บทที่ 10 กรงขังหิมะ

เขากระชากเธอเข้าหาตัว อุ้มร่างอรชรขึ้นพาดบ่าแล้วเดินตรงไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่หน้าเตาผิงซึ่งมีเพียงกองฟืนที่ยังไม่ได้จุด คาร์ไลน์วางเธอลงบนฟูกหนา ก่อนจะตามขึ้นมาคร่อมทับทันที มือหนาทั้งสองข้างเริ่มรุกรานไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างย่ามใจ

"คุณ..."

"ชู่วววว..."

เขากดใบหน้าลงกับหน้าท้องเนียนแบนราบ สัมผัสอุ่นชื้นจากปลายลิ้นที่ลากผ่านผิวหนังทำให้โรสรินทร์บิดเร้าไปมาด้วยความสยิว มือเรียวขยำเส้นผมสีทองของเขาแน่นเพื่อระบายความรุ่มร้อน คาร์ไลน์เลื่อนตัวขึ้นมาบดเบียดร่างกายส่วนล่างที่ตื่นตัวเต็มที่เข้ากับจุดอ่อนไหวของเธอผ่านเนื้อผ้าลูกไม้บางๆ การเสียดสีที่รุนแรงและจงใจทำให้หญิงสาวต้องหดหน้าขาเข้าหากันแต่กลับถูกเขาสอดแทรกขาแกร่งเข้ามาคั่นกลางไว้

"คุณคาร์ไลน์...อ๊ะ!...พอเถอะ"

"เธอก็รู้ว่าฉันหยุดไม่ได้" เขาพึมพำพลางซุกไซ้หน้าอกอิ่ม สองมือขยำขยี้อย่างเมามันจนผิวขาวๆ ขึ้นรอยนิ้วมือแดงก่ำ

เขาใช้มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปใต้ขอบกางเกงชั้นในตัวจิ๋ว นิ้วเรียวยาวเริ่มสำรวจและหยอกเย้ากับจุดกึ่งกลางความเป็นสาวจนโรสรินทร์สะดุ้งสุดตัว ร่างกายของเธอสั่นระริกราวกับถูกไฟช็อต เสียงครางที่หลุดออกมามันช่างหวานหูจนมาเฟียหนุ่มแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่

คาร์ไลน์ปลดเข็มขัดและซิปกางเกงของตัวเองออก ความเป็นชายที่โอ่อ่าถูกปลดปล่อยออกมาเสียดสีกับหน้าขาเนียนของเธอ โรสรินทร์เบิกตากว้างเมื่อรับรู้ถึงขนาดและความต้องการที่มหาศาลของเขา

"มองฉัน มองดูว่าเธอทำอะไรกับร่างกายฉันบ้าง" เขาบดเบียดตัวเองเข้าหาเธออย่างหนักหน่วง เสียดสีจนผิวเนื้อแทบจะไหม้ไฟ ทั้งคู่จมดิ่งอยู่ในวังวนของกามารมณ์์ที่เกือบจะก้าวข้ามเส้นสุดท้าย

แต่ในจังหวะที่คาร์ไลน์กำลังจะมอบสัมผัสที่ลึกซึ้งกว่าเดิม เสียงฝีเท้าหนักๆ จากด้านล่างและการกระแทกประตูดัง โครม! ก็ทำให้เขาสะดุ้งโหยง

"นายครับ! พวกมันเจอเราแล้ว พวกมันฝ่าพายุมา!" เสียงตะโกนของดิมิทรีดังขึ้นพร้อมเสียงปืนนัดแรกที่แผดจ่าสู้กับเสียงลมพายุ

คาร์ไลน์ชะงักงัน เขาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาสีน้ำทะเลที่เคยฉ่ำวาวด้วยราคะกลับมาเย็นเฉียบในชั่วพริบตา เขาผละออกจากร่างของโรสรินทร์อย่างรวดเร็ว พลางจัดการเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่

"เวรเอ๊ย! พวกมันกัดไม่ปล่อยจริงๆ"

เขาหันมามองโรสรินทร์ที่นอนหอบหายใจรวยริน ผมเผ้ายุ่งเหยิงและริมฝีปากแดงเจ่อ เขาคว้าผ้าห่มผืนหนามาคลุมร่างเธอไว้ 

"ใส่เสื้อผ้าซะ! แล้วหลบอยู่ใต้เตียง อย่าออกมาจนกว่าฉันจะบอก!"

คาร์ไลน์คว้าปืนไรเฟิลที่วางอยู่ข้างเตียงขึ้นมาตรวจสอบความพร้อม สายตาของเขาเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฉีกกระชากใครก็ตามที่บังอาจมาขัดจังหวะความสุขของเขา

"ถ้าพวกมันผ่านประตูเข้ามาได้ ฉันจะส่งพวกมันลงนรกด้วยมือของฉันเอง"

เขาก้าวออกจากห้องไป ทิ้งให้โรสรินทร์ใจสั่นระรัวอยู่ท่ามกลางความมืดและความหนาวเย็นที่กลับมาเยือนอีกครั้ง ความรู้สึกที่ค้างคาและความหวาดกลัวที่กำลังจะเกิดศึกนองเลือดทำให้เธอรู้ซะทีว่า ชีวิตในกรงขังของคาร์ไลน์นั้น ไม่มีคำว่าสงบสุขเลยแม้แต่วินาทีเดียว

เสียงปืนไรเฟิลแผดคำรามแข่งกับเสียงลมพายุที่โหมกระหน่ำ กระสุนนัดหนึ่งเจาะทะลุหน้าต่างไม้จนเศษไม้กระเด็นว่อน โรสรินทร์สะดุ้งสุดตัว เธอรีบคว้าเดรสสีแดงที่ขาดรุ่ยขึ้นมาสวมอย่างลนลาน มือไม้สั่นเทาจนแทบจะรูดซิปไม่ได้ ความร้อนรุ่มที่ค้างคาเมื่อครู่ถูกสาดซัดหายไปแทนที่ด้วยความเย็นเยียบของความตายที่มาเคาะประตูบ้าน

"ดิมิทรี! คุมทางปีกซ้ายไว้ อย่าให้พวกมันระเบิดประตูเข้ามาได้!" เสียงของคาร์ไลน์คำรามก้องอยู่ทางโถงด้านนอก ดุดันและทรงพลังจนพื้นไม้สั่นสะเทือน

โรสรินทร์คลานลงจากเตียงตามคำสั่งของเขา เธอซุกตัวอยู่ใต้เตียงไม้หนาหนัก กลิ่นฝุ่นและกลิ่นอับชื้นทำให้เธอต้องเอามือปิดปากเพื่อไม่ให้ไอออกมา แสงไฟจากกระบอกปืนสาดเข้ามาเป็นจังหวะสั้นๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งสับสนอยู่บนชั้นสอง

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงฝีเท้าหนักๆ คู่หนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องนอนที่เธอหลบอยู่ โรสรินทร์หลับตาปี๋ หัวใจเต้นแรงจนหูอื้อ

"โรสรินทร์! ออกมา!"

เป็นเสียงของคาร์ไลน์ เขาไม่ได้เดินเข้ามาตัวเปล่า แต่ในมือถือปืนไรเฟิลจู่โจมที่ปากกระบอกยังคงมีควันจางๆ ลอยออกมา เขาปราดเข้าไปที่หัวเตียงแล้วกดปุ่มลับบางอย่างจนตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่เลื่อนออก เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่มืดสนิท

"ไป! นี่คือทางลงไปยังอุโมงค์ใต้ดิน มันจะพาเธอออกไปที่ชายป่า" เขาคว้าแขนเธอให้ลุกขึ้นแล้วดันเข้าไปในช่องว่างนั้น

"แล้วคุณล่ะ?" เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"ฉันจะล่อพวกมันไว้ ดิมิทรีได้รับบาดเจ็บ ฉันต้องไปช่วยเขา" สายตาของเขาที่มองมาในความมืดนั้นวาวโรจน์และเด็ดเดี่ยว

"ถ้าเธอหนีไปได้ ให้เดินมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ จะมีกระท่อมพรานป่าอยู่ที่นั่น อย่าหยุดเดินจนกว่าจะถึง!"

"คาร์ไลน์..."

ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยอะไรต่อ เขาก็บดจูบลงบนริมฝีปากเธออย่างรวดเร็วและรุนแรง เป็นจูบที่เต็มไปด้วยกลิ่นดินปืนและคำสั่งลา

"ถ้าฉันรอด ฉันจะไปตามหาเธอเอง แต่ถ้าไม่ พาสปอร์ตของเธออยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตที่ฉันทิ้งไว้ในรถคันที่สาม หนีกลับไทยไปซะ"

เขาผลักเธอเข้าไปในอุโมงค์แล้วเลื่อนตู้ปิดตามหลังทันที ความมืดมิดเข้าครอบงำโรสรินทร์ในชั่วพริบตา เธอไม่มีทางเลือกนอกจากต้องคลำทางไปตามผนังหินที่เย็นเฉียบ เสียงปืนด้านบนเริ่มห่างออกไปเรื่อยๆ จนเหลือเพียงเสียงหัวใจของเธอเองที่เต้นรัว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป