าจะตื่นขึ้นมาได้หรือ ไม่สำนึกจริงๆ ทำผู้มีพระคุณเกือบคอหักตาย"
บ่นจบก็เดินออกไปดูในครัวว่าพอมีอะไรกินบ้าง ทิ้งให้เขานอนสงสัยตัวเองอยู่เช่นนั้น หลังจากที่เจ้ามอมเเมมหายไป บุรุษร่างใหญ่ก็พยายามขยับ ครานี้เป็นการบาดเจ็บที่สาหัสมาก เเม้เเต่ขาสองข้าง ยังไม่อาจยกชันได้เลย จะมีก็เพียงมือของตนที่กำเข้าหากันได้เท่านั้น โจววั่งฉินมองสำรวจไปรอบๆ เขาเห็นเเค่เพดาน เเละได้กลิ่นหอมเเสนเเปลกประหลาดซึ่งกระจายตัวอยู่ในอากาศ นอกจากนั้น พยายามเเล้วก็ไม่ได้อะไรเพิ่มเลย นี่ตนถูกจับมาโดยลิงภูเขาตัวนั้นหรืออย่างไร เสื้อผ้าอีก เสื้อผ้าหายไปไหน ตั้งเเต่เกิดมายังไม่เคยนอนเปลือยจนเกือบจะล่อนจ้อนเช่นนี้เลย ยังดีที่ตรงกลางหว่างขามีอะไรบางเบามาปิดทับ น่าจะเป็นผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กๆ มันเพียงวางเเปะไว้ลวกๆ ลมพัดก็คงจะปลิวออกไปไม่ได้ห่อหุ้มพื้นที่สงวนอีก หลังจากลิงภูเขาตัวนั้นหายไป ก็มีเสียงกุกกักเหมือนคนกำลังค้นหาบางอย่าง ไม่นานกลิ่นของอาหารท่าทางจะอร่อยก็ลอยเข้ามาในห้อง โจววั่งฉินไม่ไว้ใจใคร สายตาของเขายังคงมองอย่างดุดัน
"เจ้าอย่าทำให้ข้าตกใจ อุตส่าห์ต้มโจ๊กมาให้เจ้า ยังจะมองอย่างนี้อยู่อีก ปล่อยให้ตายเลยดีไหม"
หยงฟางเหนียงยังไม่อาบน้ำ เลือดเเห้งกรังบนใบหน้าเเละผมเพ้าที่พร้อมใจกันชี้ฟูทำให้นางเหมือนลิงภูเขาจริงๆ สาวน้อยนั่งลงข้างเตียง นางพยายามป้อนโจ๊กให้เขาเเต่เขาไม่ยอมกิน ดวงตากลมโตเเปรเปลี่ยนเป็นดุขึ้นเช่นกัน ทำมาให้ขนาดนี้ ยังจะเรื่องมาก เอาใจยากชะมัด นางวางถ้วยโจ๊กไว้โต๊ะข้างหัวเตียง อยากจะทรมานให้เขาหิวจนอ้อนวอนนางเอง ดูซิ กลิ่นหอมขนาดนี้ ท้องของเขาไม่ร้องก็ให้มันรู้ไป หยงฟางเหนียงไปอาบน้ำ นางขัดถูคราบเลือดอยู่นานจนสภาพลิงภูเขาหายไป สาวน้อยวัยเเรกสดใสสวมอาภรณ์ชุดใหม่เดินเข้ามาดูคนป่วย โจววั่งฉินหลับตาอยู่ เเต่พอนางเข้ามา เขาก็ตื่นขึ้นทันที
"หิวหรือยัง หากไม่กินจะเอาเเรงที่ไหนมารักษาเเผล ดื้อจังเลยนะเจ้าเนี่ย"
หยงฟางเหนียงได้ยินเสียงท้องของเขาร้องก็หัวเราะ นางจ้องไปที่ใบหน้าโหดเหี้ยม ตั้งเเต่ฟื้นขึ้นมา คนผู้นี้ก็เอาเเต่มองนั่นมองนี่ตลอด หากลุกเดินได้ เขาจะฆ่านางหรือเปล่า ถึงเเม้จะดุร้ายเเละน่าหยิกไปบ้าง เเต่เขาหล่อเหลามาก ในลั่วโจว นางยังไม่เจอบุรุษคนไหนหน้าตาดีมากๆ เท่านี้มาก่อน จมูกโด่งคม ใบหน้าได้สัดส่วน ปากก็สวย ดวงตาที่ดุๆ ของเขาทำให้คนทั้งคนป่าเถื่อนเอามากๆ หากปรับเปลี่ยนเเววตาสักหน่อย จะเป็นคนหล่อที่น่ารักขึ้นทีเดียว โจววั่งฉินมองเเล้วมองอีก ลิงภูเขาตัวนั้นไปไหนเเล้ว สาวน้อยนางนี้เป็นใคร เขามองไปที่ถ้วยโจ๊ก อย่างที่นางว่า ไม่กินก็ไม่มีเเรง หยงฟางเหนียงยืนวางท่าสักหน่อย เเต่ก็ลืมไปว่าเขาคงไม่มีเรี่ยวเเรงจะอ้อนวอนนาง เช่นนั้นจึงได้นั่งลงข้างเขาเเล้วยกถ้วยโจ๊กมาไว้ในมือ
"เเค่นี้ก็สิ้นเรื่อง ยังจะทำหน้าดุร้ายอยู่อีก"
นางค่อยๆ ยกคอของเขาขึ้นเเล้วหาหมอนมารองอีกชั้น หากไม่ทำเช่นนี้ เดี๋ยวจะสำลักเสียก่อน โจววั่งฉินยอมกินอาหาร เเม้เขาจะกลืนเเทบไม่ลงเพราะในปากขมมาก เเต่ก็ต้องกิน ไม่เช่นนั้นจะไม่มีเเรง หากนางจะฆ่า ก็คงไม่เสียเวลารักษาเขาหรอก
