บทที่ 3 หมาจนตรอก...

แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านม่านฝนที่เริ่มซาลง บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยกลับไม่ได้แจ่มใสตามสภาพอากาศ บนโต๊ะหินอ่อนใต้ตึกคณะบริหารธุรกิจ กลุ่มนักศึกษานับสิบคนกำลังล้อมวงจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือพลางส่งเสียงกระซิบกระซาบและหัวเราะคิกคักกันอย่างสนุกปาก

หน้าฟีดเว็บบอร์ดศูนย์กลางของมหาวิทยาลัยขึ้นแท็กยอดนิยมอันดับหนึ่งด้วยหัวข้ออันร้อนแรง... #เรเดียสดอกไม้พิษ #ขโมยหน้าใส #ขายตัวแลกเงิน

ภาพถ่ายตัดต่อหลายสิบภาพถูกโพสต์ลงอย่างต่อเนื่อง ภาพแรกคือภาพแอบถ่ายเรเดียสในชุดนักศึกษาที่ดูหลุดลุ่ย กำลังเดินเข้าหาชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ท่ามกลางซอยมืด ภาพต่อมาคือสลิปโอนเงินปลอมพร้อมแชตหลุดที่สร้างขึ้นมาอย่างประณีต ซึ่งระบุเนื้อหาว่าเธอแอบรับงาน "รับใช้" ลูกค้าข้างนอก และฉากเด็ดที่สุดคือภาพถ่ายกระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันราคาหลักแสนของ เบอร์ลิน ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานในห้องพักของเรเดียส

คอมเมนต์นับพันไหลทะลักลงมาดุจสายน้ำที่เขื่อนทะลัก

‘หน้าตาก็ใสซื่อ ไม่นึกเลยว่าจะร่านและร้อยเล่มเกวียนขนาดนี้’

‘โธ่เอ๊ย... ที่แท้ก็ขยะสังคมดี ๆ นี่เอง สงสารเบอร์ลินจังเลย อุตส่าห์รักและหวังดี คอยช่วยเหลือมาตลอด แต่กลับโดนเพื่อนรักทรยศแอบขโมยกระเป๋าหรูไปขาย’

‘สะใจจริง โดนจับได้สักที อีขโมย หน้าแบบนี้แถวซอยเปลี่ยวเขาคิดราคาเท่าไหร่กันเหรอ’

‘ซารีสโชคดีมากที่สะบัดหลุดมาได้ คนแบบนี้ไม่สมควรมีที่ยืนในมหาวิทยาลัยเราด้วยซ้ำ ไล่ออกไปเลย’

เสียงหัวเราะเย้ยหยันและคำด่าทอเหล่านั้นไม่ได้ดังอยู่แค่ในโลกออนไลน์ แต่มันดังก้องอยู่ในหัวของ เรเดียส ที่กำลังยืนอยู่ริมฟุตบาทนอกกำแพงมหาวิทยาลัย ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน มือบางกดไถหน้าจอโทรศัพท์ด้วยข้อนิ้วที่เกร็งจนขาวซีด หยาดน้ำตาแห่งความอัปยศไหลทะลักอาบแก้มเนียนที่มีรอยตบช้ำเลือดตราบจนบัดนี้

กระเป๋าเดินทางใบเก่าที่ถูกโยนออกจากหอพักวางกองอยู่ข้างกาย เสื้อผ้าเปื้อนโคลนแห้งกรัง และแผลบาดเจ็บที่เท้าเปล่ายังคงส่งกลิ่นคาวเลือดเบา ๆ แต่ไม่มีความเจ็บทางกายใดจะปวดแสบปวดร้อนเท่ากับความจริงที่ว่า... เธอถูกทำลายล้างจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว เรเดียสพยายามกดโทรหาเพื่อนสนิทในคณะทีละคน มือสั่นเทาจนแทบพิมพ์ผิดพิมพ์ถูก แค่อยากหาที่พักพิงชั่วคราว

“ฮัลโหล... เมย์ นี่ฉันเองนะ เรเดียส... ภาพพวกนั้นมันไม่จริงนะเมย์ เบอร์ลินกับซารีสใส่ร้ายฉัน”

“อย่าโทรมาหาฉันอีกนะเรเดียส!” เสียงปลายสายตอบกลับด้วยความขยะแขยงและตื่นตระหนก 

“ฉันไม่อยากยุ่งกับพวกขโมยและผู้หญิงขายตัวอย่างเธอ แค่นี้ฉันก็ซวยจะแย่อยู่แล้ว ที่เคยคบเธอเป็นเพื่อน อย่ามาทำให้ฉันเดือดร้อนไปด้วยนะ!”

ตู้ด... ตู้ด... ตู้ด...

สายถูกตัดทิ้งอย่างไร้ความปรานี เรเดียสสูดหายใจเข้าลึก พยายามกดโทรหาเพื่อนอีกคน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือ... 

“หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...”

ทุกคนบล็อกเธอ... ทุกคนปิดประตูใส่หน้าเธอ... ไม่มีใครสักคนที่จะยอมรับฟังเหตุผล ไม่มีใครคิดจะถามหาความจริงจากปากของคนที่เคยหัวเราะและร้องไห้มาด้วยกันเลยสักนิด อำนาจเงินทองของตระกูลซารีส และแผนการอันแยบคายของเบอร์ลิน ได้เนรมิตให้คนทั้งมหาวิทยาลัยกลายเป็นศัตรูที่พร้อมจะเหยียบย่ำเธอให้จมดิน

“ทำไม... ทำไมต้องเป็นฉัน...” เรเดียสสะอื้นไห้จนตัวโยน ร่างบางค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้เก่า ๆ เธอกลับไปที่สวนสาธารณะร้างอีกครั้ง

สายลมหนาวพัดผ่านเข้ามาปะทะผิวกายที่บอบช้ำ เรเดียสกอดตัวเองไว้แน่น ความสิ้นหวังและความเจ็บปวดกัดกินจิตใจของเธอจนแหลกสลาย เธอเป็นเพียงเด็กสาวอายุยี่สิบปีที่ไร้ที่พึ่งพิง พ่อแม่เสียชีวิตไปตั้งแต่เธอยังเด็ก ต้องดิ้นรนส่งเสียตัวเองเรียนมาโดยตลอด เมื่อไร้ที่พัก ไร้เพื่อน ไร้เงิน และถูกตราหน้าว่าเป็นคนชั่วช้า ... โลกใบนี้ก็กลายเป็นสถานที่ที่มืดมนเกินกว่าที่เธอจะหยัดยืนอยู่ได้

ความคิดที่จะจบชีวิตตัวเองผุดขึ้นมาในหัว... หากเธอหลับตาลงตรงนี้เดินลงไปให้รถชน หรือกระโดดลงแม่น้ำ สายฝนและความทรมานทั้งหมดก็คงจะจบลงใช่ไหม เธอจะไม่ต้องเจ็บปวด ไม่ต้องโดนด่าทอ และไม่ต้องทนเห็นภาพความกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอีกต่อไป

ทว่า... ในขณะที่ความมืดมิดกำลังจะกลืนกินดวงวิญญาณของเธอจนหมดสิ้น เสียงโทรศัพท์ในมือก็สั่นสะเทือนขึ้นอีกครั้ง หน้าจอแสดงเบอร์โทรศัพท์แปลกหน้าที่ไม่คุ้นเคย... เรเดียสขมวดคิ้ว มือสั่นเทากดรับสายด้วยความหวังเล็ก ๆ ในใจที่ว่า อาจจะมีใครสักคนที่ยอมเชื่อเธอ หรืออาจจะเป็นเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยที่โทรมาสอบถามความจริง

“ฮะ... ฮัลโหล...” เธอเอ่ยเสียงแหบพร่า

“ไงจ๊ะ... คุณนางเอกผู้แสนดี”

เสียงหวานแหลมที่แฝงไปด้วยความสะใจอย่างถึงที่สุดดังผ่านลำโพงออกมา เสียงนั้นทำให้เลือดในกายของเรเดียสเกือบจะหยุดหมุน ร่างกายของเธอเกร็งกระตุกขึ้นมาทันที!

“เบอร์ลิน...”

“อุ๊ย จำเสียงฉันได้ด้วยเหรอเนี่ย”  เบอร์ลินหัวเราะร่าอย่างมีความสุข เสียงของเธอดังแทรกมาพร้อมกับเสียงแก้วไวน์กระทบกัน 

“เป็นยังไงบ้างจ๊ะเรเดียส ข่าวลือในเว็บบอร์ดน่าอ่านไหม ภาพถ่ายพวกนั้นฉันตั้งใจเลือกและตัดต่อให้เธอเป็นพิเศษเลยนะ ดูเข้ากับสภาพขยะ ๆ ของเธอดีออก”

“เธอต้องการอะไรอีก เบอร์ลิน” เรเดียสแผดเสียงตะโกนใส่สายด้วยความโกรธแค้น น้ำตาแห่งความเจ็บใจไหลซึมออกมาอีกครั้ง 

“เธอแย่งซารีสไปแล้ว เธอยังใส่ร้ายฉัน ทำลายฉัน ทำไมเธอต้องทำกับฉันขนาดนี้ด้วย ฉันเคยไปทำอะไรให้เธอเจ็บช้ำนักหนา”

“ทำไมงั้นเหรอ ฉันเคยบอกเธอไปแล้วไงว่าฉันเกลียดเธอ!” น้ำเสียงของเบอร์ลินเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยไฟริษยา 

“ฉันเกลียดความบริสุทธิ์เสแสร้งของเธอ เกลียดที่ซารีสเคยหลงเธอ และเกลียดที่เธอมักจะได้คำชมจากคนอื่นเสมอ แล้วฉันจะบอกอะไรให้นะ... ที่ฉันโทรมาวันนี้ ฉันไม่ได้โทรมาเยาะเย้ยอย่างเดียวหรอกนะ”

เบอร์ลินเว้นจังหวะ แล้วหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างเป็นต่อ

“ฉันแค่จะโทรมาบอกว่า นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นจ้ะ ข่าวและหลักฐานปลอมพวกนั้นน่ะ ฉันส่งตรงถึงคณบดีเรียบร้อยแล้ว อีกไม่กี่ชั่วโมงเอกสารไล่เธอออกจากมหาวิทยาลัยก็คงจะอนุมัติ ส่วนเรื่องหอพัก... สมน้ำหน้าที่โดนไล่ออกมาเหมือนหมาข้างถนน”

“พวกเธอมันเลว ซารีสมันคนไม่มีหัวใจ” เรเดียสตัวสั่นเทาด้วยความแค้นเคือง 

“เขารู้ว่าฉันไม่ได้ทำ แต่เขาก็ยอมให้เธอทำลายฉัน”

“อ๋อ... ซารีสเหรอ ฮ่า ๆ  เธอนี่มันโง่จริงนะเรเดียส” เบอร์ลินหัวเราะเสียงดังสนั่น 

“เรื่องทั้งหมดนี้ซารีสเป็นคนอนุมัติเองทั้งนั้นแหละ เขาบอกฉันเองว่าให้จัดการเธอให้เด็ดขาด จะได้ไม่มีปัญญาไปเสนอหน้าร้องเรียนใคร และเขายังบอกอีกนะว่า... เขาจะทำให้เธอไม่มีที่ยืนในเมืองนี้อีกต่อไป  ยิ่งเธอหนีพวกนักเลงเมื่อคืนไปได้ ซารีสยิ่งหงุดหงิด เขาเตรียมจะส่งคนไปลากตัวเธอมาจัดการต่อแล้วด้วยซ้ำ”

“...” เรเดียสจุกจนพูดไม่ออก คำพูดของเบอร์ลินประดุจมีดแหลมพุ่งเสียบแทงขั้วหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ซารีส... ชายคนที่เธอเคยรักและภักดี ชายคนที่เคยบอกว่าเธอเป็นคนสำคัญ บัดนี้เขากลับร่วมมือกับหญิงชู้เพื่อล่าล้างเธอเหมือนสัตว์ป่า

“สมน้ำหน้า อยากโง่เองทำไมล่ะ” เบอร์ลินทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด

“คนอย่างเธอมันก็แค่ขยะใต้เท้าพวกเรา จำใส่หัวไว้ด้วยนะว่า ต่อให้เธอจะคุกเข่าร้องไห้อ้อนวอนจนน้ำตาเป็นสายเลือด ก็ไม่มีใครหน้าไหนในเมืองนี้ยื่นมือมาช่วยขยะอย่างเธอหรอก... ลาก่อนนะ เรเดียส ขอให้มีความสุขกับชีวิตข้างถนน!”

ตู้ด... ตู้ด... ตู้ด...

สัญญาณสายตัดไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดและเสียงสายลมหนาวที่พัดผ่านสวนสาธารณะ... เรเดียสนั่งนิ่งค้าง โทรศัพท์มือถือสั่นระริกอยู่ในมือที่กำแน่นจนข้อนิ้วปูดโปน ความเจ็บปวด ความอ่อนแอ และรอยน้ำตาที่เคยไหลอาบแก้ม... บัดนี้กลับค่อยๆ แห้งเหือดไป

ความรู้สึกสลายหลอมรวมกับคำเย้ยหยันของเบอร์ลิน แปรเปลี่ยนเป็น "ไฟแค้น" อันลุ่มลึกและมืดมิด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป