บทที่ 5 ค่าตอบแทนของชีวิต

ปัง!

ประตูไม้สักบานหนาของคฤหาสน์ปิดล็อกลงอย่างหนักแน่น ทิ้งให้ร่างบางของเรเดียสถูกบอดี้การ์ดร่างใหญ่สองคนหิ้วปีก ลากตัวออกมาตามทางเดินหินอ่อน ก่อนจะโยนเธอออกมาพ้นเขตประตูรั้วเหล็กบานยักษ์อย่างไร้ความปรานี

ร่างของเรเดียสกระแทกลงกับพื้นคอนกรีตแข็งด้านนอกอย่างแรง บาดแผลที่เท้าและรอยตบช้ำบนใบหน้าส่งเสียงกรีดร้องผ่านความเจ็บปวดที่พุ่งขึ้นสู่สมอง แต่คนอย่างเธอไม่ยอมปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว

“บอกแล้วไงว่าอย่ามาเสนอหน้าท้าทายท่านซารอส” บอดี้การ์ดหัวหน้าชุดถอยหลังไปก้าวหนึ่ง  พลางมองเธอด้วยสายตาข่มขวัญ 

“กลับไปซะยัยเด็กบ้า ถ้ายังมาวนเวียนอยู่หน้าประตูคฤหาสน์อีก กูจะเป่าหัวมึงทิ้งจริง ๆ”

พวกเขาก้าวถอยหลังกลับเข้าประตูเล็ก แล้วปิดประตูรั้วเหล็กบานโต ลงดัง ครืน... ทิ้งให้ความเงียบสงบและลมหนาวหลังฝนตกครอบคลุมไปทั่วบริเวณ

เรเดียสนั่งชันเข่าอยู่บนพื้นคอนกรีตเย็นเยียบ เธอสูดหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด... เธอยังไม่ไปไหนทั้งนั้น!

ร่างบางค่อย ๆ พยุงกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ก่อนจะคุกเข่าลงอีกครั้งที่หน้าประตูเหล็กบานยักษ์ สองมือที่เปรอะเปื้อนคราบโคลนและสายฝนกำเข้าหากันแน่นบนตัก ลำตัวตั้งตรง ดวงตาคู่สวยบวมช้ำเพ่งมองเข้าไปยังตัวคฤหาสน์หรูหราที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง

เธอไม่มีที่ให้ถอยหลังอีกแล้ว... มหาวิทยาลัยกำลังจะไล่เธอออก หอพักยึดห้องเธอไร้ซึ่งที่อยู่ เพื่อนสนิทบล็อกช่องทางติดต่อ และซารีสกับเบอร์ลินกำลังส่งคนออกล่าตัวเธอเหมือนสัตว์ป่า การถอยหลังกลับไปมีแต่ความตายและความอัปยศที่ต้องกลายเป็นขยะใต้เท้าพวกมัน 

ถ้าจะต้องตายอยู่ตรงนี้... เธอก็ขอคุกเข่าแลกชีวิตอยู่หน้าอาณาจักรของซาตาน

เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วโมง...

ดวงอาทิตย์ยามเย็นเริ่มคล้อยต่ำลงลับขอบฟ้า เปลี่ยนท้องฟ้าให้กลายเป็นสีส้มอมแดงประดุจทะเลเลือด สายลมหนาวเริ่มพัดกระพือรุนแรงขึ้น พัดเอากลิ่นอายความชื้นแฉะของสายฝนระลอกใหม่เข้ามา

เรเดียสยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ท่ามกลางตำแหน่งเดิม ไร้การเคลื่อนไหวดั่งรูปสลักหิน ผิวเนียนซีดเผือดจนกลายเป็นสีขาวกระจ่าง ริมฝีปากที่เคยอมชมพูสั่นระริกและแห้งผาก ร่างกายบอบช้ำสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บอย่างรุนแรง ทว่า... ดวงตาคู่สวยนั้นกลับไม่เคยละสายตาไปจากคฤหาสน์เลยแม้แต่เสี้ยววินาที

ประกายไฟแห่งความแค้นและความเด็ดเดี่ยวยังคงลุกโชนอยู่ในแววตาของเธออย่างน่าอัศจรรย์

ภายในห้องทำงานชั้นสองของคฤหาสน์...

กระจกบานใหญ่กรองแสงมองเห็นทัศนียภาพด้านนอกได้อย่างชัดเจน ซารอส ในชุดสูทที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ด ยืนถือแก้ววิสกี้ราคาแพง นัยน์ตาคมกริบสีรัตติกาลจ้องมองลงไปยังร่างบางที่คุกเข่าอยู่นอกประตูรั้วมาตลอดหลายชั่วโมง

บอดี้การ์ดคนสนิทเดินก้าวเข้ามาในห้อง ก้มหัวรายงานด้วยความตึงเครียด

“นายครับ... ยัยเด็กนั่นยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ที่เดิมไม่ยอมไปไหนเลยครับ พวกลูกน้องพยายามไล่แล้ว แต่เธอบอกว่าจะนั่งตายอยู่ตรงนั้น ถ้าไม่ได้คุยกับนายอีกครั้ง... จะให้ผมลงไปจัดการส่งเธอไปทิ้งที่อื่นไหมครับ”

ซารอสนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบช้า ๆ สายตาคมกริบดั่งพญาราชสีห์ยังคงจ้องจับจ้องไปยังร่างเล็ก ๆ ที่สั่นสะท้านท่ามกลางลมหนาว

เธอถูกคนอื่น ๆ เหยียดหยาม... ร่างกายช่างอ่อนแอ... ทว่ากลับดื้อรั้นอย่างไม่น่าเชื่อ

ผู้หญิงมากมายที่เคยเข้าหาเขา ไม่ว่าจะมหาเศรษฐี คุณหนูตระกูลดัง หรือนางแบบระดับโลก ต่างก็พยายามวางตัวประจบประแจงและแสดงความอ่อนหวานเพื่อเอาใจเขา แต่เด็กสาวตรงหน้ากลับแบกคราบเลือด คราบโคลน และความแค้นอันมืดมิด มาคุกเข่าท้าทายอำนาจของเขาอย่างไม่เสียดายชีวิต

‘ถ้าฉันทำให้ลูกชายสุดที่รักของคุณต้องคุกเข่าแทบเท้าฉันได้... วันนั้นคุณจะยอมรับว่าฉันมีค่าพอไหม!!’

ประโยคตะโกนอันเด็ดเดี่ยวของเธอยังคงดังก้องอยู่ในหัวของซารอส มุมปากเรียวสวยของมาเฟียใหญ่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย... เป็นรอยยิ้มอันตรายที่ยากจะคาดเดา

“ไม่ต้อง...” ซารอสเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ “เตรียมร่มให้ฉัน”

บรรยากาศยามเย็นเริ่มสลัวพร้อมกับเม็ดฝนที่พรั่งพรูลงมา ร่างของเรเดียสสั่นสะท้านจนข้อนิ้วเกร็งกอดตัวเองไว้แน่นด้วยความหนาวเหน็บ สติสัมปชัญญะของเธอเริ่มพร่ามัวจากอาการไข้และความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานหลายวัน 

‘ฉันจะสลบไปตอนนี้ไม่ได้... ฉันต้องทน...’ เธอพึมพำกับตัวเองในใจ กัดริมฝีปากตัวเองจนได้รสคาวเลือดเพื่อปลุกสติ

ตึก... ตึก... ตึก...

เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นคอนกรีตรวมถึงเสียงประตูเหล็กบานยักษ์ที่ค่อย ๆ เปิดออกดังขึ้นช้า ๆ ท่ามกลางเสียงสายฝน เรเดียสค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองผ่านม่านฝนพร่ามัว...

เงาร่างสูงใหญ่เกือบสองเมตรในชุดสูทสีเข้มเดินก้าวออกมาจากประตูคฤหาสน์ บอดี้การ์ดร่างยักษ์กางร่มคันใหญ่สีดำสนิทเดินตามหลังเพื่อบังสายฝนให้เขา แต่ชายหนุ่มใหญ่กลับยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้บอดี้การ์ดหยุดอยู่ห่าง ๆ

ซารอสเดินก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเด็กสาวที่คุกเข่าอยู่ ร่างสูงใหญ่ของเขาทอดเงาดำมืดทาบทับร่างบางของเธอจนมิดชิด สายตาคมกริบสีรัตติกาลจ้องมองลงมาจากเบื้องสูงด้วยความเรียบเฉย ทรงอำนาจ และเย็นชา

เรเดียสสบตากับเขา ร่างกายสั่นสะท้าน แต่แววตาไม่เคยหลบต่ำลงเลยสักเซนติเมตรเดียว

“เธอนี่มันดื้อด้านกว่าที่ฉันคิดไว้นะ...” ซารอสเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำแทรกผ่านสายลมหนาวและเสียงฝนลงมา “คุกเข่าอยู่ตรงนี้ทั้งวัน คิดว่าฉันจะเกิดความสงสารขึ้นมารึไง”

“ฉัน... ไม่ได้ต้องการ... ความสงสาร...” เรเดียสส่งเสียงแหบพร่า สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างทรมาน “ฉันต้องการ... อำนาจของคุณ...”

ซารอสมองใบหน้าเนียนหวานที่เปียกปอนไปด้วยสายฝน รอยตบช้ำเลือดที่ข้างแก้มเริ่มเขียวช้ำ แต่กลับไม่อาจซ่อนความงดงามตามธรรมชาติและดวงตาคู่สวยที่ส่องประกายดื้อรั้นนั้นได้เลย

มาเฟียใหญ่ย่อตัวลงต่ำ... เขาเอื้อมมือหนาใหญ่ที่เรียวยาวและแข็งแกร่ง ยื่นเข้ามาจับคางของเรเดียสไว้แล้วบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้น

สัมผัสจากมือของเขาร้อนผ่าว ตัดกับผิวกายอันเย็นเยียบของเรเดียสอย่างสิ้นเชิง นิ้วโป้งขรุขระของเขาลูบไล้ผ่านริมฝีปากที่แตกช้ำของเธอเบา ๆ พิศมองบาดแผล รอยตบ และดวงตาที่เต็มไปด้วยไฟแค้นของเด็กสาวตรงหน้าอย่างพิถีพิถัน

“ดวงตาของเธอ... มันมืดมนดีเหลือเกิน” ซารอสกระซิบ เสียงทุ้มต่ำแฝงเสน่ห์อันตราย 

“ดวงตาของคนที่ละทิ้งชีวิตเพื่อแลกกับความพินาศของศัตรู...” เรเดียสเกร็งคางไว้ ไม่ถอยหนีสัมผัสของเขา

“ฉันยอมแลกทุกอย่าง... ไม่ว่าจะต้องทำอะไร ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร ขอแค่คุณช่วยฉันล้างแค้นซารีสกับเบอร์ลิน และมอบความคุ้มครองให้ฉัน!”

ซารอสนิ่งไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาราชสีห์ฉายแววพึงพอใจลึกๆ

“ยอมแลกทุกอย่างงั้นเหรอ” ซารอสเหยียดยิ้มเย็น เขาละมือออกจากคางของเธอ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองลงมายังเด็กสาวที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างด้วยสายตาทรงอำนาจ

“งั้นฟังข้อเสนอของฉันให้ดี เรเดียส...”

มาเฟียใหญ่เอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทุกคำพูดกลับหนักแน่นและทรงพลังดั่งพันธนาการสลักลึกลงในดวงวิญญาณ

“นี่คือ ‘สัญญาซาตาน’ ของเธอ...” ซารอสสบตาเธอตรง ๆ 

“อย่างแรก... เธอจะได้รับการคุ้มครองสูงสุดจากฉัน ไม่มีใครในเมืองนี้ ไม่ว่าจะเป็นซารีส เบอร์ลิน หรือพวกนักเลงหน้าไหน กล้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บ ฉันจะมอบอำนาจและทรัพยากรทั้งหมดให้เธอใช้นำไปบดขยี้พวกมันให้พินาศตามใจเธอต้องการ”

เรเดียสฟังคำพูดนั้นด้วยหัวใจที่เต้นระทึก... นั่นคือสิ่งที่เธอปรารถนาที่สุด

“แต่... สิ่งที่เธอต้องจ่าย...” ซารอสเว้นจังหวะ นัยน์ตามืดมิดกวาดมองเรือนร่างสั่นสะท้านของเธออย่างเปิดเผย

“เธอต้องกลายเป็นของฉัน... ทั้งร่างกาย วิญญาณ และอิสรภาพของเธอทั้งหมด” เรเดียสชะงักกึก ร่างกายเกร็งตึงขึ้นมาทันที

“เธอจะไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธคำสั่งของฉันแม้แต่คำเดียว...” ซารอสเน้นย้ำน้ำเสียงหนักแน่นเลือดเย็นและเหี้ยมโหด 

“เธอต้องยอมเป็น ‘ของเล่น’ รองรับอารมณ์ของฉันแต่เพียงผู้เดียว เมื่อฉันต้องการ... เธอต้องพร้อมประเคนทุกอย่างให้ฉัน โดยไม่มีสิทธิ์ร้องขอความเมตตา หรือมีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น”

สายลมหนาวพัดกระพือผ่านร่างของทั้งสองคน...ข้อเสนอของเขาไร้ซึ่งความเท่าเทียม ไร้ซึ่งเกียรติยศ มันคือการขายตัว ขายวิญญาณ และยอมตกเป็นทาสของซาตานในร่างมนุษย์โดยสมบูรณ์

“เธอจะเป็นแค่สิ่งของที่ฉันถือครอง...” ซารอสยื่นมือข้างหนึ่งลงมาหาเธออีกครั้ง 

“ถ้าเธอตกลง... ลุกขึ้นมาจับมือฉัน แล้วก้าวเข้าสู่อาณาจักรของฉันในฐานะของเล่นของซารอส แต่ถ้าเธอไม่ยอม... ก็จงไสหัวกลับไปตายข้างถนนซะ”

ความเงียบครอบคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำลงมา เรเดียสจ้องมองมือหนาใหญ่ตรงหน้า... มือของชายผู้เป็นพ่อแท้ ๆ ของซารีส ชายผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดิน มือที่จะลากเธอลงสู่นรก แต่นี่ก็คือมือเดียวที่จะยื่นมาเพื่อบดขยี้คนที่ทำลายชีวิตเธอให้แหลกเป็นผุยผง!

เกียรติยศงั้นเหรอ ศักดิ์ศรีงั้นเหรอ พวกมันทำลายสิ่งเหล่านั้นของเธอไปจนหมดสิ้นแล้วตั้งแต่เมื่อคืน

ดวงตาคู่สวยของเรเดียสส่องประกายมืดมนและเด็ดเดี่ยวอย่างถึงที่สุด เธอไม่ลังเลอีกต่อไป...เรเดียสยื่นมืออันสั่นเทาและเปรอะเปื้อนคราบโคลนของเธอขึ้นไป... แล้ววางทับลงบนมือหนาของซารอส อย่างหนักแน่น

“ฉันตกลงค่ะ...” เรเดียสเอ่ยเสียงเด็ดเดี่ยว สบตากับซาตานตรง ๆ โดยไม่หลบสายตา 

“ฉันยอมเป็นของคุณ... ร่างกาย วิญญาณ และชีวิตของฉัน เป็นของคุณนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป”

ซารอสกระชับฝ่ามือใหญ่กุมมือบางของเธอไว้แน่น แรงบีบมหาศาลทำให้เรเดียสรับรู้ถึงพันธนาการอันหนักอึ้งที่กำลังจะผูกติดชีวิตเธอไปตลอดกาล ซารอสดึงร่างบางให้ลุกขึ้นยืน... ทว่าด้วยความอิดโรยและไข้สูง ร่างของเรเดียสกลับโอนเอียง ล้มพับลงใส่ร่างแกร่งของเขาในทันที

มาเฟียใหญ่ไม่ปฏิเสธ เขาช้อนร่างบางเปียกปอนของเธอขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมแขนแนบกับอกแกร่งอย่างง่ายดาย สายตาคมกริบมองใบหน้าหวานที่สลบไสลไปในอ้อมอกด้วยความว่างเปล่า

“พาตัวเธอไปที่ห้องนอนของฉัน...” ซารอส ออกคำสั่งกับบอดี้การ์ดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ 

“ตามหมอมารักษาบาดแผล... อย่าให้ ของเล่นใหม่ ของฉันต้องตายไปเสียก่อน”

“ครับท่านซารอส”

ซารอสอุ้มร่างของเรเดียสเดินก้าวกลับเข้าสู่คฤหาสน์หรูหรา ประตูเหล็กบานยักษ์ปิดล็อกลงอีกครั้งอย่างสมบูรณ์...ก้าวแรกสู่พันธนาการซาตานได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และชีวิตของเรเดียสจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป