บทที่ 10 ดูก็รู้
เสียงเครื่องยนต์ดุดันที่คุ้นเคยดับวูบลงหน้าบ้านพัก พร้อมกับการปรากฏตัวของคเชนทร์ พี่ชายคนโตผู้ทรงอิทธิพล
สองมือของเขาหิ้วถุงข้าวของพะรุงพะรัง ที่ตั้งใจไปเลือกสรรมาเพื่อทำอาหารให้นลิน
ทว่ารอยยิ้มอบอุ่นที่ตั้งใจจะเอามาฝากหญิงคนรักกลับค่อยๆ เลือนหายไปจนใบหน้ากลับมาเคร่งขรึม
เมื่อสายตาคมกริบปะทะเข้ากับภาพของน้องชายทั้งสองคนที่ยังคงป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ชิดนลินไม่ห่าง
โดยเฉพาะพายุ ที่ยืนพิงกำแพงพลาง และยังจดจ้องร่างบางบนโซฟาด้วยสายตาโลมเลียอย่างเปิดเผย มันไม่ใช่สายตาที่น้องชายควรมองว่าที่พี่สะใภ้ แต่มันคือสายตาของนักล่าที่กำลังหมายตาเหยื่ออันโอชะ
ซึ่งคเชนทร์อ่านออกทะลุปรุโปร่งในทันที
“พวกแกสองคน... ทำไมยังอยู่นี่ กลับกรุงเทพฯ ไปได้แล้ว ไหนบอกว่าเช้านี้จะกลับไง”
น้ำเสียงของคเชนทร์เรียบนิ่งแต่มันทรงพลัง และแฝงไปด้วยอำนาจสั่งการที่คุกคามอยู่ในที
“โธ่พี่เชนทร์... รีบกลับไปตอนนี้ที่กรุงเทพฯ ก็ไม่มีอะไรสนุกๆ ให้ทำนี่ครับ” ดินเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางสงบเสงี่ยมผิดกับคำพูด
“จริงครับพี่ พวกผมตัดสินใจแล้วว่าจะนอนค้างที่นี่กันอีกสักคืน เพราะบรรยากาศมันกำลังดี... ไม่อยากรีบทิ้งไป”
พายุตอบพลางยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ สายตายังคงตวัดไปมองนลิน ที่นั่งหน้าแดงระเรื่อด้วยความลำบากใจอยู่บนโซฟา
นลินรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เธอพยายามหลบสายตาซุกซนและจาบจ้วงของพายุที่จ้องจะแทะโลมเธออยู่ตลอดเวลา
ทว่าในความอึดอัดนั้น เธอกลับได้รับสัมผัสแผ่วเบาจากดินที่กำลังบรรจงพันผ้ารัดประคองข้อเท้าให้เธออย่างเบามือ
ดินเงยหน้าขึ้นสบตาพร้อมตบหลังเท้าเธอเบาๆ แล้วขยับปากขมุขมิบไร้เสียงว่า “ให้หายไวๆ นะครับ”
ความอ่อนโยนที่ส่งผ่านทางแววตาและการดูแลที่ได้รับ ทำให้นลินรู้สึกดีกับดินมากกว่าพายุ
นลินแอบคิดในใจว่า.. ดินมีส่วนที่คล้ายกับคเชนทร์อยู่บ้าง แต่อาจจะดูอ่อนโยนและน่าคบหาที่สุดในบรรดาสามพี่น้อง... แต่ไม่ว่าอย่างไร ในหัวใจของเธอก็มีเพียงคเชนทร์คนเดียวเท่านั้น
คเชนทร์ก้าวเข้าไปหาคนรักด้วยท่าทางหวงแหนจนออกนอกหน้า เขาหยิบยาแก้แพ้ส่งให้เธอกิน ก่อนจะทรุดตัวลงข้างๆ
“แล้วไปทำอะไรมา ถึงเป็นแบบนี้”
“นลินเดินเล่นเพลินไปหน่อยค่ะ ไม่คิดว่าพื้นจะลื่น” นลินตอบเสียงแผ่ว
“อ้อ... คงเพราะฝนตกตอนตีห้ามั้ง พื้นเลยยังชื้นอยู่” เขาเปรยขึ้นก่อนจะมองข้อเท้าที่บวมช้ำด้วยความกังวล
“นลินไม่น่าทำให้พี่เชนทร์เป็นห่วงเลย” หญิงสาวทำหน้าเศร้า
“แล้วเจ็บมากไหมล่ะ” คเชนทร์ถามย้ำ น้ำเสียงอ่อนลงจนคนฟังใจสั่น
“อื้อ... เจ็บนิดหน่อยค่ะ” นลินช้อนสายตามองเขาด้วยท่าทางอ้อนๆ พลางพยักหน้ายอมรับ
“งั้นไปนอนพักดีกว่า ถ้ารู้สึกไม่ดีขึ้น หรือเจ็บกว่านี้ พี่จะพาไปโรงพยาบาล”
“ขัดยอกนิดเดียวเองค่ะ นลินพักหน่อยก็น่าจะหายค่ะ”
“โอเค”
คเชนทร์รับคำสั้นๆ ก่อนจะแสดงความเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์แบบ
เขาโอบเอวนลินให้ลุกขึ้น แล้วช้อนร่างบางเข้าสู่อ้อมแขน อุ้มมุ่งหน้าตรงไปยังห้องนอน โดยไม่ปรายตามองหรือกล่าวลาผู้อื่นแม้แต่คำเดียว
คเชนทร์ทำเหมือนกับว่า พายุและดินเป็นเพียงอากาศธาตุ หรือวัตถุประดับห้องนี้อย่างไร้ตัวตน
ดินมองสบตากับพายุที่ยืนนิ่งอยู่
“พี่คิดอะไรอยู่” ดินถามขึ้นทำลายความเงียบ
“คิดอะไร คืออะไร” พายุย้อนถาม เขายืนกอดอก มองตามแผ่นหลังพี่ชาย
“พี่ชอบพี่นลิน” ดินพูดจี้จุดและแทงใจดำ
เขาถึงกับหลุดขำดังฮึๆ ออกมา
“ก็เธอน่ารัก... แหม... นายเองก็ชอบนี่ อย่ามาบอกนะว่า... นายไม่ได้คิดว่านลินพิเศษน่ะดิน” พายุแค่นยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“แต่เธอคือว่าที่พี่สะใภ้นะพี่พายุ”
“นายคิดจริงๆ เหรอว่าพ่อจะยอม? นายทำเป็นจำไม่ได้หรือไง ที่พ่อบอกว่าเจ้าสาวของพวกเรา ต้องเป็นคนที่พ่อหาให้เท่านั้น”
พายุทำหน้ายียวนกวนประสาท
“นลินก็แค่ของเล่นเดินได้ของพี่เชนทร์เท่านั้นแหละ วันไหนที่เขาเบื่อจนเขี่ยทิ้ง ฉันนี่แหละ จะรอช้อน และคว้าเอาไว้เอง”
“พี่!” ดินอุทานออกมาด้วยความตกใจกับความคิดที่ดิบเถื่อนของพี่ชายคนรอง
“แล้วไง ใครแคร์? ก็น่าเอาขนาดนั้น ได้นอนด้วยสักคืนคงจะสนุกไม่หยอก” พายุพูดจบก็ยักไหล่สูงอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะเดินฮัมเพลงเข้าห้องนอนตัวเองไป
ทิ้งให้ดินยืนนิ่งอยู่เพียงลำพัง
ดินรู้สึกอิจฉาในความกล้าแสดงออกของพายุ พี่ชายของเขามักจะเปิดเผยความต้องการอย่างไม่เกรงกลัวใคร และพร้อมจะแก่งแย่งหากต้องการ
ต่างจากเขา ที่มักจะซ่อนความปรารถนาไว้ภายใต้ความกลัวและความเกรงใจ
ดินมองไปยังประตูห้องนอนที่ปิดสนิทของคเชนทร์และนลิน
ในใจเผลอจินตนาการถึงบทรักที่กำลังเกิดขึ้นภายในห้องนั้น... ความต้องการที่ถูกซ่อนไว้เริ่มหยั่งรากลึกขึ้นเรื่อยๆ
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานสุดหรูในกรุงเทพฯ คุณเลอสันต์
เขายืนจ้องมองจอภาพที่แสดงเหตุการณ์ทั้งหมด ผ่านกล้องวงจรปิดลึกลับในบ้านพักตากอากาศ
ใบหน้าของเขาเรียบเฉยแต่ดวงตากลับฉายแววอำมหิต
“ผู้หญิงคนนี้... เธอเป็นใคร ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่พร้อมกับลูกชายของฉันทั้งสามคน” เขาพึมพำเสียงเย็นชา ก่อนจะยกหูโทรศัพท์สั่งงานลูกน้องคนสนิท
“หาประวัติของผู้หญิงคนนี้มาให้หมด... เดี๋ยวนี้!”
สำหรับเลอสันต์ การที่ลูกชายจะหาความสุขนอกบ้านกับผู้หญิงสักคนไม่ใช่เรื่องผิด
แต่หากคนนั้นจะก้าวเข้ามาสั่นคลอนความสัมพันธ์พี่น้อง หรือคิดจะปีนขึ้นมา เพื่อเป็นคนในตระกูล เขาไม่มีวันยอม...
และเขาจะเป็นคนกำจัดหนามนี้ด้วยตัวเอง
เพราะในตระกูลอธิษริยะ ลูกชายไม่มีสิทธิ์ทำตามหัวใจเหนือคำสั่งของพ่อเด็ดขาด!
++++ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ ++++
