บทที่ 11 อดีตที่ทำร้ายหัวใจ
ท่ามกลางความหรูหราโอ่อ่าของเพนท์เฮาส์หรูใจกลางเมือง ที่ คเชนทร์ใช้กักขังเธอเอาไว้
นลินยืนทอดสายตาออกไปนอกกระจกใสบานยักษ์
แสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงเสียดฟ้าของกรุงเทพมหานคร สะท้อนเข้ามาในดวงตาคู่สวย ที่ในเวลานี้สั่นระริกๆ ด้วยความอัดอั้น
สำหรับคนอื่น ที่นี่อาจคือสวรรค์
แต่สำหรับนลินแล้ว... มันคือกรงทองที่หนาวเหน็บ และไร้ซึ่งศักดิ์ศรีมากกว่า
ภาพใบหน้าเคร่งขรึมและสายตาดูแคลนของคุณเลอสันต์ เมื่อครั้งอดีต ยังคงติดอยู่ในหัวใจ
ที่น่าหวาดหวั่นที่สุด เธออยู่ในดินแดนของเขา ที่นลินเคยให้สัญญาเอาไว้แล้วว่า เธอจะไม่มาเหยียบอย่างเด็ดขาด
แต่ทว่า...เธอกลับได้ใกล้ชิดลูกชายของท่านอีกครั้ง
นึกถึงวันก่อน ตอนกลางวันที่เจอกับคุณเลอสันต์โดยบังเอิญที่ล็อบบี้ของโรงพยาบาล
แววตาที่ไม่เป็นมิตร แล้วยังจ้องเธอเขม็งยังคงตามมาหลอกหลอน
สายตาของคุณเลอสันต์ที่จ้องมองมา เหมือนเธอเป็นเพียงเชื้อโรค ที่พยายามจะแทรกตัวเข้าไปในตระกูลอธิษริยะ
นลินคิดว่า คุณเลอสันต์จำเธอได้เป็นแน่ ๆ เพราะตอนที่เขาให้เช็คเงินสดกับเธอนั้น ราคาแห่งความแตกแยกของเธอกับคเชนทร์ มีมูลค่าตั้งสิบล้าน
ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง กระชากความทรงจำของเธอให้ดิ่งลึกลงไปสู่วันนั้น วันที่ชีวิตของลูกสาวมหาเศรษฐีอย่างเธอต้องพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี
ห้าปีก่อน...
ภายในห้องทำงานที่กว้างขวาง และดูน่าเกรงขามของคุณเลอสันต์
กลิ่นน้ำหอมราคาแพง และกลิ่นซิการ์จางๆ อบอวล จนนลินรู้สึกหายใจไม่ออก เธอก้าวขาเข้าไปในห้องนั้น ด้วยท่าทางหวาดหวั่น
ร่างบางในวัยเพียงยี่สิบต้นๆ นั่งตัวสั่นอยู่บนเก้าอี้หนังเนื้อดี มือทั้งสองข้างบีบกันแน่นจนขาวซีด
"ฉันไม่ใช่คนชอบพูดอ้อมค้อม นลิน" เสียงแหบของเขาพร่าทว่าทรงอำนาจ ดังขึ้นจากหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่
คุณเลอสันต์จ้องมองนลิน ราวกับกำลังมองหมากตัวหนึ่งที่เขากำลังจะเขี่ยทิ้ง
"ฉันรู้ทุกอย่าง... รู้ว่าคุณพ่อของเธอ คุณอาคมเธอเสียชีวิตทิ้งหนี้สินเอาไว้มหาศาล รู้ว่าแม่มารศรีของเธอกำลังป่วยหนัก ต้องใช้เงินรักษาตัวละวันหลายหมื่น และที่สำคัญที่สุด... ฉันรู้ว่า เธอใช้มารยาแบบไหนมาผูกมัดลูกชายของฉันเอาไว้ จนติดหนึบหนับ"
"ท่านคะ... นลินกับพี่เชนทร์ เรา... เรารักกันค่ะ และสัญญากันเอาไว้แล้ว ว่าเราสองคนจะครองคู่ด้วยกันตลอดไป หนูอยากจะบอกว่า หนูกับเขามีหัวใจที่ตรงกันค่ะ..."
นลินพยายามจะแย้งและอธิบายถึงความจริงใจของเธอ แต่เสียงเธอกลับสั่นเครือ จนแทบฟังไม่เป็นภาษา
"ฮึ! คู่ควรเหรอ?" คุณเลอสันต์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่บาดลึกไปถึงขั้วหัวใจ
"ตระกูลอธิษริยะต้องการสะใภ้ที่มีฐานะทัดเทียม และส่งเสริมบารมีซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ผู้หญิงสิ้นเนื้อประดาตัว ที่เธอคิดจะใช้ร่างกายมาลวงหลอก เพื่อหาที่พึ่งพิงหรอกนะ สิ่งที่เธอทำกับคเชนทร์ มันไม่ใช่ความรักหรอกนลิน... มันคือการแสวงหาผลประโยชน์ต่างหาก"
คำพูดถากถางเหล่านั้นทำให้หน้านลินชาเหมือนถูกตบกลางศาลาวัด
เธออยากจะตะโกนใส่หน้าเขา ว่าเธอรักคเชนทร์เพียงใด และมันคือความจริงจากหัวใจ
ทว่าเรื่องที่คุณเลอสันต์พูดมาทั้งหมด คือความจริง บ้านเธอล้มละลาย และแม่กำลังป่วยหนัก อาจจะตาย นั้นมันค้ำคอจนเธอพูดไม่ออก
วินาทีต่อมา เสียงปากกาหมึกซึมกรีดลงบนแผ่นกระดาษเช็คดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ที่เต็มไปด้วยความกดดัน
ก่อนที่คุณเลอสันต์จะฉีกกระดาษเช็คใบนั้นดังแคว่ก!
จนบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของนลิน
คุณเลอสันต์เลื่อนกระดาษแผ่นเล็กๆ ใบนั้น มาตรงหน้าเธอ
"สิบล้านบาท... แลกกับการที่เธอต้องหายไปจากชีวิตของคเชนทร์ตลอดไป ต้องบอกว่าตลอดชีวิต ห้ามติดต่อ ห้ามปรากฏตัว และห้ามให้เขารู้เรื่องนี้ด้วย เข้าใจไหม"
นลินมองตัวเลขบนเช็คด้วยความขยะแขยง มือของเธอสั่นเทาด้วยความโกรธจัด จนอยากจะฉีกมันทิ้ง แล้วปาใส่หน้าชายผู้สูงอายุคนนี้ เขาคิดว่าตนเองสูงส่งมากกว่าคนอื่นหรือกระไร
แต่แล้วภาพของแม่มารศรีที่นอนพะงาบๆ อยู่บนเตียงโรงพยาบาล มีเครื่องช่วยหายใจที่เสียงดังเป็นจังหวะ และใบแจ้งหนี้มหาศาล ก็ลอยเข้ามาบดบังทุกอย่าง จนม่านตาของเธอกลบไปด้วยน้ำใส
“ศักดิ์ศรี... มันกินไม่ได้หรอกนะ แต่เงินสิบล้านนี้ ฉันคิดว่า มันจะช่วยต่อลมหายใจให้แม่เธอได้ อีกอย่างอย่าหวังว่าฉันจะอนุญาตให้เธอแต่งงานกับคเชนทร์”
เธอนิ่งงันไปนานแสนนาน น้ำตาหยดใสๆ ไหลลงอาบแก้ม
ก่อนที่นลินจะตัดสินใจหยิบเช็คใบนั้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา
ความเจ็บปวดจากการถูกซื้อจิตวิญญาณด้วยเงินตรา ช่างทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็น
ปัจจุบัน...
นลินกำมือแน่น จนเล็บจิกเข้าเนื้อ เจ็บจนห้อเลือด
แต่ความเจ็บที่ฝ่ามือนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความแค้นที่สุมอยู่ในอก บาดแผลในอดีตที่พวกเขาสร้างไว้ บัดนี้มันได้กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่คอยแผดเผาหัวใจของนลิน
‘ในเมื่อท่านรักศักดิ์ศรีนัก... ในเมื่อ... ท่านรักลูกชาย และหวงแหนตระกูลนี้ยิ่งกว่าอะไร? ฉันถูกเขากระทำ เรื่องที่ฉันมาอยู่ที่นี่ ไม่ใช่ความเต็มใจ ถ้าจะบอกคุณเลอสันต์รู้ คือคเชนทร์บังคับค่ะ’
นลินพึมพำกับตัวเอง แววตาที่เคยอ่อนโยน มองโลกในแค่ดีเปลี่ยนไห
แววตาที่ฉายออกมาชัดเจนว่า เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและเย็นชา
‘ฉันจะพยายามไม่รักเขาอีกค่ะ เพราะว่าความรักของเขาไม่เหลือให้ฉันแล้ว อย่าโทษกันนะคะ และฉันจะบอกกับตัวเอง ว่าห้ามรักผู้ชายที่ชื่อคเชนทร์อีก’
เพราะนลินไม่อยากจะเป็นเครื่องมือของใครที่ใช้กดดันกัน
ไม่ใช่เธอไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ของคนในตระกูลนี้ พ่อกับลูก ไม่ลงลอยกัน มีปัญหา ซึ่งนลินไม่ทราบว่า ทั้งหมดมันเกิดจากเธอ
คุณเลอสันต์บังคับให้คเชนทร์หมั้นหมาย และจะต้องแต่งงานกับวรัลพร ทว่าเขาปฏิเสธมาตลอด
นั่นทำให้ปัญหาพ่อลูก ที่มีรอยร้าวอยู่แล้ว มันยิ่งขยายใหญ่ไปอีก
