บทที่ 3 ไฟราคะของปีศาจตัวเป็นๆ

ไฟราคะที่สุมรุมด้วยความแค้น และความรักที่ยังตัดไม่ขาดเริ่มปะทุขึ้น กลางห้องทำงานที่หรูหรานั้น กลับกลายเป็นสมรภูมิพิศวาส ที่นลินไม่มีทางเลือก

นอกจากจะต้องยอมศิโรราบให้กับเจ้าชีวิตคนนี้... เพื่อต่อลมหายใจให้คนที่เธอรักที่สุด และเพื่อสนองความต้องการที่เธอเองก็โหยหามาตลอดห้าปีเช่นกัน

ริมฝีปากของเขาประกลลงมาแทบจะทันที แล้วสอดปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปากของเธอ ชายหนุ่มดูดดุนตวัดรัดโคนลิ้นของเธอ

นลินแทบลืมหายใจ เธอผลักดันหน้าออกแกร่งของเขาให้ขยับออก แต่ทว่ารสจูบที่ดูดดื่มหนักหน่วงกำลังเล่นงานให้เธอให้หลอมละลาย

หลังของเธอชนเข้ากับโต๊ะ และมีร่างหนาที่ทาบชิดบดเบียดความเป็นชายอัดเข้ากับเนื้อหนังของเธอ นลินได้แต่ครางอื้ออยู่ในลำคอ

สองมือรื้อสาบเสื้อของเธอออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสอดมือหนาเข้าไปคลำขย้ำเต้างามอย่างไม่ปรานี ริมฝีปากก็ดูดดึงทำให้นลินครางตอบเขาอย่างลืมตัว

พอยอดถันสีสดหลุดพ้นมาจากเสื้อผ้า ปากหนาก็ดูดกินมันเสียงดังจ๊วบจ๊าบ ทำเอานลินน้ำตาซึม

สัมผัสของคเชนทร์ยังคงร้อนแรงเหมือนเดิม ยิ่งเขาเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ ล้วงมือสอดใต้กระโปรง นิ้วแกร่งก็ซุกซอนหาความอ่อนนุ่ม ที่ปฏิเสธไม่ได้ แค่นี้ทำเอานลินเปียกแฉะไปหมด

“อยากเหรอ เธอนี่ยังร่านน่าดู เหมือนเดิมเลยนะ”

คำพูดหยาบโลนจากปากของคนเคยรัก ช่างกรีดเข้าไปในหัวใจของนลินอย่างมากมาย

น่าโมโหชะมัด ที่ร่างกายของเธอ...มันที่ไม่รักดี แค่เขาแตะต้องแค่นี้ ช่องหวานๆ ก็ปล่อยความสุขออกมาจนล้นเอ่อ

“มาทำให้กันมันจบๆ ไปเถอะ” เขาเอ่ย พลางยกสองขาของเธอขึ้นไปตั้งชันบนโต๊ะ อีกมือปลดหัวเข็มขัด และรูดซิป ต่อมาก็งัดเอาความเป็นชายให้ผงาด

คเชนทร์จ้องหน้าที่ก้มงุดหลับตาแน่น ชายหนุ่มใช้แท่งรักกรีดกดผ่านขอบบิกินี แทงเข้าไปในร่องที่คับแน่น ดีที่มีน้ำหวานเจิ่งนอง

ความคับบีบอัดท่อนลำโตๆ ของเขาจนต้องครางอู้อ้า ก่อนจะกดเสือกท่อนใหญ่เข้าไปดังพรวด

นลินเจ็บร้าวไปหมด เธอไม่เคยยินยอมให้ผู้ชายคนไหนแตะต้องตัวอีก หลังจากแยกจากเขา เป็นการกลับมาเจอกันอีกครั้ง หลังจากห้าปีผ่านไป

หมอนลินร้องโอ๊ยๆ ทั้งเจ็บ ทั้งจุก ได้แต่ใช้มือผลักร่างกายของคเชนทร์ที่โถมทับ และอัดกระดกสะโพกเข้าใส่

หญิงสาวอ้าขาออกกว้างตามสัญชาตญาณ ความเสน่หามาพร้อมกับความรู้สึกเต็มปรารถนา ที่ทำให้คเชนทร์บดอัดกระแทกกระทั้นตัวเองแรงๆ

ตอนนี้ในสมองของทั้งเธอและเขาไม่ได้คิดอะไรอีกแล้ว ได้แต่จดจ้องที่จุดเชื่อมต่อ พร้อมกับที่ชายหนุ่มขยับตัวเร่งจังหวะโยกจนร่างกายสั่นคลอน

นลินเองก็เสียวสุดๆ อย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ เผลอไผลแอ่นเด้งตัวเองตอบกลับเขา

มันไม่ใช่การฝืนใจตัวเองไม่ได้อีกแล้ว แต่เป็นความซ่านรัญจวนที่คะนึงหามาโดยตลอดต่างหาก

จังหวะที่เขากระเด้งตัวกระทุ้งแท่งอวบรุนแรง นลินก็หลับตาปี๋

ริมฝีปากสีหวานครางอื้ออ้า ไปตามจังหวะการโยกของชายหนุ่ม เธอทั้งเหนื่อยทั้งหอบ ร่องสาวสั่นระริกๆ

ความรู้สึกของช่องทางภายในเต้นระยิบ ทั้งตอดขมิบท่อนแกร่งจนคเชนทร์เริ่มทนไม่ไหว

ชายหนุ่มบดกระแทกแทรกเสือกอย่างไม่นับจังหวะ เสียงเนื้อกระทบกันดังตับๆ ผสานกับการร้องครางครวญที่ลั่นออกมาจากปากเธอ

คเชนทร์คำรามส่ง พร้อมกับดึงตัวเองออก จากนั้นก็ฉีดพ่นความพอใจลงไปบนบิกินีของเธอจนเปรอะเปียก

หัวสมองของนลินขาวโพลน น้ำตาไหลซึมออกมาด้วยความรัญจวนซ่านเสียว...อย่างบอกไม่ถูก

ในเวลาต่อมา... นลินเดินเร็วออกมาจากห้องทำงานหรูหราของเขาด้วยหัวใจที่บอบช้ำ

เสื้อกาวน์สีขาวที่เคยดูดีสะอาดตา บัดนี้ยับย่นจนเธอต้องยกแขนขึ้นมากอดอกตัวเองไว้แน่น เพื่อปกปิดร่องรอยรุกรานที่คเชนทร์ฝากไว้

ขอบตาร้อนผ่าวๆ จนเกือบจะกลั้นน้ำตาเอาไม่อยู่

แต่เมื่อเห็นวิทย์ เลขานุการของคเชนทร์เดินกลับมาที่หน้าห้องทำงานของเจ้านาย

วิทย์เห็นใบหน้านิ่งๆ ของเธอที่แสร้งทำเต็มที่ว่าปรกติ ก็ยิ้มให้

นลินหยุดอยู่ พร้อมกับสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ และเชิดหน้าขึ้น กลั้นความอับอายใจหัวใจ

“เป็นอย่างไรบ้างครับ คุยกับท่านประธาน”

“เรียบร้อยแล้วค่ะ... ดิฉันขอตัวนะคะ” เสียงของเธอยังคงสั่นเล็กน้อย แต่พยายามกดให้ต่ำที่สุด เพื่อความเป็นปรกติ

จากนั้นก็เดินเร็วไปทางลิฟต์

ทว่าพอเดินมาถึงหน้าลิฟต์ ความขยะแขยงในรสสัมผัสที่ปนเปไปด้วยความรักที่คเชนทร์มอบให้

ความแค้นพลุ่งพล่านขึ้นมาจนจุกอยู่ที่ลำคอ นลินรู้สึกคลื่นไส้จนทนไม่ไหว

เธอรีบหมุนตัวมองหาห้องน้ำที่ใกล้ที่สุด แล้วถลันเข้าไปทันที โดยไม่ทันสังเกตป้ายหน้าห้องว่า...เขียนว่าอะไร

ห้องน้ำหญิง หรือว่า...ห้องน้ำชาย

“อะ... อ๊อก... อ้วก...” หญิงสาวโก่งคออาเจียนลงในอ่างล้างหน้า ร่างกายสั่นสะท้านไปหมด แต่มันมีแค่ลมเท่านั้น ไม่มีอะไรออกมาเลย

ตั้งแต่รู้ว่าจะมาที่นี่ มาทำงานใกล้ชิดกับคเชนทร์อีกครั้ง ก็ทำให้หญิงสาวกินอะไรแทบไม่ลงคอ

มือบางเปิดน้ำชำระล้างใบหน้าที่ซีดเผือด

ในจังหวะนั้นเอง สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือหนาของใครบางคน ก็ค่อยๆ ทาบลงบนแผ่นหลังของเธอ พร้อมกับการลูบเบาๆ อย่างอ่อนโยน

นลินสะดุ้งสุดตัว

“ไหวไหมครับพี่นลิน? ท่าทางพี่ดูไม่ดีเลย”

นลินรีบหมุนตัวกลับมามองด้วยความตกใจ ก่อนจะพบกับชายหนุ่มร่างสูงในชุดกาวน์สะอาดตา ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูนุ่มนวลกว่าคเชนทร์กำลังมองเธอด้วยสายตาเป็นห่วง...

เขาคือ ดิน น้องชายคนเล็กของตระกูลอธิษริยะนั่นเอง

ดินมีอายุห่างจากเธอเพียงปีเดียว ในอดีตตอนที่เธอคบกับคเชนทร์ ดินมักจะเป็นน้องชายที่แสนดีที่คอยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ เสมอ

บางครั้งเขาก็ดูเหมือนจะเข้าใจเธอ และพูดคุยกับเธอรู้เรื่องมากกว่าพี่ชายคนโตอย่างคเชนทร์เสียอีก

“ดิน...” นลินเรียกชื่อเขาแผ่วเบา พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป