บทที่ 6 กรงเล็บราชสีห์

โรสรินทร์หลับตาลงแน่น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีกันยุ่งเหยิงอยู่ในอก คำว่าปกป้องจากปากของมาเฟียที่อันตรายที่สุดในซิซิลีมันฟังดูหอมหวานจนน่าใจหาย

ทว่าทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างเตียงก็แผดจ้าขึ้นเบาๆ เป็นจังหวะสั้นๆ สองครั้ง คาร์ไลน์ชะงักไปเล็กน้อย เขารู้ดีว่านั่นคือสัญญาณลับจาก ดิมิทรี บอดี้การ์ดคนสนิทที่เฝ้าอยู่ด้านนอก

เขายันกายขึ้นช้าๆ ทิ้งให้โรสรินทร์นอนหอบหายใจอยู่บนเตียง สายตาที่เคยมอดไหม้ด้วยไฟสวาทกลับมาเย็นเฉียบในชั่วพริบตา

“นั่นคุณจะไปไหน?” โรสรินทร์ถามพลางขยับตัวลุกขึ้นนั่ง จัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่

“มีเเขกที่ไม่ได้รับเชิญพยายามจะทำลายค่ำคืนของเรา”

 คาร์ไลน์เอ่ยเสียงเรียบพลางเดินไปหยิบปืนพกกระบอกงามที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่ื่องแป้งขึ้นมาตรวจสอบความพร้อม

 “อยู่ที่นี่ อย่าเปิดประตูให้ใครนอกจากฉันเด็ดขาด เข้าใจไหม?”

“คุณหมายความว่ายังไง มีคนบุกมางั้นเหรอ?” เมื่อเห็นสีหน้าเเละเเววตาของเขา ความหวาดกลัวก็เริ่มจู่โจมเธออีกครั้งอย่างรวดเร็ว

"จะ จะไปเเล้วเหรอ?"

คาร์ไลน์ไม่ตอบ แต่เขาเดินกลับมาที่เตียงแล้วเชยคางเธอขึ้น จูบที่หน้าผากมนอย่างแผ่วเบาหนึ่งครั้ง 

“เดี๋ยวฉันมา อย่าเพิ่งหนีไปไหนล่ะ กระต่ายน้อย”

เขาเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้โรสรินทร์อยู่ท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด เธอรีบก้าวลงจากเตียงแล้วเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นพื้นที่ส่วนหน้าของคฤหาสน์

ในความมืดสลัวเบื้องล่าง เธอเห็นเงาร่างของชายฉกรรจ์ในชุดดำหลายคนกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบราวกับปีศาจ แต่สิ่งที่ทำให้เธอหัวใจแทบหยุดเต้นก็คือรถยนต์สีดำที่จอดซุ่มอยู่ไกลๆ 

รถยนต์...ที่มีสัญลักษณ์ตรานกอินทรีสีเงินที่เธอคุ้นเคย

สัญลักษณ์ของ เซซาเร่

ปัง!

เฮือก!!

เสียงปืนนัดแรกดังก้องกังวานทำลายความเงียบสงัดของราตรี ตามมาด้วยเสียงกระจกแตกและเสียงฝีเท้าที่สับสนวุ่นวายอยู่เบื้องล่าง โรสรินทร์ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังผ้าม่านผืนหนา ดวงตาคมสวยจ้องมองสัญลักษณ์ตรานกอินทรีบนรถคันนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก

ทำไมถึงเป็นตอนนี้... เธอพึมพำในใจ ร่างกายสั่นสะท้านเมื่อเสียงระเบิดขนาดเล็กดังขึ้นจนพื้นห้องสะเทือน โรสรินทร์รีบถอยห่างจากหน้าต่างตามสัญชาตญาณ แสงไฟในห้องดับวูบลงเหลือเพียงแสงสลัวจากดวงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา

“คุณคาร์ไลน์...” ชื่อของเขาหลุดออกมาจากปากอย่างแผ่วเบา ความเป็นห่วงที่เธอไม่ควรจะมีเริ่มเกาะกุมหัวใจ ทว่าคำสั่งของเขาที่กำชับหนักแน่นว่าอย่าเปิดประตูให้ใครยังคงดังก้องอยู่ในหัว ทำให้ตอนนี้เธอกลัวมาก 

ทว่าด้านนอกห้องนอนเสียงปืนยังคงดังต่อเนื่องสลับกับเสียงคำรามและเสียงกระแทกของหนักๆ โรสรินทร์เดินไปที่ประตูไม้โอ๊กบานยักษ์ เธอแนบหูฟัง พบว่าเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังมุ่งตรงมาทางห้องนี้

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงปืนดังขึ้นหน้าห้องพักใหญ่ ตามด้วยเสียงร่างคนล้มกระแทกพื้นและเสียงครางด้วยความเจ็บปวด โรสรินทร์ถอยกรูดไปจนชิดหัวเตียง เธอคว้าแจกันเซรามิกที่วางอยู่ใกล้ๆ มาถือไว้แน่น แม้มันจะดูไร้ค่าเมื่อเทียบกับอาวุธร้ายแรงที่อยู่ด้านนอกก็ตาม

แกรก...

ลูกบิดประตูถูกบิดอย่างแรงจากด้านนอก แต่มันถูกล็อคไว้อย่างหนาแน่นจากระบบนิรภัยที่คาร์ไลน์สั่งการไว้ก่อนออกไป

“เปิดประตู! ฉันรู้ว่าเธออยู่ในนั้น!” เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าดังลอดเข้ามา มันไม่ใช่เสียงของคาร์ไลน์ และไม่ใช่เสียงของดิมิทรี

หัวใจของโรสรินทร์เต้นแรงจนแทบจะกระดอนออกมาข้างนอก เธอเม้มปากแน่นไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงหายใจ

“อย่าให้ฉันต้องพังเข้าไป โรสรินทร์... ฉันแค่มีข้อความมาส่งให้เธอ”

เสียงนั้นดูใจเย็นจนน่าขนลุก มันคือน้ำเสียงของคนที่มีอำนาจและมั่นใจในตัวเองสูง ทันใดนั้นเอง เสียงปืนนัดหนึ่งก็เจาะทะลุประตูไม้เข้ามาห่างจากร่างของเธอเพียงไม่กี่คืบ!

“กรี๊ด!” โรสรินทร์เผลอร้องออกมาพลางทรุดตัวลงกับพื้นห้องในทันที

“หึ... อยู่นี่เองสินะ” ชายปริศนาหัวเราะเบาๆ 

“บอกคาร์ไลน์ด้วยว่า เซซาเร่ ฝากความคิดถึงมาให้ และสิ่งที่เขาแย่งไป อีกไม่นานมันจะต้องกลับคืนสู่เจ้าของที่แท้จริง”

สิ้นประโยคนั้น เสียงปืนชุดใหญ่ดังกดเข้ามาจากทางเดินอีกด้าน พร้อมกับเสียงตะโกนสั่งการของดิมิทรี เสียงฝีเท้าหน้าห้องเริ่มล่าถอยไปอย่างรวดเร็วเมื่อกำลังเสริมของคาร์ไลน์มาถึง

ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและเขม่าดินปืน โรสรินทร์นั่งขดตัวสั่นอยู่ข้างเตียง จนกระทั่งประตูห้องถูกเปิดออกอย่างแรง

“โรสรินทร์!”

เงาร่างสูงใหญ่พุ่งเข้ามาหาเธอ คาร์ไลน์ในสภาพเสื้อเชิ้ตสีขาวเปื้อนคราบเลือดและเขม่าไฟรีบคว้าตัวเธอขึ้นมากอดไว้แนบอก มือหนาที่ยังถือปืนอยู่สั่นเล็กน้อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“เธอเป็นอะไรไหม? มันยิงโดนเธอหรือเปล่า?” เขาถามรัวเร็ว พลางสำรวจร่่างกายของเธอด้วยความตื่นตระหนก

"มะ ไม่"

โรสรินทร์ส่ายหน้าทั้งน้ำตา เธอซุกหน้าลงกับแผงอกกว้างของเขาอย่างหมดแรง ความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้ทำให้เธอนึกถึงคำพูดของชายปริศนาเมื่อครู่

สิ่งที่เขาแย่งไป...

“เซซาเร่ เขาฝากบอกว่า...” เธอพยายามจะเล่า แต่คาร์ไลน์กลับกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว” เขาขบกรามแน่น ดวงตาสีน้ำทะเลวาวโรจน์ด้วยความแค้น

 “พวกมันกล้าดีมากที่บุกมาถึงที่นี่!”

คาร์ไลน์อุ้มเธอขึ้นในวงแขน ก่อนจะพาเดินออกจากห้องที่พังพินาศ มุ่งหน้าไปยังห้องลับใต้ดินที่ปลอดภัยที่สุด โดยไม่รู้เลยว่าสายตาของโรสรินทร์ที่มองข้ามไหล่เขาไปนั้น... เต็มไปด้วยความสับสนและกังวลอย่างหนัก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป