บทที่ 9 ตอนที่5/2 ต้องการตัวท่าน (2)

เขาขี่ม้าไม่สู้นางด้วยซ้ำ เเต่เรื่องปกครองคน นางจะยอมให้เขา ซื้อของจนครบ หยงฟางเหนียงก็พาเกวียนใหญ่มาหยุดอยู่หน้าเรือน นางจัดเเต่งกระท่อมทั้งหลังเอง จัดผ้าเอง ทำอาหารเตรียมสำหรับงานเเต่งเองด้วย

"หากท่านเเม่รู้ ยังจะว่าข้าไม่รู้จักโตอยู่อีกหรือไม่"

ไม่น่าจะกล้าว่า ลูกเขยหน้าโหดขนาดนี้ จะเเต่งงาน นางก็ขอเลือกเอง ให้เเเต่งออกไปอยู่ที่อื่นโดยเเม่สื่อเป็นคนจัดหาให้ นางรับไม่ได้จริงๆ เเต่งกับคนที่ตนเองเลือก เเม้อยู่ด้วยกันเเค่ไม่นาน เเต่ก็มีคุณค่ามากกว่าเสียอีก หยงฟางเหนียงทำทุกอย่างจนเสร็จ นางอาบน้ำจนกลิ่นกายหอมฟุ้งถึงได้เข้าห้องมาป้อนอาหารเขา

"ว่าที่สามี พรุ่งนี้จะเเต่งงานเเล้ว เจ้าตื่นเต้นหรือเปล่า"

"ทำไมต้องตื่นเต้น มีความสุขขนาดนั้นเลยหรือ เเต่งงานเอาบุญคุณมาบีบบังคับคนอื่น"

"ก็บอกว่าขอให้ช่วยข้า บุญคุณจะได้ลบล้างด้วย ไม่นานจริงๆ"

หญิงสาวนางนี้หน้าตาไม่ธรรมดา ถือได้ว่างดงามไม่เหมือนสตรีที่เกิดเเถวชายเเดนเเต่อย่างใด เรียกอีกอย่าง ว่าเป็นดอกไม้ป่าซ่อนตัวกลางพงไพล เเล้วอย่างไร สวยกว่านาง ไม่ใช่ไม่มี หยงฟางเหนียงรับรู้ได้ถึงสายตาของเขา นางเงยหน้าขึ้นมามองตรงๆก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้

"ท่านอยากมองหน้าข้าหรือ เป็นอย่างไรบ้าง ว่าที่ภรรยาของท่าน หน้าตางดงามที่สุดเลยใช่ไหม" เดิมทีนางจะเเกล้งเขาเเต่ไม่นึกว่าเขาเองก็สบตานาง ใบหน้าก็ยื่นมาใกล้ด้วยเช่นกัน

"น่าเกลียดมาก ลิงภูเขา"

"ชิ ไม่สนใจเเล้ว ข้าจะไปเตรียมขนมต่อ ท่านก็นอนพักเถิด"

โจววั่งฉินคิดว่านางเอาจริงเอาจังกับงานเเต่งบ้าๆนี่มากเกินไป ดึกจนนกฮูกร้อง นางก็ยังจะออกไปปั้นขนมเเต่งงาน เเต่ก็ช่างเถิด เดี๋ยวเขาก็ไปเเล้ว ไม่ต้องอยู่เห็นความวุ่นวายของนางอีก หลับไปนานจนคนเข้ามาปลุก หยงฟางเหนียงยืนอยู่ข้างเตียงพร้อมรอยยิ้ม นางถือผ้าสมรสสีเเดงเข้ามาด้วย ธนูดอกสุดท้ายถูกเจ้าของร่างดึงออกด้วยตนเองเเล้ว ตั้งเเต่เมื่อหลายวันก่อน ตอนนี้ ถือว่าเเข็งเเรงพอจะทำพิธี หยงฟางเหนียงนำชุดมาเพื่อสวมให้เขา ชายหนุ่มไม่ได้ต่อต้าน เขายอมสวมอย่างว่าง่าย เเถมยังกินข้าวมากกว่าปกติด้วย นางพยุงร่างสูงใหญ่ออกไปนั่งรอที่หน้าเรือน ส่วนตนก็เอาผ้าห่มมงคลมาวางบนเตียง เถ้าเเก่ที่ขายชุดเเต่งงานเเถมมาให้ ดีเช่นกัน หากพรุ่งนี้เดินทางพาเขาไปพบท่านเเม่ อย่างน้อยในคืนก่อนเดินทาง นางจะได้มีผ้าไว้ห่มสักที

"ไม่ได้เตรียมไว้เข้าเรือนหอหรอกนะ เขาเเถมข้ามา"

กลัวคนจะเข้าใจผิด หยงฟางเหนียงจึงกล่าวขึ้นเสียงดัง นางเเต่งตัวเเต่งหน้าอยู่นานก็เดินออกมาหาเขา ใบหน้างดงามที่อยู่ใต้ผ้าคลุมสีเเดงเริ่มจะร้อนผ่าวขึ้นมาหน่อยๆเเล้ว นางเองก็ไม่เคยคิดหรอกว่าจะได้จัดงานเเต่งเองเช่นนี้ ไม่คิดไม่ฝันด้วยว่าจะได้เเต่งงานในป่า เเต่งกับหนุ่มหล่อหน้าโหด ไม่เคยคิดไม่เคยฝัน เเต่กระนั้นก็ไม่ถอย โจววั่งฉินได้กลิ่นหอมที่ราวกับความฝันของนางก็อดไม่ได้ที่จะสงสัย กลิ่นเช่นนี้นางใช้เครื่องหอมอะไรกัน เขาไม่เคยได้ดมมาก่อน

"ค่อยๆเดิน"

ท้องฟ้ามีเมฆบางเบาลอยไปมา โต๊ะขนมเเละเเผ่นป้ายมงคล สลักคำว่าบรรพบุรุษตั้งอย่างมั่นคงอยู่หน้ากระท่อม สตรีตัวเล็กๆคนเดียว ทำได้มากขนาดนี้ก็เกินคาดเเล้ว ยังมีผ้าที่ใช้ประดับรอบกระท่อมอีก น่าทึ่งจริงๆ หยงฟางเหนียงพาเขามาหยุดหน้าป้าย นางไม่รู้ว่าเเต่งงานกันต้องทำอย่างไร เเต่จำได้เเม่นว่าเพียงคำนับฟ้าดินก็ถือได้ว่าสำเร็จเเล้ว สองหนุ่มสาวยกมือขึ้นคำนับฟ้าดิน ครั้งที่สองก็ยืนหันคนละทิศไปคำนับบิดามารดา หยงฟางเหนียงหันหน้าไปทางเมืองลั่วโจว ส่วนโจววั่งฉินก็หันไปยังทิศทางของต้าโจวเเผ่นดินใหญ่ สุดท้ายพวกเขาก็หันมาคำนับกันเเละกัน ความรู้สึกเเปลกประหลาดก่อตัวขึ้น นี่เพียงการเเต่งงานเพื่อผลประโยชน์เท่านั้น จะตื่นเต้นไปทำไม เสร็จพิธีคำนับหยงฟางเหนียงก็เงยหน้าขึ้น ใบหน้าเจ้าบ่าวของนางเพียงมองผ่านม่านผ้าปิดหน้าสีเเดงก็เห็นเเล้วว่าเขาไม่รู้สึกอะไร

"พิธีเสร็จเเล้ว พรุ่งนี้ไปหาท่านเเม่ของข้า เเล้วเราค่อยเเยกทาง" หยงฟางเหนียงกำลังจะเปิดผ้าคลุมหน้า เเต่เขาก็เอื้อมมืออันสั่นเทามาจับเเขนของนางไว้ ยังเจ็บอยู่เเน่ๆ

"เจ้าเปิดผ้าคลุมหน้าเอง เช่นนี้เรียกพิธีเสร็จสมบูรณ์หรือ" เขาค่อยๆดึงผ้าคลุมสีเเดงขึ้น ใบหน้าเนียนละเอียดของนางพลันเเดงระเรื่อไล่ขึ้นมาทันที ดวงตากลมโต โครงหน้าเรียวได้รูป ผิวก็เนียนดั่งหยก อันที่จริง สตรีนางนี้ก็ไม่ได้อัปลักษณ์เท่าไหร่

"ท่านเข้าไปพักเถอะ เดี๋ยวข้าจะยกอาหารไปให้ ลมเเรง เดี๋ยวจะไม่สบายอีก"

เจ้าสาวผู้งดงามพยุงร่างใหญ่กลับเข้าไปในเรือน เขาเข้าใจอย่างเเจ่มชัดเเล้วว่านางไม่ใช่เเค่คนน่ารำคาญ เเต่เป็นคนที่ไม่รู้อะไรอีกด้วย เเต่งงานเสร็จเจ้าสาวต้องรออยู่ในห้องหอจนถึงยามส่งตัว เเต่นาง พอเเต่งเสร็จจะไปทำอาหารอีกเเล้ว ไม่รู้ธรรมเนียม ไม่รู้หลักการ ในชีวิตของนาง เเต่งงานทั้งที หนังสือสมรสยังไม่รู้จัก นี่เรียกว่าเเต่งปากเปล่ายังได้ เเต่ก็ดี นางซื่อๆเช่นนี้ ปัญหาจะได้ไม่มากจนเกินไป

หัวใจดวงเล็กเต้นเเรงมาก ใบหน้าหวานดั่งน้ำผึ้งกำลังเตือนสติตนเองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝัน เเต่ทำไมมันเหมือนฝันเลยล่ะ ความคิดของนางกำลังหลงทาง สาวน้อยไร้เดียงสาไม่ว่าจะหยิบจับสิ่งใดก็ยิ้มจนเเก้มเเทบจะปริ หยงฟางเหนียง เจ้าเป็นสตรีเพียงคนเดียวในเเผ่นดินที่ทำเช่นนี้เเล้ว รอวันพรุ่งเดินทางไปหาท่านเเม่เสร็จ หญิงสาวที่เลือกทางเดินชีวิตเองเช่นนาง ก็จะโผปีกบินไปบนท้องฟ้าอิสระ ว่าเเล้ว ก็เพิ่มอาหารให้รสชาติหวานหน่อย อย่างน้อยก็ให้มันทดเเทนความจืดชืดในวันนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป