บทที่ 5 วังวนซาตาน
‘พายุ’
“ไง... คุณหมอคนสวย กำลังจะไปหาพี่ชายผมเพื่อพลีชีพเหรอ?”
พายุยิ้มกว้างพลางถอดแว่นกันแดดสีชาออก
“ขึ้นรถสิครับน้องนลิน ผมมีเรื่องสนุกกว่า การไปนั่งจ้องหน้าบูดๆ ของพี่เชนทร์”
“นลินมีงานต้องทำค่ะคุณพายุ” นลินตอบเสียงแข็ง
แต่พายุไม่ฟังเสียง เขาลงจากรถมาคว้าข้อมือเธอ แล้วดันร่างบางเข้าไปในเบาะหนังราคาแพงทันที
“งานน่ะ... ถ้าพี่เชนทร์สั่งย้ายคุณไปเป็นผู้ช่วยเขาแล้ว ต่อให้คุณไม่ทำ หรือทำพลาดแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันไล่คุณออกหรอก”
พายุเหยียบคันเร่งพารถทะยานออกไปสู่ท้องถนน
กับ... สีหน้าของหญิงสาวที่นั่งข้างๆ เธอกำลังจะพบกับความหายนะที่เจ็บปวดครั้งใหม่หรือ
“ผมรู้จักพี่ชายของผมดีครับ น้องนลิน... ต่อให้เขาต้องแต่งงานกับแจนตามที่พ่อสั่ง แต่เขาก็จะขังคุณไว้ข้างตัวในฐานะนกน้อยในกรงทองอยู่ดี เขาไม่มีวันปล่อยคุณไปให้ผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น”
เธอทำตัวไม่ถูก และไม่เข้าใจในคำพูดของพายุที่กำลังสื่อสารสักนิด
พายุพานลินมาหยุดอยู่ที่หน้าไนต์คลับหรูของเขาที่ยังไม่เปิดให้บริการในช่วงกลางวัน
แสงไฟสลัวและกลิ่นเหล้าจางๆ ทำให้บรรยากาศดูน่าขนลุก
“คุณพายุ พานลินมาที่นี่ทำไม?” นลินถามด้วยความระแวง
“มาทำให้คุณตาสว่างไงล่ะ”
พายุเดินเข้าประชิดตัวจนนลินแผ่นหลังพิงกับเคาน์เตอร์บาร์
“พี่เชนทร์มันปากแข็ง แต่มันร้ายกว่าที่คุณหรือว่าใครๆ เห็น... น้องนลินรู้ไหมว่า พ่อของผมจ้างคนจับตาดูคุณตลอดห้าปีที่ผ่านมา และคนที่รับรู้รายงานพวกนั้นมาตลอด ก็คือพี่เชนทร์... เขาไม่เคยปล่อยคุณไปจริงๆ หรอก” พายุเชยคางนลินขึ้น สายตาของเขาเปลี่ยนจากขี้เล่นเป็นเร่าร้อนจาบจ้วง
“ในเมื่อพี่เชนทร์อยากเก็บคุณไว้ใกล้ๆ ในกรง... ผมก็แค่อยากจะขอแวะมาเยี่ยมนกน้อยตัวนี้บ่อยๆ หน่อยจะเป็นไรไป? ในเมื่อพี่ชายผมเขากำลังจะเป็นของคนอื่น... คุณไม่คิดจะหาที่พึ่งใหม่ที่เร้าใจกว่าเดิมบ้างเหรอ?”
นลินใจสั่นรัว เมื่อรู้ตัวว่า... ตอนนี้เธอไม่ได้ถูกล่าโดยคเชนทร์เพียงคนเดียว แต่เสือร้ายตัวที่สองอย่างพายุ ก็กำลังกางเล็บเตรียมตะปบเธอเช่นกัน
พายุแค่นหัวเราะ ขณะเลื่อนแก้วทรงสูงที่บรรจุของเหลวสีอำพันเข้มข้นมาตรงหน้านลิน กลิ่นแอลกอฮอล์แรงจัดโชยเข้าจมูก จนเธอต้องเบือนหน้าหนี
“ดื่มให้หมดนี่สิน้องนลิน... ถ้าคุณคว่ำแก้วนี้ได้ ผมจะสั่งคนให้ไปส่งคุณที่ไหนก็ได้ ที่คุณต้องการ แม้แต่จะหนีไปจากไอ้พี่เชนทร์ ผมก็ช่วยได้” พายุยิ้มพร้อมกับนัยน์ตากรุ้มกริ่ม
“แต่ถ้าไม่... คุณก็ต้องอยู่ที่นี่ เป็นแขกพิเศษของผมทั้งคืน”
นลินเม้มปากแน่น เธอรู้ดีว่า... พี่น้องคู่นี้ไม่กินเส้นกัน พายุจ้องจะขัดขาคเชนทร์เสมอ และความขัดแย้งนี้อาจเป็นทางรอดเดียวของเธอ
หญิงสาวตัดสินใจคว้าแก้วนั้นขึ้นมา เธอกระดกพรวดเดียวจนหมด รสร้อนแรงบาดลึกลงไปในลำคอจนเธอแทบสำลัก ใบหน้าสวยเหยเก จนต้องคว้าเขาขวดน้ำ ที่เขาเพิ่งวางลงไปขึ้นมาดื่มอีก
ทว่าพายุไม่หยุดแค่นั้น เขารินเพิ่มแก้วแล้วแก้วเล่า พร้อมคำท้าทายที่บีบให้นลินต้องดื่มตามแผนมอมเหล้าที่เขาวางไว้
จนในที่สุด... สติของนลินก็เริ่มหลุดลอย ร่างบางโอนเอนไปซบกับอกแกร่งของเจ้าของคลับ
“หึ... นกน้อยปีกหักซะแล้ว” พายุพึมพำพลางซุกไซ้จมูกลงที่ลำคอขาวระหง มือหนาเริ่มซนรุกล้ำเข้าไปใต้สาบเสื้อกาวน์ที่ยับย่น
“อย่าทำอะไรนลินนะคะ”
“ทำไมจะทำไม่ได้ หรือว่า คุณจะยอมรับแค่ความสัมพันธ์ทางตันระหว่างคุณกับพี่เชนทร์” เขาตอกย้ำ
ขอบตาของเธอก็ร้อนขึ้นมาผ่าวๆ
ในขณะที่เขากำลังจะฉกจูบลงมาบนกลีบปากของเธอ
“ปล่อยเธอซะพี่พายุ...” เสียงนุ่มทุ้ม แต่แฝงด้วยความกดดันดังขึ้นจากประตูทางเข้าห้องวีไอพี
ดินยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตากลับเย็นเยียบ
“พี่เชนทร์ให้ผมมาตามตัวผู้ช่วยของเขา... และผมคงยอมให้พี่รังแกพนักงานของเราไม่ได้ โดยเฉพาะพี่นลิน”
พายุชะงักพลางสบถอย่างหัวเสีย
แต่ดินไม่รอช้า เขาเดินเข้ามาช้อนร่างที่ใกล้หมดสติของนลินขึ้นแนบอกอย่างถือสิทธิ์
ความสุภาพที่เคยมีหายไป เหลือเพียงสายตาที่จ้องมองพี่ชายคนรองอย่างท้าทาย ก่อนจะพานลินก้าวออกไปจากคลับแห่งนั้นทันที
ดินไม่ได้พานลินกลับบ้าน แต่เขาส่งข้อความรายงานคเชนทร์สั้นๆ ว่า
(พี่เชนทร์ ผมช่วยพี่นลินออกมาจากพี่พายุแล้ว ตอนนี้เธออยู่กับผม พี่ไม่ต้องห่วง)
ข้อความนั้นเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ คเชนทร์ที่กำลังบ้าคลั่งอยู่แล้วรีบบึ่งรถมาดักทางรถของดินทันทีที่หน้าโรงพยาบาล
รถหรูสองคันจอดปาดหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร
คเชนทร์ก้าวลงจากรถด้วยท่าทางคุกคาม
“ส่งตัวนลินมาให้ฉัน ดิน!” คเชนทร์ตะคอก
“พี่จะเอาเธอไปทำไม ในเมื่อพี่บอกเองว่า... พี่จะไม่กินของเหลือ” ดินตอบกลับเสียงเรียบ พลางกระชับอ้อมกอดที่อุ้มนลินไว้แน่นขึ้น
