บทที่ 8 การไล่ล่าที่หนาวเหน็บ
บรรยากาศยามเช้าตรู่ในคฤหาสน์ที่เคยหรูหรา บัดนี้หลงเหลือเพียงกลิ่นเขม่าดินปืนและรอยกระสุนที่ฝังแน่นตามผนัง แสงอาทิตย์สีหม่นพยายามลอดผ่านรอยแตกของบานหน้าต่างที่พังพินาศ โรสรินทร์แทบไม่ได้หลับเลยตลอดทั้งคืน ร่างกายของเธอรู้สึกหนักอึ้งและปวดร้าว โดยเฉพาะความรู้สึกวูบโหวงภายในอกอย่างไร้ที่มา
กึก!
เสียงรองเท้าคอมแบทกระทบพื้นดังหนักแน่นใกล้เข้ามา ก่อนที่ประตูห้องลับจะถูกกระชากเปิดออก คาร์ไลน์ในชุดเครื่องแต่งกายสีดำสนิท สวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังทับเสื้อเชิ้ตที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกดูดิบเถื่อนและคล่องตัว ดวงตาสีน้ำทะเลของเขาเรีียบเฉยไร้ร่องรอยความอ่อนโยนใดๆ
"ลุกขึ้น เราต้องไปแล้ว" คำสั่งสั้นห้วนและทรงอำนาจทำให้โรสรินทร์ต้องฝืนกายลุกขึ้นจากโซฟา
"จะไปไหนคะ?" เธอถามพลางจัดชุดเดรสสีแดงที่ยับย่นให้เข้าที่ แม้จะดูหรูหราแต่มันช่างไม่เข้ากับสถานการณ์หนีตายเอาเสียเลย
"สถาณที่ปลอดภัยกว่าที่นี่" คาร์ไลน์ไม่พูดเปล่า เขาเดินเข้ามาคว้าข้อมือเธอแล้วกระชากให้เดินตามอย่างไม่เบามือ
"ดิมิทรีเตรียมขบวนรถไว้แล้ว ถ้าเธอชักช้าแม้แต่วินาทีเดียวแล้วโดนกระสุนเจาะกะโหลก อย่ามาโทษฉัน"
เขาลากเธอผ่านทางเดินใต้ดินที่คดเคี้ยวออกไปสู่โรงรถขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่หลังเนินเขา รถเอสยูวีหุ้มเกราะสีดำทมิฬสามคันจอดสตาร์ทเครื่องรออยู่ กลิ่นน้ำมันเครื่องและควันไอเสียคลุ้งกระจาย บอดี้การ์ดในชุดครบมือยืนคุมเชิงอยู่รอบบริเวณด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
คาร์ไลน์ยัดเธอเข้าไปในเบาะหลังของรถคันกลาง ก่อนจะแทรกตัวตามลงมานั่งข้างๆ พื้นที่ในรถแคบลงถนัดตาเมื่อชายร่างยักษ์อย่างเขาเข้ามานั่งประชิด โรสรินทร์พยายามขยับตัวชิดประตูรถเพื่อเว้นระยะห่าง แต่เขากลับคว้าเอวเธอไว้แล้วดึงให้มานั่งเบียดกับสีข้างของเขา
"นั่งนิ่งๆ โรสรินทร์ ถ้าไม่อยากให้กระสุนสไนเปอร์เก็บเธอผ่านกระจกตอนขบวนรถเคลื่อนที่" เขาสั่งเสียงเย็น พลางดึงปืนกลมือขนาดสั้นออกมาตรวจเช็คแม็กกาซีนข้างตัว
ขบวนรถเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าขึ้นสู่เส้นทางคดเคี้ยวบนเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะบางๆ บรรยากาศภายในรถเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน โรสรินทร์ลอบมองเสี้ยวหน้าของชายที่ถือครองชีวิตเธอไว้ เขาดูสงบจนน่ากลัว เหมือนกับพยัคฆ์ที่กำลังจ้องมองเหยื่อในความมืด
"ทำไมเซซาเร่ถึงต้องการตัวฉันนัก?" เธอถามทำลายความเงียบ ทว่่าคาร์ไลน์กลับเผยยิ้มเย็นเฉียบจนน่าขนลุก
"มันไม่ได้ต้องการตัวเธอ... มันต้องการอะไรก็ตามที่ฉันเป็นเจ้าของ เพื่อที่จะแสดงให้คนในองค์กรเห็นว่าฉันอ่อนแอ ปกป้องแม้แต่ผู้หญิงคนเดียวก็ไม่ได้"
มือหนาเลื่อนขึ้นมาลูบไล้ไปตามลำคอระหงของเธอ นิ้วหัวแม่มือบดคลึงรอยแดงที่เขาฝากไว้เมื่อคืนเบาๆ จนเธอสะดุ้ง
"และเธอก็เป็น 'ของเล่น' ที่สวยที่สุดเท่าที่ฉันเคยมีมาเสียด้วยสิ"
โรสรินทร์เม้มปากแน่น ความโกรธขึ้งพุ่งพล่านในอก เธอเกลียดที่เขาเห็นเธอเป็นเพียงวัตถุ แต่ก่อนที่จะได้โต้ตอบ เสียงวิทยุสื่อสารจากดิมิทรีที่ขับรถคันหน้าก็ดังขัดจังหวะเสียก่อน
"นายครับ! มีความเคลื่อนไหวที่กิโลเมตรข้างหน้า รถบรรทุกสองคันปิดถนน พวกมันมาแล้ว!"
"กระแทกมันเข้าไป! อย่าหยุดรถเด็ดขาด!" คาร์ไลน์คำรามสั่งการผ่านวิทยุ
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนไรเฟิลจู่โจมดังก้องไปทั่วหุบเขา กระสุนนัดแรกพุ่งเข้ากระทบกระจกหน้าหุ้มเกราะของรถจนเกิดรอยร้าว โรสรินทร์กรีดร้องออกมาพลางก้มตัวลงต่ำตามสัญชาตญาณ คาร์ไลน์กดไหล่เธอลงไปที่หว่างขาของเขาอย่างรวดเร็วเพื่อให้เธอพ้นจากแนวกระสุน
"ก้มหัวไว้!" เขาสั่งพลางลดกระจกรถลงเพียงเล็กน้อยแล้วสอดปากกระบอกปืนออกไปตอบโต้
การปะทะเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด ขบวนรถของคาร์ไลน์พยายามฝ่าวงล้อมของรถขับเคลื่อนสี่ล้อดัดแปลงที่มีสัญลักษณ์ตรานกอินทรีสีเงินของเซซาเร่ รถเอสยูวีเหวี่ยงซ้ายทีขวาทีจนร่างกายของโรสรินทร์กระแทกไปมากับตักแกร่งและแผงประตู เธอได้ยินเสียงลูกกระสุนกระทบตัวถังรถดัง เปรี้ยงๆ ราวกับมีคนเอาค้อนเหล็กมาเคาะไม่หยุด
"ดิมิทรี! เลี้ยวซ้ายเข้าทางลูกรังหน้าผา! เราจะสลัดมันที่โค้งหักศอก!" คาร์ไลน์สั่งการในขณะที่เขายังคงสาดกระสุนใส่รถศัตรูที่พยายามขนาบข้าง
ในจังหวะที่รถหักเลี้ยวอย่างรุนแรง ร่างของโรสรินทร์ไถลไปกองอยู่บนตักของคาร์ไลน์ ใบหน้าของเธอซบลงตรงจุดกึ่งกลางลำตัวของเขาพอดี ความร้อนผ่าวและกลิ่นกายบุรุษเพศที่คุ้นเคยจากค่ำคืนก่อนจู่โจมประสาทสัมผัสเธออีกครั้ง คาร์ไลน์ก้มลงมองเธอเพียงแวบเดียว ดวงตาของเขาฉายผสมผสานระหว่างการฆ่าฟันและความปรารถนา มือข้างหนึ่งถือปืนยิงตอบโต้ แต่มืออีกข้างกลับกดศีรษะเธอให้แนบชิดกับหน้าขาของเขาแน่นขึ้น
"อยู่ตรงนั้นแหละ อย่าเงยหน้าขึ้นมาถ้ายังไม่อยากตาย"แรงสั่นสะเทือนจากการปะทะและเสียงระเบิดที่ดังไล่หลังมาทำให้หัวใจของโรสรินทร์เต้นแรงจนแทบระเบิด ความตายอยู่ห่างไปเพียงเอื้อมมือ แต่สัมผัสจากมือหนาที่ขยำเรือนผมของเธอนั้นกลับทำให้เธอรู้้สึกถึงความปลอดภัยที่บิดเบี้ยวอย่างบอกไม่ถูก
นี่มัน...บ้าไปเเล้วเเน่ๆ
