บทที่ 2 กระต่ายน้อยในมือมาเฟีย
ก่อนที่โรสรินทร์จะได้เรียบเรียงความคิดที่ปั่นป่วนอยู่ในหัว เสียงเครื่องยนต์หลายคันก็ดังขึ้นพร้อมกันจากปากซอย ไฟหน้ารถสาดเข้ามาจนเธอต้องยกมือขึ้นบังโดยสัญชาตญาณ หัวใจเต้นแรงเมื่อเห็นขบวนรถสีดำสนิทแล่นเข้ามาปิดทางออกทั้งหมดราวกับวางแผนมาอย่างดี
“นี่มันอะไรกัน” เธอพึมพำอย่างตื่นตระหนก ก่อนพยายามผลักชายตรงหน้าออกเเต่ก็ไร้ผล
ประตูรถเปิดออกแทบจะพร้อมกัน ชายฉกรรจ์นับสิบกรูลงมาอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้องไปทั่วซอยแคบ ความกลัวแล่นวาบขึ้นสันหลัง ทำให้โรสรินทร์์เผลอกรีดร้องออกมาโดยไม่ทันคิด เเต่เสียงของเธอก็ขาดหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อถูกมือใหญ่ปิดปาก
“เงียบ!”
เธอสะดุ้งโหยงเมื่อเขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก พร้อมกับร่างของเธอที่ถูกดันติดกำเเพงจนหายใจลำบาก ความหวาดกลัวเเละความตื่นตระหนกทำให้หยาดน้ำตาของเธอไหลออกมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
ขณะที่ชายตรงหน้าหันไปสนทนากับกลุ่มคนดังกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เเต่หูของเธอก็ยังจับใจความได้ว่าเกี่ยวกับการเก็บกวาดกลุ่มนักฆ่ารับจ้าง วินาทีนั้นเลือดในกายของเธอก็พลันเย็นเฉียบขึ้นมาทันที
กระทั่ง...เขาหันกลับมาให้ความสนใจกับเธออีกครั้ง ดวงตาสีน้ำทะเลก็พลันเเข็งกร้าวเเละเต็มไปด้วยความหวาดระเเวงอย่างเห็นได้ชัด
“เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ต้องการอะไรจากฉัน?”
เขาถามออกมาช้าๆอย่างชัดถ้อยชัดคำ สายตาคมกวาดมองตั้งเเต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความหวาดระเเวง
“ฉัน…ฉันแค่เดินผ่านมา ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น”
เมื่อริมฝีปากเป็นอิสระ โรสรินทร์ก็รีบเอ่ยปฏิเสธเเละส่ายหน้าทั้งน้ำตา หากเเต่ชายหนุ่มกลับหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนเผยรอยยิ้มที่ทำให้เธอหนาวไปถึงไขกระดูก
“หึ! เเต่ผ่านมาอย่างนั้นเหรอ? บังเอิญไปหน่อยหรือเปล่า”
“ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นใครด้วยซ้ำ เเค่เห็นบาดเจ็บเลยอยากช่วย ได้โปรด...ปล่อยฉันไปเถอะนะ”
เธอเอ่ยขอร้องชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ในขณะที่ดวงตาสีน้ำทะเลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอนิ่งงัน เเละในช่วงเวลาที่เเสนอึดอัดนั่นเอง เขาก็ถอนหายใจออกมาหนักๆอย่างไม่สบอารมณ์
“ฉันไม่มีเวลามาเสี่ยงกับตัวปัญหาอย่างเธอหรอกนะ ถ้ายังไม่อยากตายก็อย่าพูดมาก”
สิ้นประโยคดังกล่าว ชายคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาโปะผ้าผืนเล็กๆลงที่ใบหน้าของเธออย่างรวดเร็ว ฉับพลันโลกทั้งใบก็เริ่มหมุนคว้างจนน่าเวียนหัว ภาพตรงหน้าพร่าเลือนพร้อมกับเสียงของเขาที่ห่างออกไปเรื่อย ๆ ก่อนที่สติของโรสรินทร์จะดับวูบลงในอ้อมแขนของชายแปลกหน้าทันที
โดยที่เธอไม่รู้เลย...ว่าหลังจากนี้โลกทั้งใบของเธอจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ความเงียบงันก็เข้ามาแทนที่เสียงอึกทึกวุ่นวาย แสงแดดอ่อนยามเย็นส่องผ่านม่านโปร่งสีครีม กระทบพื้นห้องกว้างอย่างอบอุ่น กลิ่นหอมสะอาดลอยอวลอยู่ในอากาศ
“อือ...ปวดหัว...อึ่ก!”
โรสรินทร์ขยับตัวเล็กน้อย ความรู้สึกหนักอึ้งแล่นไปทั่วทั้งร่าง ศีรษะปวดตุบ ๆ ราวกับถูกเคาะไม่หยุด เธอครางเบา ๆ พยายามฝืนลุกขึ้นนั่ง แต่ร่างกายกลับไม่เป็นใจเลยสักนิด
“เกิดอะไรขึ้นกับฉันเนี่ย!...ปวดไปหมดเลย”
เธอบ่นพึมพำ ก่อนที่สายตาจะเลื่อนไปหยุดที่ผนังกระจกบานใหญ่ เผยให้เห็นภาพเมืองซิซิลีที่อาบไล้ด้วยแสงอาทิตย์ยามเย็น สีส้มทองทาบทับหลังคาอาคารเก่าแก่งดงามราวกับภาพวาด
สวยงาม...แต่ไม่ใช่เวลาที่เธอจะชื่นชมมัน
“ตื่นๆ โรส! เธอต้องได้สติเดี๋ยวนี้!!”
ในจังหวะที่เธอสะบัดหัวไล่ความมึนงง เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้้นจากมุมห้องอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ตื่นสักที”
“….!!”
โรสรินทร์สะดุ้งโหยง หัวใจแทบกระโจนออกมานอกอก เมื่อเห็นชายผมทองนั่งอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม เขาสูบซิการ์อย่างสบายอารมณ์ ร่างสูงใหญ่เอนหลังอย่างสง่างาม ดวงตาสีน้ำทะเลจับจ้องมาที่เธอราวกับนักล่าที่เฝ้ามองเหยื่อ
“คุณ!” เธออุทานเสียงสั่น
เมื่อได้สติ โรสรินทร์รีบก้มมองตัวเองก็พบว่าร่างกายถูกชำระล้างสะอาดสะอ้าน สวมเพียงเสื้อคลุมอาบน้ำเนื้อนุ่มที่ไม่ใช่ของเธอ ความรู้สึกอับอายและโกรธพุ่งขึ้นพร้อมกันทันที
“คุณทำอะไรฉัน” เธอถามเสียงแข็ง ดวงตาคมสวยฉายเเววเเข็งกร้าวระคนหวาดหวั่น
“อาบน้ำให้ เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ เธออาเจียนใส่รองเท้าฉันด้วยซ้ำ”เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะพ่นควันซิการ์ออกมาบางๆเเล้วหัวเราะออกมาเล็กน้อย
“ฉะ…ฉันเนี่ยนะอ้วกใส่รองเท้าของคุณ ถึงฉันเมาเเต่ก็ยังมีสติ เป็นคุณต่างหากที่โปะยาสลบฉัน!”
การกระทำของเขาทำให้โรสรินทร์ถึงกับเลือดขึ้นหน้า เธอรีบก้าวขาลงจากเตียงด้วยความโกรธ แต่เพียงก้าวเดียวขาก็อ่อนแรงจนทรุดลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ ความเจ็บแล่นวาบขึ้นมาทำให้เธอเผลอกัดริมฝีปากแน่น
“โอ๊ย!...ซี๊ดดดด เจ็บชะมัด”
แทนที่เขาจะช่วยพยุง ชายหนุ่มกลับลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะใช้ปลายเท้าเขี่ยเธอเบา ๆ อย่างยียวน
“ยังยืนไม่ไหว แล้วจะหนีไปไหน”
“อย่ามาแตะฉัน!” โรสรินทร์ดีดตัวถอยหนี คว้าแจกันใกล้มือขึ้นมาเป็นอาวุธ ดวงตาสั่นไหวแต่ไม่ยอมให้อีกฝ่ายรังเเกได้ง่ายๆ
“คุณมันโจรลักพาตัว ฉันจะเเจ้งตำรวจ”
คิ้วเข้มของเขายกขึ้นเล็กน้อย สีหน้าฉายแววสนใจ
“เเจ้งตำรวจ? คิดว่าตำรวจทำอะไรฉันได้เหรอ? เด็กน้อย เธอไม่รู้เหรอว่าอยู่ในถิ่นของใคร”
คำพูดของเขาทำให้โรสรินทร์เบิกตากว้าง ชื่อบางชื่อผุดเข้ามาในหัวทันที คาร์ไลน์ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลของซิซิลี คงไม่ใช่ว่าเธอไปเจอจุดใต้ตำตอเข้าหรอกนะ?
สีหน้าตื่นตระหนกของหญิงสาวทำให้เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างจงใจท้าทาย
“วางมันลง โรสรินทร์ ถ้าฉันอยากทำร้ายเธอ เธอไม่มีโอกาสได้ถืออะไรแบบนั้นหรอก”
ชื่อของเธอที่ออกจากปากของเขา ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นเเรงขึ้นอย่างไม่อาจหักห้าม เเม้กระทั่งเเก้มขาวเนียนก็ยังซับสีเลือดอย่างน่าอับอาย
“เธอเป็นสายลับหรือเปล่า ศัตรูของฉันชอบใช้ผู้หญิงสวยๆเป็นเหยื่อล่อ”
“ฉันเป็นนางแบบ! ไม่ใช่สายลับบ้าบออะไรทั้งนั้น”
โรสรินทร์เถียงคอเป็นเอ็นเมื่อถูกกล่าวหาว่าเป็นสายลับ เเจกันที่อยู่ในมือสั่นกึกๆเพราะอยากทุ่มใส่อีกฝ่ายใจจะขาด
“งั้นก็ต้องขอโทษด้วย ฉันจำเป็นต้องเชิญเธออยู่เป็นแขกที่นี่สักพัก”
“แขก? นี่มันนักโทษชัด ๆ”
โรสรินทร์เเค่นเสียงเมื่อคำว่าเเขกออกจากปากของอีกฝ่าย เพราะมองยังไงก็เป็นการลักพาตัวชัดๆ คนที่ไหนเขาเชิญเเขกมาพักที่บ้านตัวเองเเบบนี้บ้าง
เมื่อคิดได้เเบบนั้นเธอก็วางเเจกัญลงเเละวิ่งไปกระชากประตูห้องอย่างเเรง แต่ทันทีที่ประตูเปิดออกก็ต้องหยุดชะงัก
บอดี้การ์ดนับสิบยืนเรียงแถวอยู่หน้าห้อง ทุกสายตาจับจ้องมาที่เธอราวกับเจอเหยื่อโอชะ
“…..!!”
“เชิญครับคุณผู้หญิง”
เสียงเย็นเฉียบดังขึ้นจากด้านหลัง เมื่อเธอหันกลับไปก็เห็นเขาผายมือเชื้อเชิญอย่างสุภาพผิดกับสถานการณ์ด้านนอกลิบลับ เธอจึงต้องถอยกลับเข้ามาในห้องอย่างหมดหนทาง ประตูปิดลงเบา ๆ แต่เสียงนั้นกลับดังก้องอยู่ในหัวของเธอ
“ตายเเน่ๆ”
เธอพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย โดยไม่รู้เลยว่าในเวลานี้อีกฝ่ายเข้ามาประชิดด้านหลังตั้งเเต่เมื่อไหร่
รู้ตัวอีกที...ร่างของเธอก็ถูกกระเเทกเข้ากับประตูที่ปิดสนิท ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดต้นคอ ทำให้ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ พร้อมกับน้ำเสียงหยอกเย้าที่เอ่ยกระซิบข้างหูเเดงระเรื่อ
“หืม…กระต่ายน้อย”
เขาเอียงศีรษะเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำทะเลเป็นประกายวาว
“เธออยู่ไม่สุขเลยนะ”
ร่างกายของโรสรินทร์แข็งทื่อราวกับถูกตรึงอยู่กับที่ เธอไม่กล้าหายใจเเรงเลยด้วยซ้ำ ก่อนที่แรงกระชากจากมือใหญ่จะบังคับให้เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“อ๊ะ!...จะทำอะไร!”
หัวใจของเธอเต้นแรงจนเจ็บในอก ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาสีน้ำทะเลที่สะท้อนเงาของเธอไว้อย่างชัดเจน
“คุณ...อึ่ก!”
คาร์ไลน์ไม่ได้พูดอะไรในทันที เขาก้มลงช้า ๆ ใช้สันจมูกเฉียดแก้มของเธอไปมาอย่างจงใจ กลิ่นซิการ์ผสมกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ จากตัวเขาลอยเข้ามาปนกับกลิ่นสบู่จากผิวเธอ ทุกสัมผัสทำให้หัวใจของโรสรินทร์เต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะหลุดออกมาจากอก
“อย่าดื้อกับฉันอีก ถ้าไม่อยากตาย” เสียงของเขาแผ่วเบา แต่เฉียบคมราวกับมีดที่เฉือนผ่านลมหายใจ
เธอกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ดวงตาสั่นระริก อยากอ้าปากเถียงหรือผลักอีกฝ่ายออก แต่กลับทำได้เพียงยยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับถูกสะกด
กระทั่ง....
คาร์ไลน์ผละออกจากเธออย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองเลยเเม้เเต่น้อย
เเละเมื่อเสียงประตูปิดลง โรสรินทร์ถึงได้รู้ว่าร่างกายตัวเองสั่นเทิ้มไปหมด หัวใจเต้นแรงจนแทบไม่เป็นจังหวะ ความกลัวทำให้เหงื่อของเธอเเตกซิก เเข้งขาอ่อนเเรงจนเเทบทรุดลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ
“บ้าเอ๊ย…” เธอกรีดร้องเบา ๆ ก่อนจะล้มตัวลงบนเตียง กดหน้าลงกับหมอน พยายามกลบเสียงของหัวใจที่เต้นระรัวไม่หยุด
เธอดิ้นพลิกตัวไปมาอย่างหงุดหงิด ทั้งอับอาย ทั้งสับสน เเละทั้งตื่นเต้นจนแทบขาดใจ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า ในอีกด้านของประตูที่ปิดสนิทนั้น คาร์ไลน์ยังไม่ได้ไปไหนไกล เขายังยืนพิงประตูอีกด้าน มือหนึ่งสอดกระเป๋ากางเกง อีกข้างถือซิการ์ที่ดับแล้ว เงยหน้ามองเพดานด้านบนอย่างเหม่อลอย
“กระต่ายน้อย...เธอทำให้ฉันสับสนนะรู้ไหม”
