บทที่ 6 ตราหน้าของเล่นคนโปรด
ความอบอุ่นอันแสนประหลาดค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่ผิวกายที่เคยเย็นเชียบดุจน้ำแข็ง...
เรเดียสค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ปรับความคมชัด เพดานห้องสูงตระหง่านแกะสลักด้วยลวดลายยุโรปโบราณหรูหรา ไฟชานเดอเลียร์คริสตัลส่องแสงสีส้มทองนวลตา เตียงนอนขนาดใหญ่ที่เธอนอนอยู่หนานุ่มและหอมละมุนไปด้วยกลิ่นอายเฉพาะตัว... กลิ่นซิการ์ราคาแพงผสมกลิ่นไม้หอมเข้มข้นที่เป็นเอกลักษณ์ของ ซารอส
“ฟื้นแล้วเหรอคะ... คุณเรเดียส”
เสียงทุ้มอ่อนโยนของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นข้างเตียง เรเดียสสะดุ้งตัวเล็กน้อย พยายามพยุงกายลุกขึ้นนั่ง แต่ว่าความเจ็บระบมตามร่างกายและอาการปวดหัวจากพิษไข้กลับทำให้เธอต้องชะงัก
“อย่าเพิ่งรีบลุกเลยค่ะ คุณยังมีไข้สูงอยู่” แม่บ้านใหญ่ในชุดยูนิฟอร์มเนี๊ยบกริบเอ่ยขึ้น พร้อมกับชี้ไปทางแพทย์หนุ่มในชุดกาวน์ที่กำลังเก็บอุปกรณ์ทางการแพทย์ลงกระเป๋า
“บาดแผลภายนอกหมอดำเนินการทำแผลและเย็บรอยบาดที่เท้าให้เรียบร้อยแล้วนะครับ” หมอเจย์แพทย์ประจำตระกูลหันมากล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“ส่วนอาการไข้และรอยช้ำตามร่างกาย หมอได้ฉีดยาบรรเทาปวดและยาลดไข้ชนิดแรงให้แล้ว คาดว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงไข้จะลดลงครับ”
“ขอบคุณ... ขอบคุณค่ะ” เรเดียสส่งเสียงแหบพร่า เอ่ยขอบคุณด้วยความมึนงง
หมอพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงแม่บ้านใหญ่และสาวใช้สองคนที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ปลายเตียง
“นายท่านสั่งให้พวกดิฉันดูแลชำระร่างกายและทำความสะอาดตัวคุณให้เรียบร้อยค่ะ” แม่บ้านใหญ่กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้อารมณ์
“เชิญคุณที่ห้องน้ำค่ะ”
การชำระล้างคราบโคลน สายฝน และคราบเลือดดำเนินไปอย่างพิถีพิถัน สายน้ำอุ่นจากฝักบัวทองเหลืองไหลผ่านเรือนร่างบอบช้ำ ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ คราบโคลนแห้งกรังหลุดออกไป เผยให้เห็นผิวพรรณเนียนละเอียดขาวราวกับหิมะ แม้จะมีรอยช้ำเขียวช้ำแดงจากรอยตบและรอยกระแทกปรากฏอยู่ตามผิวเนียน แต่กลับไม่อาจบดบังเรือนร่างได้รูปและทรวดทรงองเอวอันงดงามตามธรรมชาติของเด็กสาววัยยี่สิบปีได้เลย
หลังจากเช็ดตัวจนแห้ง สาวใช้ก็นำชุดที่ ซารอส เป็นคนเลือกไว้มาสวมใส่ให้เธอ...
มันคือชุดเดรสผ้าซีทรูสีดำสนิท ยาวครึ่งด้ามขา เนื้อผ้านุ่มลื่นและบางเบาจนแนบชิดไปกับทุกสัดส่วนของร่างกาย ดีไซน์เว้าลึกเผยให้เห็นแผ่นหลังเนียนและเนินอกอิ่มฟูอย่างยั่วเย้า แม้จะมีชุดชั้นในลูกไม้สีดำสวมอยู่ภายใน แต่มันกลับยิ่งเน้นย้ำความเย้ายวนและอันตรายของเรือนร่างอย่างเปิดเผย!
เรเดียสมองตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ด้วยความรู้สึกหนาวสะท้านถึงขั้วหัวใจ... ชุดนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความอบอุ่น แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อ “การตีตรา” ว่าเธอคือของเล่นรับรองอารมณ์ของเขาโดยสมบูรณ์
“ชุดเรียบร้อยแล้วค่ะ... เชิญคุณเรเดียสนั่งรอท่านซารอสที่หัวเตียงได้เลยค่ะ” แม่บ้านใหญ่กล่าว ก่อนจะพาสาวใช้เดินออกจากห้องและปิดประตูลงดัง กึก
ความเงียบสงัดครอบคลุมห้องนอนขนาดมหึมาทันที...
เรเดียสนั่งอยู่บนขอบเตียงกว้าง มือบางทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นบนตัก หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกด้วยความหวาดหวั่นผสมผสานกับความรู้สึกสับสน ยาเร่งฤทธิ์ของหมอเริ่มทำให้ไข้ลดลง ความร้อนผ่าวกลับแล่นผ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
เธอรู้ดีว่า... คืนนี้ ไม่ใช่คืนที่เธอจะได้พักผ่อนอย่างสงบ สัญญาซาตานที่เธอเซ็นไว้ด้วยวิญญาณและเรือนร่าง กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้ว!
แกร๊ก...
เสียงปลดล็อกประตูห้องนอนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ!
หัวใจของเรเดียสกระตุกวูบ เธอหันไปมองทางประตูทันที ร่างสูงใหญ่กำยามเกือบสองเมตรของ ซารอส เดินก้าวเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มใหญ่ถอดเสื้อสูทออกแล้ว เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมคอลงสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและเสน่ห์แห่งอำนาจที่ซ่อนอยู่ใต้เนื้อผ้า เรือนผมสีดำเสยขึ้นอย่างลวก ๆ กลิ่นวิสกี้หอมหวานผสมกลิ่นซิการ์เข้มข้นอบอวลตามตัวเขาเข้ามา
นัยน์ตาคมกริบสีรัตติกาลดุจพญาราชสีห์ จ้องมองตรงมายังร่างบางที่นั่งอยู่บนหัวเตียง...
ซารอสชะงักเท้าไปเล็กน้อย สายตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างของเรเดียสที่ไร้คราบโคลนและสายฝน ผิวขาวเนียนกระจ่างตาที่โผล่พ้นชุดเดรสซีทรูสีดำ ทรวดทรงอกเอวสะโพกที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าบางเบา และใบหน้าหวานที่บัดนี้ไร้คราบน้ำตา เหลือเพียงดวงตาคู่สวยที่สั่นระริกด้วยความกลัว แต่ยังคงซ่อนประกายความดื้อรั้นเอาไว้
ความงดงามอันเปราะบางที่ผสมผสานกับบาดแผลและไฟแค้น... กระตุ้นสัญชาตญาณความดิบโหดและการครอบครองในกายของมาเฟียใหญ่ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ดูสะอาดสะอ้านขึ้นเยอะนี่...” ซารอสเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาทรงอำนาจจ้องจับจ้องเธอไม่คลาดสายตา
เขาเดินก้าวเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า แต่ละก้าวของเขามีพลังกดดันมหาศาลจนอากาศในห้องคล้ายจะหนักอึ้ง เรเดียสขยับตัวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ร่างบางค่อย ๆ ถดกายหนีจนหลังชิดเข้ากับขอบหัวเตียงไม้สักหนา
ซารอสหยุดลงที่ข้างเตียง เขาทอดสายตามองลงมาจากเบื้องสูง ก่อนจะค่อย ๆ ปีนขึ้นมาบนเตียงกว้าง ท่าทางการเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยความคุกคามดุจนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อเข้าจนมุม
“คุณ... คุณซารอส...” เรเดียสส่งเสียงติดขัด ลมหายใจเริ่มกระตุกเมื่อร่างสูงใหญ่ของเขาทาบทับเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงความร้อนจากผิวกายของเขา
“กลัวเหรอ” ซารอสถามขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความเย็นชาและหยอกเย้า เขาโน้มตัวลงมา ยันฝ่ามือหนาทั้งสองข้างลงกับหัวเตียง คร่อมร่างบางของเธอไว้ตรงกลางอย่างสมบูรณ์
กลิ่นหอมอันตรายจากตัวเขาหลอมละลายสติสัมปชัญญะของเรเดียส ดวงตาคู่สวยสบตากับเขาในระยะห่างเพียงไม่กี่นิ้ว หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
“ฉัน... ฉันไม่ได้กลัว...” เธอ พยายามบังคับเสียงตอบกลับ อย่างดื้อรั้น ทั้งที่ร่างกายกำลังสั่นสะท้าน
“โกหก...” ซารอสเหยียดยิ้มเย็นที่มุมปาก นิ้วเรียวยาวและแข็งแกร่งของเขายื่นมาลูบไล้ผ่านกรอบหน้าหวาน ลากผ่านแก้มเนียนที่มีรอยตบเขียวช้ำเบา ๆ
“ดวงตาของเธอมันสั่นระริก... หัวใจของเธอกำลังเต้นรวดเร็วดุจลูกนกที่กำลังจะโดนบดขยี้”
เขาลดหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดใส่ต้นคอและบ่าไหล่ของเธอ
“จำสัญญาของเราได้ไหม เรเดียส” ซารอสกระซิบข้างใบหูเล็ก เสียงทุ้มต่ำนั้นสลักลึกลงในดวงวิญญาณ “เธอเป็นของฉัน... ทั้งร่างกาย วิญญาณ และอิสรภาพ เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ และไม่มีสิทธิ์ถอยหนี”
สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่เลื่อนลงมาบีบเค้นเอวบางอย่างแรง ทำให้เรเดียสร้องออกมาเบา ๆ ความร้อนรุ่มจากพิษไข้ปะปนกับความหวาดกลัวและความกระสันที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากพูดอะไร... ซารอสก็บดเบียดริมฝีปากหนาลงมาประทับจูบลงบนริมฝีปากหวานของเธอทันที
อื้อออ!
เรเดียสตาโตด้วยความตกใจ จูบของซารอสไม่ได้มีความอ่อนโยนหรือนุ่มนวลเลยสักนิด มันคือจูบของพญาราชสีห์ที่กำลังขย้ำเหยื่อ เขาบีบบังคับเรียกร้อง เรียวลิ้นร้อนรุ่มพุ่งแทรกซึมเข้าไปในโพรงปากหวานอย่างดุดันและเร่าร้อน สูบฉีดดึงดูดความหวานและความรื่นรมย์จากเธออย่างเอาแต่ใจ
ฝ่ามือหนาใหญ่ของเขาล็อกท้ายทอยของเธอไว้แน่น ไม่ยินยอมให้เธอเบือนหน้าหนีแม้แต่เซนติเมตรเดียว ส่วนมืออีกข้างเลื่อนลงมาลูบไล้ผ่านแผ่นหลังเนียนบางใต้ผ้าซีทรู บีบเค้นสะโพกงอนงามและเน้นย้ำสัมผัสแห่งความเป็นเจ้าของอย่างเด็ดขาด
สัมผัสรุนแรง ร้อนแรง และทรงอำนาจนั้น ทำให้สติของเรเดียสขาวโพลนไปหมด ร่างกายบอบช้ำตอบสนองต่อรสจูบอันดิบโหดอย่างน่าประหลาด ความกลัวที่เคยมีกลับถูกความกระสันและความวูบวาบในช่องท้องกลืนกินไปทีละน้อย ร่างบางสั่นระริก มือเรียวเล็กที่เคยพยายามดันอกแกร่งออก ค่อย ๆ จิกเกร็งลงบนไหล่หนาของเขาเพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ลอยเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัส
ซารอสถอนจูบออกช้า ๆ เสียงลมหายใจของทั้งสองคนดังหอบกระสันแข่งกับความเงียบภายในห้อง ริมฝีปากบางของเรเดียสบวมเจ่อและบอบช้ำ นัยน์ตาคู่สวยฉ่ำปรือไปด้วยหยาดน้ำตาและอารมณ์เสน่หาที่ถูกปลุกขึ้นมา
ซารอสมองใบหน้าเย้ายวนของ ‘ของเล่นชิ้นใหม่’ ด้วยสายตาพึงพอใจลึก ๆ นัยน์ตามืดมิดส่องประกายอันตราย
“จำรสชาตินี้ไว้ให้ดี... เรเดียส” มาเฟียใหญ่เอ่ยเสียงทุ้มต่ำพร่า มือกว้างบีบกระชับคางของเธอไว้เบา ๆ
“นับจากนี้เป็นต้นไป... ทุกตารางนิ้วบนร่างกายของเธอ คือของฉันแต่เพียงผู้เดียว”
เรเดียสจ้องมองซาตานตรงหน้าด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน เธอรู้ดีว่าตัวเองได้ก้าวลงสู่กับดักแห่งพันธนาการที่ไร้ทางออกแล้ว... ทว่าไฟแค้นในอกกลับกระซิบตักเตือนให้เธอยอมรับความอัปยศนี้ เพื่อแลกกับวันที่ซารีสและเบอร์ลินจะต้องคุกเข่าอ้อนวอนเธอ
“ค่ะ... ฉันเป็นของคุณ...” เรเดียสเอ่ยกระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาทว่าเด็ดเดี่ยว
ซารอสเหยียดยิ้มเย็นอย่างชอบใจ ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ตราหน้าความเป็นเจ้าของลงบนผิวกายเนียนอย่างหนักแน่นและเร่าร้อนตลอดทั้งคืน
