บทที่ 11 กระท่อมกลางป่า

ทางเดินใต้ดินลาดชันและเปียกชื้น โรสรินทร์เดินกึ่งวิ่งจนมาโผล่ที่ทางออกซึ่งซ่อนอยู่ใต้รากไม้ใหญ่กลางป่าสน พายุหิมะภายนอกยังคงรุนแรงจนมองไม่เห็นทาง เธอต้องก้าวฝ่าหิมะที่หนาถึงเข่า ความเย็นเยียบกัดกินผิวหนังจนแสบไปหมด ชุดเดรสบางๆ ไม่ได้ช่วยปกป้องเธอจากความตายที่ชื่อว่าความหนาวได้เลย

ทำไมพวกมันถึงรู้ว่าเราอยู่ที่นี่? คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัว

เซฟเฮาส์นี้เป็นความลับสุดยอดของคาร์ไลน์ มีเพียงบอดี้การ์ดไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้พิกัด ร่องรอยของการทรยศเริ่มชัดเจนขึ้นในมโนสำนึกของเธอ โรสรินทร์เดินโซซัดโซเซไปตามทิศทางที่เขาบอก จนกระทั่งเธอเห็นแสงไฟรำไรจากกระท่อมไม้หลังเล็กกลางหุบเขา เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายวิ่งไปที่ประตูแล้วทุบมันอย่างแรง 

"ช่วยด้วย! มีใครอยู่ไหมคะ!"

ประตูเปิดออกอย่างช้าๆ ปรากฏร่างของหญิงสาวปริศนาคนหนึ่งในชุดกันหนาวหนาเตอะ เธอถือปืนลูกซองจ่อมาที่โรสรินทร์ก่อนจะค่อยๆ ลดมันลงเมื่อเห็นสภาพที่น่าสงสารของนางแบบสาว

"เข้ามาข้างในเร็วเข้า ก่อนที่เธอจะแข็งตาย" หญิงสาวคนนั้นคว้าแขนเธอเข้าไปข้างในกระท่อมที่อบอุ่นด้วยกองไฟ

โรสรินทร์ทรุดตัวลงหน้าเตาผิง ร่างกายสั่นสะท้านจนพูดไม่ออก หญิงปริศนาส่งผ้าห่มและนมอุ่นๆ ให้เธอก่อนจะนั่งลงตรงข้าม

"เธอคือผู้หญิงของคาร์ไลน์สินะ" คำพูดของหญิงคนนั้นทำให้โรสรินทร์เงยหน้าขึ้นมองด้วยความแปลกใจ 

"ไม่ต้องทำหน้าสงสัยหรอก ฉันชื่อ โซเฟีย และฉันเคยเป็นคนที่คาร์ไลน์เชื่อใจที่สุด ก่อนที่เซซาเร่จะทำลายทุกอย่าง"

ดวงตาของโซเฟียเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นทางความรู้สึก เธอจ้องมองโรสรินทร์ด้วยสายตาที่อ่านยาก

"ที่นี่ปลอดภัยชั่วคราว แต่จำไว้ว่าในซิซิลีไม่มีใครที่ไว้ใจได้จริงๆ แม้แต่คนที่เพิ่งกอดเธอมาเมื่อคืน"

คำพูดของโซเฟียทำให้โรสรินทร์นึกถึงสัมผัสที่เร่าร้อนของคาร์ไลน์ในบ้านไม้ ความหวามไหวที่เพิ่งผ่านพ้้นไปกับความตายที่ไล่หลังมาติดๆ

 มันทำให้เธอเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง... 

เธอเป็นใครในเกมนี้กันแน่? เป็นหมาก เป็นของเล่น หรือเป็นเพียงเหยื่อที่ถูกหลอกให้รักเพื่อรอวันถูกขยี้ทิ้ง?

ขณะเดียวกัน คาร์ไลน์ยืนอยู่ท่ามกลางซากศพของศัตรู เลือดสีแดงฉานย้อมหิมะขาวโพลนจนดูสยดสยอง เขาหอบหายใจหนัก กระสุนนัดหนึ่งถากเข้าที่สีข้างจนเสื้อเชิ้ตขาดวิ่น

"นายครับ พวกมันล่าถอยไปแล้ว แต่ดิมิทรี..." ลูกน้องคนหนึ่งรายงานเสียงสั่น

คาร์ไลน์ไม่ได้ฟัง เขาจ้องมองตู้เสื้อผ้าที่ถูกปิดสนิท ความกังวลที่เขาไม่เคยมีให้ใครเริ่มกัดกินหัวใจ

"ไปหาเธอ พลิกป่าหาเธอให้เจอ!" เขาคำราม พลางทรุดกายลงนั่งกุมแผล สายตาจ้องเขม็งไปที่สัญลักษณ์นกอินทรีบนปลอกกระสุนที่ตกอยู่พื้น

"เซซาเร่ แกพรากเธอไปจากฉันไม่ได้!"

ความอบอุ่นจากเปลวไฟในเตาผิงไม่ได้ช่วยให้โรสรินทร์หายสั่นได้ทั้งหมด เธอกระชับผ้าห่มขนสัตว์ผืนหนาที่โซเฟียส่งให้พลางจิบทางนมอุ่นๆ ลงคออย่างยากลำบาก สายตาของเธอคอยลอบสังเกตหญิงสาวตรงหน้า โซเฟียดูเหมือนคนป่าที่กร้านโลก ผิวพรรณที่เคยสวยงามถูกทำลายด้วยรอยแผลเป็นเล็กๆ และความหยาบกระด้างของอากาศ แต่ท่วงท่าการจับปืนลูกซองเมื่อครู่มันช่างดูเชี่ยวชาญจนน่ากลัว

"คุณ... รู้จักคาร์ไลน์ได้ยังไงคะ? แล้วทำไมถึงรู้ว่าฉัน..." โรสรินทร์ถามทิ้งท้ายไว้อย่างไม่กล้าเอ่ยชื่อฐานะของตัวเอง

โซเฟียแค่นยิ้มบางๆ มือที่กำลังเติมฟืนในเตาผิงชะงักไปเล็กน้อย

"ในซิซิลี ไม่มีใครหนีพ้นสายตาของตระกูลโวล์คอฟหรอก โดยเฉพาะผู้หญิงที่ใส่เดรสสีแดงราคาแพงของดีไซเนอร์ชื่อดังแต่กลับเดินโซซัดโซเซอยู่กลางพายุหิมะหน้าเซฟเฮาส์ลับของมาเฟียอันดับหนึ่ง ถ้าเธอไม่ใช่ผู้หญิงของเขา เธอก็คงเป็นศพไปนานแล้ว"

"เซฟเฮาส์นั่นเป็นความลับไม่ใช่เหรอคะ?"

"ความลับสำหรับคนนอก แต่สำหรับฉัน ที่นี่คือกรงขังที่ฉันเคยอยู่มาก่อน" โซเฟียหันมาสบตาโรสรินทร์

"ฉันเคยเป็นมือขวาของพ่อคาร์ไลน์ และเคยเป็นพี่เลี้ยงที่คาร์ไลน์ไว้ใจที่สุด ก่อนที่เซซาเร่จะใส่ความว่าฉันเป็นไส้ศึก จนฉันต้องหนีมากบดานอยู่ในกระท่อมพรานป่าท้ายเขตที่ดินผืนนี้เพื่อรักษาชีวิต"

โรสรินทร์เบิกตากว้าง ความจริงที่ได้รับรู้ทำให้เธอเริ่มเห็นภาพความร้าวฉานในตระกูลนี้ชัดขึ้น

"คุณถึงช่วยฉัน เพราะคุณเกลียดเซซาเร่?"

"ฉันช่วยเธอเพราะฉันไม่อยากเห็นเหยื่อรายใหม่ต้องตายอย่างไร้ค่า" โซเฟียขยับเข้ามาใกล้ แววตาของเธอวาววับในแสงไฟ

"คาร์ไลน์ก็ไม่ใช่คนดี เขาโหดเหี้ยมกว่าที่เธอเห็นเยอะ แต่เขาก็มีจุดอ่อนอย่างหนึ่ง คือความโหยหาในสิ่งที่เขาครอบครองไม่ได้ และตอนนี้ดูเหมือนสิ่งนั้นคือเธอ"

คำพูดของโซเฟียทำให้โรสรินทร์นึกถึงสัมผัสที่รุนแรงและป่าเถื่อนในห้องนอนนั่น มันไม่ใช่ความรัก แต่มันคือการอยากเอาชนะและครอบครองอย่างนั้นเหรอ?

บทก่อนหน้า
บทถัดไป