บทที่ 5 ภายใต้ร่มเงามาเฟีย
ภายในห้องนอนใหญ่ที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้โอ๊กสีเข้มและเครื่องประดับราคาแพง โรสรินทร์นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงกว้าง กลิ่นกายของคาร์ไลน์ยังคงวนเวียนอยู่ในจมูก ราวกับว่าเขาไม่ได้จูบแค่ริมฝีปาก แต่จูบฝังลึกลงไปในโสตประสาทของเธออีกด้วย
แกรก...
เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ก้าวเข้ามา คาร์ไลน์ถอดสูทตัวนอกทิ้งไว้ที่พนักเก้าอี้ เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมออกสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกที่มีรอยพันแผลซึมด้วยเลือดจางๆ จากเหตุการณ์ในซอยเปลี่ยววันนั้น
“คุณ...แผลคุณยังไม่หายดีนี่” โรสรินทร์เผลอหลุดปากออกมาด้วยความตกใจ
คาร์ไลน์ชะงักมือที่กำลังจะปลดกระดุมเม็ดต่อไป เขาเหลือบมองเธอด้วยสายตาคมกริบ
“นึกว่าเธออยากให้ฉันตายเสียอีก”
“ฉันแค่มองตามมารยาทเท่านั้นแหละ” เธอรีบสะบัดหน้าหนี แต่อีกฝ่ายกลับก้าวเข้ามาหาจนเตียงยวบลงตามแรงนั่งของเขา
“ในเมื่อเธอว่างจนมีเวลามานั่งห่วงแผลคนอื่น งั้นก็ทำหน้าที่ 'ผู้หญิงของฉัน' หน่อยเป็นไง” เขาคว้ามือเรียวของเธอให้สัมผัสลงบนขอบผ้าพันแผลเบาๆ โรสรินทร์สะดุ้งวาบ ความร้อนจากผิวหนัังของเขาทำให้นิ้วมือเธอสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม
“ฉันไม่อยากทำ ให้สาวใช้มาทำเเทนสิคะ”
“ฉันไม่ชอบให้คนอื่นแตะต้องตัวตอนกลางคืน” เขาโน้้มตัวเข้าหาจนหน้าผากเกือบชนกัน
“และตอนนี้เธอคือคนเดียวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในห้องนี้ ทำซะ หรือจะให้ฉันสอนวิธีปรนนิบัติอย่างอื่นแทน?”
คำขู่ที่แฝงความนัยทำให้เธอไม่มีทางเลือก โรสรินทร์ต้องจำใจหยิบกล่องปฐมพยาบาลมานั่งข้างเขา มือเรียวค่อยๆ แกะผ้าพันแผลออกอย่างเบามือ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เธอใจหายวาบ เพราะมันคือรอยแผลจากกระสุนที่เฉียดจุดสำคัญไปเพียงนิดเดียว
“เจ็บไหม?” เธอถามเสียงแผ่วโดยไม่รู้ตัว
คาร์ไลน์จ้องมองใบหน้าสวยที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำแผลให้เขา แววตาที่เคยแข็งกร้าวก็พลันอ่อนแสงลงครู่หนึ่ง
“ความเจ็บปวดคือเพื่อนเก่าของฉัน เธอควรชินกับมันถ้าคิดจะอยู่ข้างๆ ฉัน”
“ฉันไม่ได้อยากอยู่ข้างคุณตลอดไปเสียหน่อย” เธอสวนกลับพลางกดสำลีลงบนแผลแรงขึ้นเล็กน้อยเป็นการประท้วง
“หึ!” เขาครางในลำคอ ไม่ใช่เพราะเจ็บ แต่เพราะพอใจในความพยศที่น่าเอ็นดูนั่น
กระทั่งทำแผลเสร็จ โรสรินทร์ตั้งท่าจะขยับหนีไปนอนอีกฝั่งของเตียง แต่กลับถูกมือหนาคว้าเอวเอาไว้แล้วกระชากลงมานอนราบกับฟูกนุ่ม พร้อมทั้งพลิกตัวขึ้นมาทาบทับทั้งหมด กักขังเธอไว้ภายใต้ร่างกายสูงใหญ่ของเขาจนหมดทางหนี
“จะหนีไปไหน คืนนี้เธอยังไม่ได้จ่ายค่าเช่าห้องเลยนะ”
“คุณบอกเองว่าฉันบริสุทธิ์! อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ!”
“ฉันบอกว่าจะไม่ฆ่าเธอ แต่ไม่ได้บอกว่าจะไม่กินเธอเสียหน่อย” เขากระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ปลายจมูกโด่งซุกไซ้ไปตามลำคอระหง กลิ่นหอมละมุนของนางแบบสาวทำให้ความอดทนของมาเฟียหนุ่มแทบพังทลาย
"คะ คุณมันบ้า บ้าไปเเล้วเเน่ๆ"
โรสรินทร์ได้แต่หลับตาแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด ความรู้สึกกลัวเริ่มถูกแทนที่ด้วยความหวามไหวที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน ทุกสัมผัสของคาร์ไลน์มันทั้งหนักแน่นและโหยหา จนเธอเริ่มแยกไม่ออกว่าสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่คือบทลงโทษหรือรางวัลกันแน่
"อ๊ะ!..."
แรงกดทับจากร่างกายกำยำทำให้โรสรินทร์รู้สึกเหมือนกำลังจะจมลงไปในที่นอนนุ่ม กลิ่นกายของคาร์ไลน์ที่ผสมผสานระหว่างความดิบเถื่อนและน้ำหอมราคาแพงทำเอาสติของเธอเตลิดเปิดเปิง มือเรียวที่เคยพยายามจะผลักไส กลับกลายเป็นขยำสาบเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว
“คุณคาร์ไลน์... อื้อ...” เสียงประท้วงของเธอถูกกลืนหายไปเมื่อริมฝีปากร้อนจัดของเขาบดเบียดลงมาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่จูบที่รุนแรงเพื่อแสดงอำนาจ แต่มันแฝงไปด้วยความโหยหาและแรงอารมณ์ที่ถูกกักขังมานาน
ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปสำรวจความหวานในโพรงปากของหญิงสาวอย่างจาบจ้วง โรสรินทร์ครางประท้วงในลำคอ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไปกับสัมผัสที่เขาปรนเปรอให้ ความร้อนวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วท้องน้อยจนแข้งขาอ่อนแรง
คาร์ไลน์ผละริมฝีปากออกมาอย่างช้าๆ สายตาของเขาบัดนี้เข้มจัดจนเกือบจะเป็นสีดำ เขามองสำรวจใบหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่อและริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการรุกรานของเขา
“เธอรู้ไหม ไม่มีผู้หญิงคนปฏิเสธฉันมาก่อน เเละทุกครั้งจะจบลงที่เตียง มีเเค่เธอที่อยากหนีฉันไป” เขากระซิบพลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าเธอออกอย่างเบามือ
“ฉันไม่ได้อยากหนี ฉันแค่...” โรสรินทร์พยายามจะหาเหตุผลมาแย้ง แต่สายตาที่เหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงดวงวิญญาณของเขาทำให้เธอนิ่งงัน
“เธอแค่กำลังกลัวใจตัวเอง” คาร์ไลน์เอ่ยต่อให้จบ เขาโน้มตัวลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง สูดดมความหอมละมุนที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในรอบหลายปี
“อยู่ที่นี่เป็นของฉัน แล้วฉันจะปกป้องเธอจากทุกอย่าง แม้แต่ความตาย”
