บทที่ 6 ตอนที่4/1ไออุ่นจากผิวกาย (1)
หยงฟางเหนียงป้อนเขาไปก็อมยิ้มไป นางไม่เคยอยู่ใกล้คนหล่อขนาดนี้มาก่อนเลย ยิ่งนึกถึงตอนที่เขาพุ่งเข้าหากองกบฎเส้าฉี นางยิ่งประทับใจ เเม้เขาดูเหมือนเสือร้ายไม่เชื่องก็ตามทีเถอะ ใบหน้าคนป้อนโจ๊กค่อยๆ เเดงระเรื่อ
เมื่อเขากินอิ่มก็นอนพัก ส่วนหยงฟางเหนียงต้องเอาผ้าเปื้อนเลือดทั้งหลายไปซัก ร่างบางทำงานในกระท่อมอย่างบ้าคลั่ง ที่เเห่งนี้ นางใช้เงินของตนเองซื้อไว้ ท่านเเม่พยายามจะให้นางเเต่งงานตลอด ใครจะไปยอม มีที่ลับให้เเอบมาหลบ จะหนีไปกี่วันก็ได้ ยุ่งๆ จนยามเย็น เสื้อผ้าของเขาก็เเห้งเเล้ว เช่นนั้นหลังจากเช็ดตัวทำความสะอาด นางจึงได้นำเสื้อผ้าไปใส่ให้ โจววั่งฉินมองนางอย่างกินเลือดกินเนื้อ สตรีหน้าไม่อาย กล้าเเตะต้องร่างกายของบุรุษ
"ข้าจำใจทำหรอกนะ ที่จริงก็ไม่อยากจะเห็นอะไรบนร่างเจ้าหรอก ไม่น่าดูสักนิด"
กล่าวบอกจบก็วิ่งออกจากห้องไปเลย ใบหน้าละเอียดละออเเดงก่ำ เเดงกว่าท้องฟ้ายามพระอาทิตย์อัสดงเสียอีก ที่บอกกับเขาว่าไม่มีอะไรน่าดู นางไม่ได้พูดความจริง ร่างกายของเขานั้น ทุกส่วนล้วนเหมือนทองคำ เพียงนางได้เอื้อมมือไปสัมผัสก็ขนลุกไม่หยุด มีสหายเป็นบุรุษไม่ใช่น้อย เที่ยวเล่นอยู่ในกองทหารก็ตั้งเเต่เล็กจนโต ที่เคยเห็นมา เเผงอกเเละลอนกล้ามเนื้อของเเม่ทัพผู้นี้ สมบูรณ์ที่สุด น่าอายจริงๆ นางกำลังคิดเพ้อเจ้ออะไรอยู่ เหมือนคนลามกยังไงก็ไม่รู้ สามสี่วัน รอเขาดีขึ้น นางจะไปเเจ้งข่าว หากทิ้งคนป่วยไว้ นางเดินทางนาน เขาอาจจะช่วยตนเองไม่ได้
"ฟางเหนียง เจ้าทำดีเเล้ว เดี๋ยวท่านปู่ต้องตบรางวัลให้เจ้าเเน่"
กลางดึกคืนนั้น ดูเหมือนว่าคงจะไม่ได้นอน หลังจากที่หยงฟางเหนียงผู้เหนื่อยล้าล้มตัวลงบนหมอน คนป่วยก็ไอขึ้นอย่างต่อเนื่อง นางนอนอยู่บนพื้นอย่างจำใจ เขานอนเตียงของนางควรจะอาการดีขึ้น เเต่ไม่เลย เขาเหมือนจะไอหนักขึ้นเรื่อยๆ หยงฟางเหนียงลุกเดินไปที่เตียง นางเเตะมือที่หน้าผากโจววั่งฉิน ฉับพลันก็ชักกลับทันที ในใจของนางเต้นรัวเร็ว ไข้ขึ้น อาการควรจะทุเลาสิ ทำไมไข้ขึ้น ภายในครัวเริ่มวุ่นวายอีกครั้ง สาวน้อยก่อไฟต้มยา รอๆไปสักพักก็สัปหงก วันนี้เหนื่อยมาก ตั้งเเต่ทำความสะอาดเสร็จก็ไม่ได้นอนกลางวันเลย หากไม่ได้นอนกลางวัน กลางคืนก็จะไม่มีเเรงเช่นนี้
"ฟางเหนียง เขาตายไม่ได้ หากไม่มีเขา กบฎเส้าฉียึดบ้านเกิดเจ้าเเน่"
คิดได้ดังนั้นก็รีบพัดไฟให้กัดกินฟืน หม้อยาเริ่มร้อนเป็นอันได้ที่เเล้ว หยงฟางเหนียงประคองถ้วยยาด้วยสองมือเพราะกลัวว่ามันจะหก ถ้วยเเรกที่ยกไปให้เขา นางรีบไปหน่อยจึงตกเเตก เเต่ครานี้ จะไม่ให้เป็นเช่นนั้นเเน่นอน ยารสชาติขมไหลลงคอของชายหนุ่ม เขากระอักมันออกมา ร่างกายก็สั่นเพราะพิษไข้ไปอีก
"เจ้าอ้าปากหน่อย หากดื่มยา อาการจะดีขึ้น"
หยงฟางเหนียงกรอกยาให้เขาสำเร็จ นางลูบรอยเปื้อนบนใบหน้าของเขาอย่างเบามือ ร่างเเกร่งกระตุกเป็นพักๆ ธนูดอกสุดท้ายก็ปักอยู่อย่างนั้น หยงฟางเหนียงทำได้เพียงคอยทายาห้ามเลือดเอาไว้ เขาค่อยๆนิ่งสงบ นานครั้งจึงจะสะดุ้ง หญิงสาวเฝ้าจนเเน่ใจเเล้วจึงเดินเนือยๆกลับไปนอนที่พื้นตามเดิม เงามืดยามราตรีค่อยๆเคลื่อนผ่าน คนที่นอนพื้นพลิกไปมา มันเเข็งมาก นางเคยนอนเเต่ที่นอนนุ่มๆ ไม่เคยนอนพื้นเเข็งขนาดนี้เลยสักครั้ง ตอนนี้ไม่สบายเอาเสียเลย สาวน้อยงัวเงีย นางคลานไปหาเตียงเหมือนคนละเมอก่อนจะปีนขึ้นไปนอนอย่างสบายใจ รุ่งเช้าอากาศค่อนข้างเย็น คนก็ยิ่งมุดเข้าหาที่อุ่นๆ สบายมาก ได้นอนเต็มตื่นสักที หยงฟางเหนียงซุกใบหน้าอิงบนเนื้อนุ่มๆ นางยิ้มหวานราวกับฝันว่าตนนอนอยู่บนก้อนเมฆ นุ่มมาก นุ่มที่สุดจริงๆ
"หากไม่อยากตาย ก็ลุกออกไปซะ"
เสียงคำรามดังขึ้นจนร่างบางสะดุ้ง สาวน้อยผงกศีรษะขึ้นมามอง ไม่ใช่เสือที่ไหน เเต่เป็นเขา เเล้วเขามานอนกับนางทำไม หยงฟางเหนียงพึ่งรู้ตัวว่านางต่างหากที่มานอนกับเขา ร่างบางลุกอย่างรวดเร็ว นางวิ่งออกจากห้องไปไม่ได้สนใจสายตาอาฆาตของเขาเลย สตรีประหลาด กล้าดีอย่างไรมานอนกอดเขา ฉวยโอกาสตอนที่คนอื่นบาดเจ็บมาทำอย่างนี้ เมื่อหายดี นางจะต้องเสียใจมากที่สุดในชีวิตเเน่
สามสี่วันผ่านไปหยงฟางเหนียงก็ยังคงดูเเลคนป่วยของนางเป็นอย่างดี ปลาก็ไปหามา น้ำก็ตัก สาวน้อยดูเเลคนป่วยดีมากจนเหมือนว่าเขาจะเป็นเทพพระเจ้าอยู่เเล้ว อาการของโจววั่งฉินดีขึ้นเรื่อยๆ เขาเเน่ใจเเล้วว่าสตรีลิงภูเขานางนี้ไม่เป็นอันตราย นางดูเเลเขาดีมาตลอด หากจะน่าโมโหก็ตอนที่นางเเกล้งเเตะต้องร่างกายของเขา หากบีบคอของนางได้ เขาจัดการไปเเล้ว โจววั่งฉินร่ายลมปราณเดินกำลังภายในเพื่อฟื้นตัว ตอนนี้สงครามชายเเดนน่าจะรอไปอีกอาทิตย์จึงจะเริ่มเปิดศึกอีกครั้ง เหตุผลก็เป็นเพราะว่าต่างฝ่ายต่างสูญเสียไม่น้อย เรื่องที่เขาตาย หากกบฏเส้าฉีไม่ได้ศพ ก็คงจะลังเลในการยกทัพยึดลั่วโจว หยงฟางเหนียงกลับมาพร้อมข้าวต้มปลา นางเป่าก่อนจะป้อนเขา
"ทำไมพูดกับข้าเเค่ครั้งเดียวล่ะ เจ้าเป็นคนพูดน้อยหรือ ผ่านมาสามสี่วันเเล้ว ข้ายังไม่รู้ชื่อเจ้าเลย"
"ไม่จำเป็นต้องรู้จักกันมาก"
"ก็น่าจะบอกชื่อสักหน่อย ข้าอยากรู้"
"ไม่จำเป็น"
"หากไม่บอกดีๆ ข้าจะเรียกเจ้าตามใจชอบเเล้วนะ เจ้าหมียักษ์"
