บทที่ 1 หน้าต่างที่บอดสนิท
สายฝนยามค่ำคืนพัดกระหน่ำลงมาปะทะกระจกหน้าต่างห้องพักอย่างหนักหน่วง เสียงฟ้าผ่าคำรามครืนครั่นเป็นระยะ ๆ คล้ายกับกำลังเตือนภัยบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ในใจของ เรเดียส หญิงสาววัยยี่สิบปี กลับอบอวลไปด้วยความสุขและความตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
มือบางกระชับถุงของขวัญใบเล็กและกล่องเค้กช็อกโกแลตที่เธอตั้งใจอบเองตลอดทั้งบ่ายไว้แน่น วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบอายุยี่สิบปีของเธอ และเป็นวันที่เธอตั้งใจจะมาเซอร์ไพรส์ ซารีส แฟนหนุ่มรูปงามที่คบหากันมาเกือบหนึ่งปี
ซารีสเป็นชายหนุ่มยโส เอาแต่ใจ และมีเสน่ห์ล้นเหลือ แม้เขาจะไม่ค่อยมีเวลาให้เธอเพราะติดปาร์ตี้และสังคมหรูหรา แต่เรเดียสก็รักและเชื่อใจเขาเสมอมา
เรเดียสใช้คีย์การ์ดที่ซารีสเคยให้ไว้แตะเปิดประตูห้องชุดสุดหรูบนคอนโดมิเนียมชั้นสูง เสียงสัญญาณดิจิทัลดังขึ้นเบา ๆ ประตูหนักอึ้งจึงค่อยเปิดออก
ภายในห้องปิดไฟทุกดวงไว้มิดชิด มีเพียงแสงไฟสลัวจากส่องสว่างออกมาจากทางเดินมุ่งหน้าไปยังห้องนอนใหญ่ เรเดียสอมยิ้มบาง ๆ ถอดรองเท้าส้นสูงออกแล้วก้าวเท้าเปล่าไปตามพื้นหินอ่อนอย่างเงียบเชียบ หวังจะแอบเข้าไปเซอร์ไพรส์ชายหนุ่มในห้องนอน
ทว่า... เมื่อก้าวเข้าใกล้ประตูห้องนอนที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อย เสียงที่เล็ดลอดออกมากลับไม่ใช่เสียงทีวีหรือเสียงเพลงอย่างที่เธอคิด
“อืม... ซารีส... เบา ๆ สิคะ เดี๋ยวคนอื่นก็มาได้ยินหรอก...” เสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยดังแหบพร่าขึ้นพร้อมกับเสียงหายใจกระหึ่ม
“ใครจะมาได้ล่ะหืม ยัยเรเดียสน่ะเหรอ... ป่านนี้คงนั่งรอฉันอยู่ที่ร้านอาหารกระจอก ๆ นั่นแหละ น่ารำคาญจะตาย...” เสียงทุ้มคุ้นหูของ ซารีส ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ตามมาด้วยเสียงเนื้อกระทบกันและเสียงเตียงสั่นสะเทือนดังลั่น
ถุงของขวัญในมือของเรเดียสหลุดร่วงลงพื้นแทบจะทันที หัวใจของเธอเหมือนถูกหยุดเตือนไปชั่วขณะ ร่างกายแข็งเกร็ง เลือดในกายเย็นเฉียบจนชาไปถึงปลายมือปลายเท้า เรเดียสค่อย ๆ ยื่นมืออันสั่นเทาไปดันประตูห้องนอนให้เปิดกว้างขึ้นทีละนิด...
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือภาพของ เบอร์ลิน เพื่อนสนิทที่สุดในมหาวิทยาลัย หญิงสาวที่เธอเคยแบ่งปันทุกข์สุข คอยอยู่เคียงข้าง และเชื่อใจที่สุด กำลังครวญครางอยู่ใต้ร่างของซารีส ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของเธอเอง ทั้งสองกำลังแลกสัมผัสกันอย่างดุเดือด เร่าร้อน ไร้ซึ่งความละอายใจใด ๆ
“ซารีส... เบอร์ลิน...”
เสียงของเรเดียสหลุดออกมากระท่อนกระแท่น แหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้คนบนเตียงทั้งสองคนหยุดชะงัก
ซารีสค่อย ๆ ถอนตัวออกและหันมามองเธอด้วยสายตาที่ไม่มีความตกใจหรือรู้สึกผิดแม้แต่นิดเดียว เขากระตุกยิ้มมุมปาก พลางหยิบเสื้อคลุมมาสวมคร่าว ๆ ขณะที่เบอร์ลินดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมปิดบังหน้าอก แต่ดวงตาของเพื่อนสนิทกลับเต็มไปด้วยรังสีแห่งความสะใจและเย้ยหยันอย่างเปิดเผยไม่ปิดบัง
“มาเร็วซะจริงนะ เรเดียส” เบอร์ลินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่บาดลึกไปถึงขั้วหัวใจ
“ฉันนึกว่าเธอจะโง่นั่งรอซารีสอยู่ที่ร้านจนถึงเที่ยงคืนซะอีก”
“ทำไม... ทำไมพวกเธอถึงทำกับฉันแบบนี้” น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลทะลักออกจากดวงตาคู่สวยของเรเดียส
“เบอร์ลิน... เธอเป็นเพื่อนสนิทของฉันนะ แล้วซารีส... เราเป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอ”
ซารีสเดินเข้ามาหาเธอ หัวเราะในลำคอบางเบา ก่อนจะยื่นมือมาแตะคางของเรเดียส แต่เธอสะบัดหน้าหนีด้วยความขยะแขยง ซารีสจึงยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
“แฟนเหรอ เรเดียส... เธอคิดว่าคนอย่างฉัน ซารีส ลูกชายมหาเศรษฐี จะจริงจังกับเด็กสาวใสซื่อ ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอจริง ๆ เหรอ” ซารีสพูดคำหยาบกระด้างออกมาโดยไม่แคร์ความรู้สึกของเธอเลยสักนิด
“ฉันคบกับเธอก็แค่ขำ ๆ แก้เหงา แต่เธอมันน่าเบื่อ ไร้รสชาติ แต่งตัวก็เชย ไม่ยอมให้ฉันแตะต้องตัวง่าย ๆ เหมือนหวงตัวนักหนา...”
“ซารีส!”
“ส่วนเบอร์ลิน...” ซารีสหันไปมองหญิงสาวบนเตียงด้วยสายตารุ่มร่าม
“เธอรู้ใจฉันมากกว่าเธอเยอะ ทั้งแซ่บ ทั้งถึงใจ ตอบสนองฉันได้ทุกอย่างที่เธอไม่เคยทำ”
เรเดียสรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าอย่างแรง คำพูดของชายคนที่เธอเคยรักประดุจพิษร้ายที่กรีดลึกไปทั่วแผ่นอก เธอมองไปทางเบอร์ลินด้วยสายตาแตกสลาย
“เบอร์ลิน... ทำไม ฉันเคยทำอะไรให้เธอเจ็บช้ำเหรอ ทำไมเธอต้องทำลายฉันขนาดนี้”
เบอร์ลินหัวเราะร่า ก้าวลงจากเตียงโดยมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันกาย เดินตรงเข้ามาหาเรเดียสด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและแค้นเคือง
“ทำไมงั้นเหรอ ก็เพราะฉันเกลียดเธอยังไงล่ะ” เบอร์ลินตะคอกใส่หน้าเรเดียสอย่างจัง
“เกลียดความเสแสร้งใสซื่อของเธอ เกลียดที่ใคร ๆ ในมหาวิทยาลัยก็เอ็นดูเธอ เกลียดที่อาจารย์ก็ชื่นชมเธอ ทั้ง ๆ ที่ฉันดีกว่าเธอทุกอย่าง แต่ทุกคนกลับมองแค่เธอ... แม้กระทั่งซารีส ในตอนแรกเขาก็มองแค่เธอ” เบอร์ลินใช้ปลายนิ้วจิ้มลงบนอกของเรเดียสอย่างแรง
“ฉันแค่อยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า หญิงสาวผู้แสนดีอย่างเธอมันก็แค่ขยะที่ไม่มีใครเอา ฉันแย่งซารีสมาจากเธอได้ง่าย ๆ แค่เอากายเข้าแลก และต่อจากนี้... ทุกอย่างที่เป็นของเธอ มันก็เป็นของฉัน รวมถึงซารีสด้วย”
เรเดียสสั่นสะท้านไปทั้งตัว ความเจ็บปวด คราบน้ำตา และความผิดหวังหลอมรวมกันกลายเป็นไฟแค้นที่เริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจ เธอชูมือขึ้นหมายจะตบหน้าเบอร์ลินเพื่อระบายความโกรธ
หมับ!!!
ซารีสกลับคว้าข้อมือของเรเดียสไว้แน่นแล้วบีบอย่างแรงจนเธอร้องออกมาด้วยความเจ็บ ซารีสผลักร่างของเรเดียสจนล้มลงไปกองกับพื้นห้องอย่างไม่แคร์สายตา
“อย่ามาลามปามในห้องของฉัน เรเดียส” ซารีสขู่เสียงเข้ม
“ในเมื่อเธอรู้ความจริงแล้วก็ไสหัวไปซะ แล้วจำใส่หัวไว้ด้วยว่า อย่าคิดเอาเรื่องนี้ไปพูดให้ใครฟัง หรือเอาไปโพสต์ลงโซเชียลเด็ดขาด ถ้าชื่อเสียงของฉันหรือเบอร์ลินเสียหาย... เธอได้เจอดีแน่”
“พวกเธอ... พวกเธอมันเลว” เรเดียสพยุงตัวเองขึ้นมาจากพื้น น้ำตาไหลนองหน้า สายตาจ้องมองคนทั้งสองด้วยความแค้นเคืองอย่างถึงที่สุด
“ฉันไม่มีวันอภัยให้พวกเธอ... ไม่มีวัน”
“เหรอ แล้วเธอจะทำอะไรพวกเราได้” เบอร์ลินยิ้มเย้ย
“แค่เงินจะกินข้าวยังแทบไม่มี จะเอาอำนาจที่ไหนมาสู้กับซารีส ออกไปได้แล้วไป หมดเวลาของเด็กงี่เง่าอย่างเธอแล้ว”
เรเดียสกัดฟันแน่นจนได้รสเลือดในปาก เธอหมุนตัววิ่งออกจากห้องนั้นทันที เสียงหัวเราะเยาะของซารีสและเบอร์ลินดังไล่หลังมาอย่างสะใจ ราวกับเข็มพันเล่มที่ทิ่มแทงหัวใจของเธอ
เรเดียสวิ่งลงมาจากคอนโดท่ามกลางสายฝนที่พัดกระหน่ำ ร่างบางเปียกปอนไปทั้งตัว คราบน้ำตาปะปนไปกับหยดน้ำฝน เธอเดินไปตามริมถนนอย่างหมดแรง ความทรงจำดี ๆ ที่เคยมีให้ซารีสและเบอร์ลินถูกทำลายยับเยินจนไม่เหลือชิ้นดี
ชีวิตของเธอพังทลายลงเพียงชั่วข้ามคืน... วันเกิดอายุยี่สิบปีที่เธอควรจะมีความสุข กลับกลายเป็นฝันร้ายที่ทรมานที่สุดในชีวิต แต่เรเดียสไม่รู้เลยว่า... ฝันร้ายที่แท้จริง มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!
ขณะที่เธอเดินเลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยวเพื่อมุ่งหน้ากลับหอพัก รถตู้สีดำทรงมืดแปดด้านคันหนึ่งก็วิ่งมาจอดปาดหน้าเธออย่างรวดเร็ว ประตูรถตู้ถูกเปิดออกอย่างแรง ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่แต่งตัวคล้ายนักเลงข้างถนนสามคนพุ่งตัวลงมาจากรถ เรเดียสตกใจสุดขีด เธอพยายามจะวิ่งหนี แต่ความเหนื่อยล้าและถนนที่ลื่นทำให้เธอเสียหลักล้มลง
“เหยื่อมาแล้ว จับตัวมันขึ้นรถ” ชายคนหนึ่งตะโกนสั่ง
“พวกแกเป็นใคร! ปล่อยนะ! ช่วยด้วย!” เรเดียสร้องตะโกนสุดเสียง พยายามดิ้นรนปัดแกว่งมือทุบตีพวกมัน แต่แรงของหญิงสาวตัวเล็ก ๆ หรือจะสู้แรงของชายฉกรรจ์ได้
พวกมันกระชากผมของเรเดียสอย่างแรงจนเธอหน้าหงายขึ้น ชายอีกคนตบเข้าที่ใบหน้าเนียนของเธออย่างจังจนริมฝีปากแตกเลือดซึม เพราะเธอที่ทั้งดิ้นและแหกปากร้องขอความช่วยเหลือ
เพี๊ยะ!
“เงียบปากซะ! ยัยเด็กเวร!” ชายคนนั้นขู่เสียงเหี้ยม
“นายหญิงเบอร์ลินสั่งมาว่า ให้พวกกูจัดการสั่งสอนมึงให้จำไปจนตาย... ดูซิว่าถ้าโดนรุมขยี้จนยับเยินแล้ว มึงยังจะมีหน้าไปเสนอหน้าในมหาวิทยาลัยอีกไหม”
"เบอร์ลิน... เป็นฝีมือของเบอร์ลินอีกแล้ว"
ความหวาดกลัวดังก้องอยู่ในหัว เรเดียสรู้ดีว่าถ้าเธอถูกจับขึ้นรถตู้คันนี้ไป ชีวิตของเธอจะจบสิ้นอย่างแท้จริง เธอจะไม่เหลืออะไรเลยแม้กระทั่งศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ด้วยสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด เรเดียสตัดสินใจใชักลยุทธ์สุดท้าย เธอใช้ฟันบดลงบนมือของชายคนที่จับผมเธอไว้อย่างแรงสุดกำลัง
“อ๊าก! ยัยบ้าเอ้ย!” ชายคนนั้นร้องด้วยความเจ็บปวดและเผลอปล่อยมือ
เรเดียสอาศัยจังหวะนั้น คว้าหินก้อนใหญ่บนพื้นขว้างใส่หน้าชายอีกคน แล้วสลัดตัวหลุดวิ่งหนีสุดชีวิตเข้าไปในซอยแคบ ๆ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก เสียงเท้าของพวกนักเลงวิ่งไล่ตามมาติด ๆ พร้อมเสียงสถบด่าอย่างหัวเสีย
“หยุดนะยัยตัวดี! หนีไม่พ้นหรอก!”
เรเดียสวิ่งโดยไม่คิดชีวิต เท้าเปล่าของเธอถูกเศษแก้วและหินคมกรีดจนเป็นแผลเลือดไหล แต่ความเจ็บปวดทางกายไม่อาจเทียบเท่าความกลัวในใจได้เลย เธอวิ่งลัดเลาะไปตามซอยมืด ๆ หัวใจเต้นระทึกจนแทบจะระเบิดออกมาจากอก จนทะลุมาอีกฟากถนนหนึ่ง โดยไม่ทันระวัง
เอี๊ยดดดดดดด!
