บทที่ 1 คนของอดีต

เสียงฝีเท้าของนลินหนักอึ้งพอๆ กับก้อนความรู้สึกที่จุกแน่นอยู่ในอก

ทุกก้าวที่เดินผ่านโถงทางเดินหรูหราของโรงพยาบาลอธิษริยะ คือการตอกย้ำถึงความพ่ายแพ้ ที่เธอพยายามหลีกหนีมาตลอดห้าปี

ห้าปีก่อน... ภาพวันนั้นยังคงชัดเจน ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

เธอรับเช็คเงินสดจำนวนสิบล้านบาทจากคุณเลอสันต์ คุณพ่อของคเชนทร์ด้วยมือที่สั่นเทา

ไม่ใช่เพียงเพราะจำนวนเงินมหาศาล แต่เป็นเพราะคำพูดที่บาดลึก

และสายตาเหยียดหยาม ที่ฟาดลงมาพร้อมกับเช็คใบนั้น

“เอาเงินนี่ไปเสีย! แล้วออกไปจากชีวิตลูกชายฉัน อย่าให้ฉันเห็นหน้าเธออีก... ผู้หญิงหน้าเงินอย่างเธอ ไม่คู่ควรกับคเชนทร์”

คำตราหน้าว่า ‘ผู้หญิงหน้าเงิน’ ยังคงดังก้องอยู่ในหัวใจที่บอบช้ำ

เธอจำต้องหนีไปเรียนต่อเมืองนอก ด้วยเงินที่แลกมาด้วยการกรีดหัวใจตัวเองทิ้ง โดยที่คเชนทร์ไม่เคยรู้เลยว่า เธอต้องแลกศักดิ์ศรีไปมากแค่ไหน เพื่อให้ครอบครัวที่ล้มละลายมีลมหายใจต่อไปได้

ความรักที่บ่มเพาะระหว่างคนสองคน ที่ตกลงจะอยู่กันไปนิรันดร์ ต้องพังทลายลง เพราะอุปสรรคจากครอบครัว โดยเฉพาะคุณเลอสันต์ คุณพ่อของเขาเอง

เธอเคยคิดว่า...การจากไปไกลถึงต่างแดน จะช่วยให้เธอหลุดพ้นจากพันธนาการของอดีตอันเจ็บปวดนั้นได้

แต่พระเจ้าคงเกลียดเธอนัก... ถึงได้เหวี่ยงเธอกลับมาสู่วังวนเดิมอีกครั้ง

ในฐานะวิสัญญีแพทย์ประจำโรงพยาบาลที่เขาเป็นเจ้าของ

ซึ่งเป็นสถานที่ ที่เธอเคยสาบานว่าจะไม่กลับมาเหยียบอีกเลย

เหตุผลเดียวที่ทำให้เธอกล้าเหยียบย่างกลับมาที่นี่ คือ แม่มารศรี มารดาผู้เป็นที่รักเพียงคนเดียวของเธอ ที่นอนไร้เรี่ยวแรงบนเตียงผู้ป่วยพิเศษด้วย... โรคมัยแอสทีเนียกราวิสขั้นรุนแรง

ยาแอนติบอดี้นำเข้าเข็มละสองแสนบาท และการรักษาเฉพาะทางที่แพงลิบลิ่ว คือสิ่งเดียวที่จะยื้อชีวิตของแม่ไว้ได้

อำนาจในการอนุมัติค่าใช้จ่ายทั้งหมดนั้น... อยู่ในมือของ คเชนทร์ อธิษริยะ

อดีตคนรักที่บัดนี้กลายเป็นผู้กุมชะตาชีวิตของเธอและแม่

“ยาแอนติบอดี้นำเข้าเข็มละสองแสน... ถ้าไม่มีผมเซ็นอนุมัติ แม่คุณก็เป็นได้แค่ร่างที่ไร้วิญญาณ”

คำพูดเย็นชาของคเชนทร์เมื่อวานนี้ ยังวนเวียนอยู่ในโสตประสาท มันคือประโยค ที่ตอกย้ำว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่น

นอกจากต้องเดินเข้าไปในห้องทำงานชั้นบริหาร เพื่อเผชิญหน้ากับอดีตคนรักที่บัดนี้กลายเป็นเจ้าชีวิตจอมบงการ ผู้ที่พร้อมจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขา และบีบคั้นให้เธอต้องยอมจำนน

‘เรื่องของเรามันควรจะจบไปแล้วแท้ๆ นลินไม่รู้ว่าพี่เชนทร์ต้องการอะไรกันแน่’

หัวใจของนลินสุดแสนจะเศร้า ใครบอกว่าเธอลืมเขา ไม่มีทางเป็นไปได้เลยสักนิด ความรักที่เคยมีให้ยังคงฝังลึกอยู่ในใจ แม้จะถูกทำร้ายจนเจ็บปวดเพียงใดก็ตาม

นลินหยุดยืนอยู่หน้าห้องทำงานที่คุ้นเคย กลิ่นน้ำหอมแนวไม้และยาสูบที่เคยเป็นกลิ่นโปรดของเธอเมื่อครั้งยังรักกัน บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นอายแห่งอำนาจและการคุกคามที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด

เธอหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมความเข้มแข็งที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป

ภายในห้องทำงานกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำเทา คเชนทร์ในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ เขานั่งหันหลังให้เธอ แผ่นหลังกว้างบ่งบอกถึงอำนาจที่แผ่ซ่านออกมาจนน่าเกรงขามและกดดัน

“คุณหมอนลินมาแล้วครับท่านประธาน” เสียงเลขานุการรายงาน ก่อนจะถอยออกไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบที่น่าอึดอัดจนแทบจะกลืนกินเธอ

คเชนทร์ค่อยๆ หมุนเก้าอี้กลับมา ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่เคยเต็มไปด้วยความรักและความอ่อนโยน

ปัจจุบัน...กลับฉาบไปด้วยแววตาเย็นชา และแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน

สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวภายใต้กรอบแว่นสายตาบางๆ จ้องมองมาที่เธออย่างจาบจ้วง ตามมาด้วยสายตาที่มีแต่ความเกลียดชัง

เหมือนจะบอกกับนลินว่า... ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้เธอหนีไปได้อีก แม้ต้องกักขังเธอไว้ด้วยพันธนาการที่เจ็บปวดที่สุดก็ตาม

นลินหยุดยืนอยู่ในห้องทำงานที่ไม่คุ้นเคย กลิ่นน้ำหอมแนวไม้และยาสูบที่เคยเป็นกลิ่นโปรดของเธอเมื่อครั้งยังรักกัน กลับกลายเป็นกลิ่นอายแห่งอำนาจ และการคุกคามที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด

หญิงสาวกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอดังเอื้อกใหญ่ๆ

เธอหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ อีกครั้ง

นลินพยายามรวบรวมความเข้มแข็งที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด

และบอกกับตัวเองว่า ให้พร้อมเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป

ภายในห้องทำงานกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำเทา คเชนทร์ขยับลุกขึ้น แล้วถอดเสื้อสูทสั่งตัดราคาแพง เขาทำอะไรอ้อยอิ่ง ช้าเนิบๆ นาบๆ จนนลินต้องนับลมหายใจของตนเองให้สม่ำเสมอ

เขาพาดเสื้อสูทนั้นลงไปที่พนักเก้าอี้หนังตัวใหญ่ หันหลังให้เธอ นลินจ้องมองแผ่นหลังกว้างที่บ่งบอกถึงอำนาจที่แผ่ซ่านออกมา จนน่าเกรงขาม

ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่เคยเต็มไปด้วยความรักและความอ่อนโยนที่มีให้เธอเสมอในอดีต

เวลานี้กลับฉาบไปด้วยแววตาเย็นชาและแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน

สายตาคมกริบดุจคมมีดภายใต้กรอบแว่นสายตาบางๆ จ้องมองมาที่เธออย่างจาบจ้วง

และแล้ว...คเชนทร์ปริปากพูดกับเธอเสียที

“ยินดีต้อนรับกลับมา...”

และเสียงที่สะท้อนอยู่ในใจของเขา

‘ฉันจะทำให้เธออับอาย และไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ หรือถ้าอยากจะมีชีวิตอยู่ละก็... หรือแม้แต่จะมีความสุข คนเดียวที่จะอนุญาตให้เธอมีความสุขได้ ก็คือฉันเพียงคนเดียวเท่านั้น’

บทถัดไป