บทที่ 6 อย่าร่าน
“ผมว่า พี่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนที่อยากดูแลพี่นลินจริงๆ เถอะครับ”
คเชนทร์ไม่ตอบ เขาตรงเข้าไปกระชากร่างนลินออกมาจากแขนของน้องชายอย่างแรง จนหญิงสาวครางออกมาด้วยความเจ็บปวด
เขาอุ้มเธอยัดใส่รถของตัวเอง ก่อนจะทะยานออกไปมุ่งหน้าสู่เพนท์เฮาส์ส่วนตัวบนตึกระฟ้า ที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น
ดินยืนมองท้ายรถที่ลับตาไปด้วยมือที่กำแน่นจนสั่น ความโกรธปะทุขึ้นในอก เมื่อรู้ว่าภายใต้ท่าทีเกลียดชัง
คเชนทร์ยังคงมีความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของนลินอย่างเต็มเปี่ยม
และถ่านไฟเก่าก้อนนี้ กำลังจะถูกพัดให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง ในค่ำคืนที่นลินไร้สติ
ที่เพนท์เฮาส์...
คเชนทร์วางร่างบางลงบนเตียงกว้างอย่างไม่เบามือนัก เขามองใบหน้าหวานที่แดงระเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์พลางกัดฟันกรอด
“ทั้งไอ้พายุ ทั้งไอ้ดิน... เธอเสน่ห์แรงเหลือเกินนะนลิน อยากรู้จริงๆ ว่าถ้าพวกมันรู้ว่า ข้างในของเธอเป็นของฉันคนเดียวมาตลอด... มันยังจะอยากได้เธออยู่ไหม”
ภายในเพนเฮาส์หรูชั้นบนสุดที่ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสเผยให้เห็นแสงไฟของเมืองกรุง
คเชนทร์เหวี่ยงร่างบางที่กึ่งมีสติกึ่งเมามายลงบนเตียงกว้าง เขารื้อถอดเสื้อผ้าของเธอให้ออกไปให้พ้นกายนุ่มนิ่ม
กลิ่นเหล้าผสมกับกลิ่นกายสาวที่เขาโหยหามาตลอดห้าปี ได้ปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวมาเฟียหนุ่ม จนยากจะควบคุม
“อื้อ... พี่เชนทร์... นลินร้อน...” นลินพึมพำ มือเรียวปัดป่าย เธอยังพยายามจะแกะกระดุมเสื้อของเขาที่น่ารำคาญออก แววตาที่เยิ้มฉ่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ทำให้เธอเลิกกักเก็บความรู้สึกที่ซ่อนอยู่
“ร้อนเหรอ? เดี๋ยวจะช่วยทำให้สงบอารมณ์ให้เอง”
คเชนทร์คำรามต่ำ เขาขึ้นทาบทับ และจัดการกระชากชุดชั้นในปราการด้านสุดท้ายของเธอออกอย่างรวดเร็ว
สายตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างขาวนวลที่บัดนี้ขึ้นสีระเรื่อ ร่องรอยที่พายุทิ้งไว้เพียงเล็กน้อยที่หัวไหล่ ยิ่งทำให้เขาคลั่ง
เขาจึงก้มลงฝังคมเขี้ยว และบดจูบสร้างตราประทับใหม่ที่หนักหน่วงกว่าเดิม มือหนาบีบเค้นทรวงอกอิ่มอย่างย่ามใจ ขณะที่ริมฝีปากร้อนระดมจูบไปทั่วซอกคอและหัวไหล่
นลินครางหวิวๆ เธอพยายามแอ่นกายรับสัมผัสที่เธอทั้งเกลียดทั้งคิดถึง
ความเป็นชายที่แข็งขืนของเขาบดเบียดอยู่กลางกายสาว จนเธอรู้สึกถึงแรงปรารถนาที่พลุ่งพล่าน
“จำไว้ริน... ไม่ว่าไอ้พายุ หรือไอ้ดิน มันจะมองคุณยังไง แต่คนเดียวที่ได้ครอบครองคุณแบบนี้ ก็คือ...ผม”
คเชนทร์ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาแยกเรียวขาขาวๆ ออกก่อนจะแทรกตัวเข้าหาความอ่อนนุ่มที่ฉ่ำแฉะอย่างรวดเร็ว
นลินเบิกตากว้าง ความรัญจวนใจผสมกับความจุกแน่นทำให้เธอกอดรัดแผ่นหลังกว้างไว้แน่น เล็บคมจิกลงบนผิวเนื้อแกร่ง เพื่อระบายความเสียวกระสัน
บทเพลงรักที่เต็มไปด้วยความแค้น และความโหยหาเหมือนในอดีต ได้ดำเนินไปอย่างเร่าร้อน
เสียงเนื้อกระทบกัน ผสมผสานกับเสียงหอบรวยแรง เพราะอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จนกระทั่งพายุพิศวาสสงบลง
คเชนทร์ลุกขึ้นยืนหันหลังให้เตียง
สภาพของนลินบัดนี้ดูเย้ายวน และบอบช้ำในคราวเดียว เขาเดินไปหยิบขวดน้ำ และแผงยาสีขาวที่เตรียมไว้ในลิ้นชักข้างเตียง
นลินที่เริ่มได้สติมองดูเขาด้วยสายตาตัดพ้อ
“คุณ... คุณจะทำอะไร”
คเชนทร์ไม่ตอบ เขาแกะเม็ดยาออกจากแผง แล้วกรอกน้ำเข้าปากตัวเอง ก่อนจะโน้มตัวลงมาบีบคางมนของนลินให้เผยอออก เขาประกบริมฝีปากลงไปอย่างรวดเร็ว
คเชนทร์บังคับส่งผ่านเม็ดยาขมปร่า ด้วยเรียวลิ้นร้อนแรง ป้อนเม็ดยาเข้าสู่ลำคอของเธออย่างป่าเถื่อน
“กินซะนลิน... ผมยังไม่พร้อมจะให้ลูกของผมต้องเกิดมา ในวันที่แม่ของเขาแอบไปอ่อยน้องชายของผมถึงสองคนแบบนี้”
เขาส่งน้ำตามเข้าไป จนเธอกลืนลงไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
นลินมองผู้ชายตรงหน้าด้วยน้ำตาที่รินไหล ความอัปยศที่ถูกป้อนยาคุมฉุกเฉินด้วยวิธีนี้
ทำให้เธอรู้ซึ้งแล้วว่า... คเชนทร์ไม่ได้แค่อยากจะครอบครองร่างกายเธอเท่านั้น
แต่เขาต้องการย่ำยีศักดิ์ศรีของเธอให้ย่อยยับไปพร้อมกันด้วย
“เวลาทิ้งคนอื่นไป ไม่เห็นไยดี แล้วจะหวังอะไรจากคนรักเก่า” เขายังพูดเยาะเธออีกด้วย
แล้วยังไม่ทันที่เธอจะขยับตัว เขาก็จับเธอให้ลุกขึ้นยืน แล้วพาดร่างบอบบางลงไปกับโซฟาตัวที่มีพนักพิงยาวๆ
เสียงเนื้ออวบกลมมนแทงเข้าไปดังพรวด และตามมาด้วยแรงโยกที่เรียกว่า...เหมือนเอาเป็นเอาตาย
หญิงสาวได้แต่กรีดร้อง และขยับร่างกายตามความเคลื่อนไหวของคเชนทร์
แท่งอวบกลมหมดที่ผลุบเข้าผลุบออก เสียดสีจนเธอต้องกระเด้งตัว และแอ่นตาม
ปากของหญิงสาวก็เรียนขานออกมา มีแต่ชื่อของเขา
"พี่เชนทร์ อื้อ... อ๊าย..."
คเชนทร์ครางกระเส่า พอๆ กับที่หญิงสาวครางรัญจวนอย่างหยุดปากไม่ได้ เพราะความแรงและเร็ว สวรรค์ก็คือสวรรค์ ถ้าเขาอยากจะพาเธอไป เธอต้องทำตาม มิอาจเปิดปากร้องห้าม
อีกอย่างเพื่อคนที่เธอรัก “แม่มารศรี”
