บทที่ 3 ดอกกุหลาบกับดินเนอร์
หลายวันต่อมา โรสรินทร์ยังคงถูกขังอยู่ภายในห้องอย่างเพียงลำพัง เธอเบื่อจนอยากอาละวาดเสียให้หนัก เเต่ติดตรงที่สายตาของผู้ดูเเลเเต่ละคนน่ากลัวเหลือเกิน
สุดท้าย...เธอจึงทำได้เพียงนั่งๆนอนๆจนเวลาผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ ทว่าทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาในยามเช้าตรู่ จะพบกับดอกกุหลาบสีแดงสดหนึ่งดอกวางอยู่ข้างหมอนเสมอ กลีบดอกที่นุ่มนวลเเละกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ทำให้หัวใจดวงน้อยของเธอเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ
ให้ตายเถอะ!? ทำเเบบนี้เขาต้องการอะไรจากเธอกันเเน่
เเถมวันนี้ยังทำตัวเเปลกๆ กุหลาบที่ควรวางเอาไว้ในช่วงเช้ากลับโผล่มายามดึก ทั้งๆที่เธอมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้หลับลึกเลยเเท้ๆ กลับไม่รู้สึกตัวยามคนผู้นั้นก้าวเข้ามาในห้องเสียอย่างนั้น
"คุณมันโรคจิต!"
โรสรินทร์เบะปากเล็กน้อย ดวงตาคมสวยจ้องมองกุหลาบดอกใหญ่ที่อยู่ในมือ ก่อนโยนลงบนเตียงเหมือนที่ทำเป็นประจำ เเต่ใครจะรู้ว่าวันนี้จะต่างออกไป เพราะทันทีที่เธอเตรียมฟาดกุหลาบดอกนั้นด้วยหมอนใบโต ประตูห้องที่จะเปิดออกเฉพาะมื้ออาหารก็เปิดอีกครั้งในยามวิกาล ตามมาด้วยสาวใช้หลายคนที่กรูกันเข้ามาจนเธอถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ
"อะ...อะไร พวกคุณเข้ามาทำไมตั้งเยอะเเยะ"
“กรุณาเตรียมตัวให้เรียบร้อยค่ะ นายท่านต้องการพบคุณโรสภายในสิบห้านาที”
"ห้ะ! นายท่านที่ว่านี่คือคุณคาร์ลอะไรนั่นใช่ไหม? เเล้วทำไมถึงอยากเจอฉันตอนนี้หล่ะ นี่...นี่ก็ดึกมากเเล้ว เจอกันพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ?"
"นี่เป็นคำสั่ง คุณโรสอย่าถามอะไรให้มากเลยค่ะ"
"เดี๋ยวก่อนสิ อ๊ะ!"
โรสรินทร์สะดุ้งโหยง เมื่อบรรดาคนรับใช้พุ่งเข้ามาจับเนื้อตัวเเละทาบเสื้อผ้าลงบนเรือนร่างของเธอโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งจัดเเต่งทรงผมเเละเเต่งเเต้มใบหน้าให้สวยคมขึ้นไปอีกระดับ จบลงที่ชุดเดรสรัดรูปที่ถูกสวมลงบนเรือนร่างอรชรอย่างปราณีต สีเเดงดั่งกุหลาบขับเน้นผิวพรรณของเธอให้ข่าวผ่องเเละน่ามองเป็นที่สุด
"เสร็จเเล้วค่ะ"
สาวใช้ถอยไปยืนด้านหลังอย่างพร้อมเพียง ปล่อยให้โรสรินทร์นั่งมองกระจกอยู่หน้าโต๊ะเครื่องเเป้งด่้วยสายตาสั่นไหวเล็กน้อย เอียงซ้ายเอียงขวาเพื่อชื่นชมความงามราวกับสวรรค์ปั้นเเต่ง เเต่ถึงอย่างนั้นช่วงเวลาอันเเสนสงบก็ช่างน้อยนิด เพราะไม่กี่วินาทีต่อมาความสงบของเธอก็ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว ก่อนถูกสาวใช้พาออกมาจากห้องเเล้วส่งให้กับบอดี้การ์ดร่างยักษ์ที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นอย่างน่าหวาดหวั่น
"เชิญ"
เธอเหลือบมองเขาเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าสอดรู้สอดเห็นอะไร เเต่บอดี้การ์ดคนนี้ดูมีสง่าราศรีเเละใบหน้าหล่อเหลาจนเธอตะลึงไปชั่วขณะ
"คุณไม่ควรมองไปเรื่อยนะครับ ไม่เช่นนั้นดวงตาของคุณอาจมองไม่เห็นอีกต่อไป"
เฮือก!!
".....!!"
โรสรินทร์สะดุ้งโหยงเมื่อถูกจับได้ว่าเเอบมอง ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาเดินตามหลังของอีกฝ่ายไปตามเส้นทางหรูหราจนมาถึงระเบียงกว้างเเห่งหนึ่ง ด้านหน้าเป็นวิวทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่อาบด้วยเเสงจันทร์ยามราตรี โต๊ะอาหารหรูถูกจัดไว้อย่างพิถีพิถัน เทียนเรียงรายให้แสงสลัววูบไหว กุหลาบสีแดงปักอยู่ในแจกันแก้วใสทั่วบริเวณ กลิ่นหอมของมันลอยปนกับกลิ่นไวน์ชวนให้เธอรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
“นั่งสิครับ” บอดี้การ์ดหนุ่มพูดเสียงเรียบ พลางรินไวน์แดงลงในแก้วอย่างช้าๆ
“ฉันไม่ดื่ม” โรสรินทร์เอ่ยปฏิเสธ ทั้งที่จริงเเล้วเธอชอบดื่มไวน์เป็นอย่างมาก เเต่สถาณการณ์คราวนี้ต่างออกไป เธอไม่ได้มางานเลี้ยงสังสรรค์หรือหาความสำราญ เเละไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในไวน์เเก้วนั้นใส่อะไรผิดเเปลกลงไปบ้างหรือเปล่า เธอไม่อยากเสี่ยงกลืนมันลงท้องเเล้วมาตามเเก้ปัญหาทีหลัง
“คำสั่งของนายท่าน ถึงไม่อยากดื่มก็ต้องดื่ม”
บอดี้การ์ดหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงกดดัน จ้องมองหญิงสาวด้วยสายตาเย็นเยียบ ทำเอาโรสรินทร์ถึงกับลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ก่อนจะยอมทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อย่างจำใจ มือเรียวสั่นเล็กน้อยพร้อมทั้งยกเเก้วไวน์ขึ้นจรดริมฝีปากสีเเดงระเรื่อ
“นี่ฉันฝันอยู่แน่ๆ ใครจะจัดดินเนอร์ให้คนที่ตัวเองจับมาขัง เเถมยังเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีอีก”
เธอบ่นพึมพำเบาๆ พลางจิบไวน์ในเเก้วอย่างช้าๆ เเต่ในจังหวะนั้นเองก็มีฝีเท้าหนักเเน่นก้าวเข้ามาทำลายบรรยากาศที่เเสนอึดอัด
"ไวน์นั่นไม่มีพิษ เธอไม่จำเป็นต้องระเเวงขนาดนั้น"
โรสรินทร์รีบวางเเก้วไวน์ที่จิบไปเพียงน้อยนิดลงบนโต๊ะ พลางมองคาร์ไลน์ที่หอบกุหลาบสีเเดงช่อใหญ่เอาไว้ในมือ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นจนเห็นท่อนแขนแข็งแรง ดวงตาสีน้ำทะเลเข้มขึ้นเล็กน้อย ชวนให้น่าหลงใหลเเละน่าหวาดหวั่นในคราวเดียวกัน
"คืนนี้พระจันทร์สวยมาก เเต่เธอสวยกว่าพระจันทร์บนฟ้าเสียอีก ว่าไหม?"
เขาพูดพลางยื่นช่อกุหลาบให้เธอ โรสรินทร์มองมันอย่างลังเล ก่อนจะรับไว้ด้วยมือที่สั่นน้อย ๆ
“ฉันไม่เข้าใจ คุณจะขังฉันไว้ทำไม”
“แค่อยากคุย เรายังไม่ได้คุยกันจริงจังเลยนี่”เขาตอบเรียบ ๆ แล้วนั่งลงตรงข้าม
“คุย? การกระทำของคุณเรียกว่าคุยได้ด้วยเหรอคะ เเบบนี้น่าจะเรียกว่ากักตัวรอการไต่สวนมากกว่า” เธอยิ้มเยาะ เเต่เมื่อเห็นสายตาคมปลาบของอีกฝ่ายก็รีบหุบยิ้มทันที
“ก็แล้วแต่เธอจะเรียก”
บรรยากาศเริ่มชวนอึดอัด คาร์ไลน์พูดจาเรื่อยเปื่อย ถามเรื่องรสนิยม เรื่องงาน เรื่องชีวิตส่วนตัวของเธอไปเรื่อยๆ ทั้งที่สีหน้าและน้ำเสียงยังเย็นเฉียบเหมือนเดิม โรสรินทร์รู้ว่าเขาพยายามล้วงข้อมูลบางอย่างแต่เธอก็ไม่มีอะไรให้ล้วงอยู่ดี
"ตอนอยู่บนรันเวย์เธอดูเซ็กซี่มาก เเต่หลังจากที่ฉันเฝ้าดูมาหลายวัน กลับพบว่าเธอไร้เดียงสามากกว่าที่คิด"
"......"
"บอกฉันสิ อันไหนคือตัวตนของเธอกันเเน่"
โรสรินทร์เม้มปากเเน่น สองมือกำเข้าหากันจนร้อนไปหมด ทว่าก่อนที่เธอจะเอ่ยอะไรออกไปอีกครั้ง บอดี้การ์ดคนเดิมก็เดินเข้ามากระซิบข้างหูของอีกฝ่าย ในขณะที่สายตาของเขาเหลือบมองเธอเป็นระยะ
วินาทีนั้นหัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำ ใบหน้าสวยหวานชื้นเหงื่อเเละดวงตาฉายเเววกังวลอย่างเห็นได้ชัด
เเต่เเล้ว...เมื่อบอดี้การ์ดหนุ่มล่าถอยออกไป ดวงตาที่ใช้มองเธอเมื่อครู่ก็อ่อนลงเล็กน้อย รวมถึงท่าทางเเข็งกร้าวก็เปลี่ยนเป็นผ่อนคลายจนเธอรู้สึกมึนงง
"ดูเหมือนว่าจะมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น เราจับตัวสายลับที่ศัตรูส่งมาได้แล้ว”
“ก็บอกเเล้วไงว่าไม่ใช่ฉัน ที่่เราเจอกันก็เเค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น ถ้าคุณเชื่อฉันสักนิด พวกเราก็ไม่ต้องมานั่งอึดอัดเเบบนี้หรอก"
เมื่อรู้ว่าตัวเองพ้นผิด โรสรินทร์ก็นั่งกอดอกเเละหันไปมองวิวด้านนอกด้วยท่าทางหงุดหงิด พร้อมทั้งข่มกลั้นความกลัวที่มีต่อชายตรงหน้าเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
"มันจำเป็น"
โรสรินทร์หันกลับมามองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม หัวคิ้วสวยขมวดมุ่นก่อนเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว
“แล้วทำไมต้องทำอะไรประหลาด ๆ แบบนี้ด้วย ดินเนอร์สุดหรู ดอกไม้สวยๆ ขังฉันไว้ในห้องตั้งหลายวัน มันจำเป็นด้วยเหรอคะ?”
คาร์ไลน์เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ สายตาคู่คมยังคงไม่ละไปจากใบหน้าของเธอ ในขณะที่ริมฝีปากยกยิ้มช้า ๆ
“เพราะถ้าวันนี้ผลออกมาไม่ใช่แบบนี้” เขาพูดเสียงเรียบ
"......"
“ดอกไม้ช่อนี้…จะเป็นช่อสุดท้ายของเธอ”เขาหยุดพูดครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะขอบแก้วไวน์ตรงหน้าเธอเบา ๆ
“และอาหารมื้อนี้ จะเป็นมื้อสุดท้ายของเธอเช่นกัน”
".....!!"
