บทที่ 9 กันและกัน
เมื่อถึงเวลาค่ำคืนที่เงียบสงัด คเชนทร์จัดโต๊ะดินเนอร์เล็กๆ ขึ้นที่ระเบียงห้องพักส่วนตัว
แสงเทียนวูบไหวสะท้อนนัยน์ตาหวานของนลิน บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นไอทะเลและเสียงคลื่นที่ซัดกระทบฝั่ง
“พี่ขอโทษนะนลิน... ที่ทำให้ต้องอึดอัดใจกับเจ้าสองคนนั่น” คเชนทร์เอื้อมมือไปกุมมือนลินไว้
“ไม่เป็นไรค่ะพี่เชนทร์... นลินแค่ประหม่านิดหน่อย ที่มีพวกเขาอยู่ด้วย”
“อื้อ... แต่นลินรู้ไหม... นลินคือทุกอย่างในชีวิตของพี่”
คเชนทร์โน้มตัวลงไปกระซิบชิดใบหู ก่อนจะจูบลงไปเบาๆ
“นลินครับ พี่สัญญานะ และนลินก็ต้องสัญญากับพี่ด้วยว่า นลินจะสร้างครอบครัวกับพี่” เสียงของคเชนทร์ยังดังอยู่ที่ข้างๆ ใบหู
“พี่เชนทร์แน่ใจแล้วหรือคะว่าต้องเป็นนลิน”
“แน่ใจสิ พี่เป็นคนจริงใจนะ ถ้าไม่มั่นใจอะไรละก็ พี่จะไม่พูด”
“ค่ะ นลินก็...”
“ก็อะไร?” เขาช้อนสายตามองเธอแล้วยิ้มๆ
“ก็รักพี่ใช่ไหม และอยากมีลูกกับพี่”
เธอพยักหน้าให้เขาด้วยความเขินอาย
คเชนทร์ค่อยๆ ชิดใบหน้าเข้าไปใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดที่นวลแก้ม
นลินหลับตาลงอย่างรู้งาน หัวใจเต้นรัวราวกับกลองรบ
ในวินาทีที่ริมฝีปากหยักได้รูปประทับลงบนริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา ราวกับจะหยั่งเชิงและขออนุญาต
จูบแรกนั้นเริ่มต้นด้วยความอ่อนหวานและโหยหา
คเชนทร์ละเลียดชิมความหวานจากกลีบปากนุ่มอย่างทะนุถนอม ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มความลึกซึ้งขึ้นตามอารมณ์ที่คุกรุ่น
มือหนาเลื่อนขึ้นไปประคองท้ายทอยของหญิงสาวให้รับสัมผัสจากเขาได้อย่างถนัดถี่
นลินส่งเสียงครางแผ่วในลำคอ มือบางขยุ้มเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นเมื่อ รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงทั้งหมดกำลังจะหายไป
รสจูบที่ระเบียงใต้แสงเทียนคืนนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ความปรารถนา แต่มันคือการตีตราจอง
แต่ยังมีคำมั่นสัญญาว่า นับจากนี้ไป... ลมหายใจของนลินจะเป็นของคเชนทร์แต่เพียงผู้เดียว
ค่ำคืนนั้น ความรักที่สุกงอม ประกอบกับเป้าหมายที่วาดฝันร่วมกันมานาน ก่อเกิดเป็นค่ำคืนแรกที่ทั้งคู่มอบกายและใจให้แก่กันอย่างลึกซึ้ง
ภายใต้แสงนีออน และการผสานเสียงความสุขคละเคล้ากับเสียงคลื่น นลินเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า คเชนทร์คือผู้ชายที่จะเป็นเจ้าของชีวิตเธอตลอดไป
คืนนั้นเป็นความทรงจำแสนหวานที่ติดตรึงอยู่ในหัวใจของทั้งคู่ ก่อนที่กาลเวลาจะเปลี่ยนความหวานให้กลายเป็นยาพิษ
เช้าวันต่อมา
คเชนทร์ต้องออกไปข้างนอก หาซื้อยาแก้แพ้มาให้กับนลิน เพราะจู่ๆ เธอก็มีผื่นขึ้น และรู้สึกคัน
น่าจะเป็นการแพ้อากาศ
เขาจึงได้ขับรถออกไปซื้อให้ พร้อมกับหาของสดที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อมาทำอาหารให้นลินกินด้วย
นลินที่ตื่นแล้ว อาบน้ำแล้ว เธอไม่อยากนั่งคอยเขาอยู่ในห้อง หญิงสาวจึงเดินออกมาเก็บบรรยากาศริมหาดเพียงลำพัง
แต่เพราะฝนที่เพิ่งหยุดตก ทำให้นลินสะดุดโขดหินลื่นล้มลงบนพื้นทรายอย่างแรง
“โอ๊ย!” เสียงหวานอุทานด้วยความเจ็บปวด ขณะกุมข้อเท้าที่เริ่มรู้สึกว่าปวดมากๆ
อยู่ๆ ก็มีคนโผเข้ามาหา
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงความขี้เล่นดังขึ้นเหนือหัว
พายุที่เดินตามออกมาตั้งแต่แรก เขาก้มลงมองเธอด้วยสายตาที่ทำให้นลินรู้สึกวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก
เขาไม่รอให้เธออนุญาต แต่กลับช้อนร่างบางขึ้นในอ้อมแขนทันที
“คุณพายุ! ปล่อยค่ะ นลินเดินเองได้”
นลินหน้าแดงก่ำ พยายามฝืนตัว แต่ก็พายุก็ยังไม่ยอมปล่อย
“เดินไหวที่ไหนกัน ดูสิ น้องนลินต้องเจ็บมากแน่ๆ” เขาพูดราวกับสนิทสนมกับเธอมาก
“ข้อเท้าจะบวมหรือเปล่านะ อย่าดื้อสิ แล้วก็อย่าดิ้นด้วย”
พายุไม่ฟังคำทัดทาน เขาอุ้มเธอเดินกลับมาที่บ้านพัก ขณะที่อุ้มนลินเดินมา
สายตาของเขาไม่ได้มองทาง แต่กลับจ้องมองใบหน้าหวานที่อยู่ใกล้แค่ลมหายใจกั้น
สายตาของเขาเล้าโลม และลึกซึ้งเกินกว่าจะมองผู้หญิงที่เป็นแฟนพี่ชาย
“ตัวนลินหอมเหมือนที่ผมคิดไว้เลยนะ...” เขาเอ่ยเบาๆ จนคนฟังใจสั่นระรัว
‘เขาบ้าอะไร ทำไมทำตัวแบบนี้ ไม่เข้าใจสักนิด’
ทั้งคำพูดและการกระทำของพายุ ทำเอานลินพูดไม่ออก
เมื่อมาถึงห้องรับแขกในบ้านพัก พายุวางนลินลงบนโซฟาอย่างแผ่วเบา แต่จงใจให้มือหนาแช่อยู่ที่เอวบางนานเกินความจำเป็น
ทว่าก่อนที่เขาจะทำอะไรไปมากกว่านั้น เสียงเรียบนิ่งของดินก็ดังแทรกขึ้นมา
“ปล่อยนลินเถอะพายุ พี่ทำแผลไม่เป็นหรอก เดี๋ยวแผลของพี่นลินจะติดเชื้อเปล่าๆ ให้ผมทำเธอ”
ดินคงจะเห็นตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุกับนลิน จนถึงที่พายุ พี่ชายอุ้มเธอเดินมา เขาเข้ามาพร้อมกล่องปฐมพยาบาล
ใบหน้าของเขาดูนิ่งสงบ แต่ดวงตาที่จ้องมองพี่ชายคนรองกลับมีความกดดันซ่อนอยู่
พายุจิ๊ปากอย่างขัดใจ แต่ยอมถอยออกไป
ดินคุกเข่าลงเบื้องหน้านลิน เขาบรรจงยกข้อเท้าที่พองช้ำของเธอมาวางบนหน้าขาของเขาอย่างสุภาพแต่หนักแน่น
มือหนาบีบนวดเฟ้นที่ข้อเท้าเพื่อคลายกล้ามเนื้ออย่างเชี่ยวชาญตามสไตล์ของคนที่สนใจเรื่องเหล่านี้ และกำลังจะสอบเข้าแพทย์
เพราะตระกูลนี้มีธุรกิจเกี่ยวกับโรงพยาบาล พี่ชายทั้งสองคนก็ไม่มีใครสนใจจะเป็นหมอ เรียนบริหารทั้งคู่ ดินจึงมีความใฝ่ฝันว่า ถ้าทำตัวเองให้เป็นนายแพทย์ได้ พ่ออาจจะเห็นความสำคัญ
“เจ็บหน่อยนะนลิน... อดทนนะครับ”
ดินเงยหน้าสบตากับเธอ รอยยิ้มที่ดูใจดีของเขากลับซ่อนความรู้สึกบางอย่างภายในเอาไว้อย่างมิดชิด ไม่มีความแทะโลมเหมือนกับพายุ
ทำให้นลินเบาใจไปเปลาะหนึ่ง คิดอยู่ว่าเธอไม่น่าหาเรื่องเจ็บตัว ตัวเองน่าจะอยู่รอคเชนทร์ในห้องนอน ก็พอแล้ว
มือที่นวดอยู่นั้นสัมผัสผิวเนียนอย่างทะนุถนอม เหมือนกับกำลังสัมผัสสมบัติล้ำค่า ทั้งอ่อนโยนจนเธอไม่รู้สึกเจ็บมากนัก
