บทที่ 1 วิมานทัณฑ์
ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำ ร่างบอบบางของ ‘ตามฝัน’ วิ่งกระหืดกระหอบฝ่าความมืดและแอ่งน้ำขังบนฟุตบาท รองเท้าคัตชูสีดำเปรอะเปื้อนโคลน เสื้อเชิ้ตสีขาวและเสื้อกั๊กพนักงานบาร์เทนเดอร์เปียกชุ่มลู่แนบติดสัดส่วนโค้งเว้า
หญิงสาวหอบหายใจจนตัวโยน ขาทั้งสองข้างอ่อนล้าจนแทบจะก้าวไม่ออก แต่ความหวาดกลัวสั่งให้เธอต้องวิ่ง... วิ่งให้ไกลที่สุด!
เสียงตะโกนแหบพร่าของ เสี่ยหาญ ลูกค้าวีไอพีกระเป๋าหนักยังคงดังก้องหลอกหลอนอยู่ในโสตประสาท
‘จะเล่นตัวไปถึงไหนวะฝัน! แค่ไปชงเหล้าให้เฮียกินต่อที่คอนโดสองต่อสอง เฮียจ่ายให้ไม่อั้น... หรือจะให้เหมาจ่ายล่วงหน้าเป็นเดือนเลยก็ยังได้!’
ตามฝันหลับตาปี๋ สะบัดศีรษะไล่ความทรงจำอันน่าขยะแขยง โชคยังดีที่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เธอรวบรวมความกล้าใช้ถาดสเตนเลสฟาดหน้าเสี่ยตัณหากลับเต็มแรง แล้วสลัดตัวหนีเอาตายออกมาจากประตูด้านหลังผับได้
น้ำตาร้อน ๆ ไหลปนลงมากับหยาดฝน โลกความเป็นจริงของนักศึกษาปีสี่อย่างเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
แม้จะเป็นถึงเด็กหัวกะทิของคณะที่สอบได้คะแนนระดับเกียรตินิยม แต่โชคชะตากลับบีบบังคับให้เธอต้องดิ้นรนแทบขาดใจเพื่อหาเงินส่งไปรักษา แม่
ที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์
ความขัดสนและบิลค่ารักษาที่จ่อคอหอย ทำให้เธอตัดสินใจรับงานชงเหล้าในผับคืนนี้เป็น ครั้งแรก
เพื่อมาทำหน้าที่แทน เชอรี่เพื่อนสนิทที่ขอร้องให้เธอมาเข้ากะแทนกะทันหัน
แม้จะรู้ดีว่าสถานที่แห่งนี้อโคจรแค่ไหน แต่ค่าตอบแทนที่สูงลิ่วก็พอจะต่อลมหายใจให้แม่ของเธอไปได้อีกเดือน
ทว่าสิ่งที่ต้องเผชิญเมื่อครู่ มันตอกย้ำให้หญิงสาวสาบานกับตัวเองอย่างเด็ดขาดว่า
ฝันร้ายในสถานที่แบบนี้ จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย
ที่เธอจะเหยียบย่างเข้ามา
เปรี้ยง!
แสงฟ้าแลบสาดประกาย ตามด้วยเสียงฟ้าร้องกึกก้อง ร่างที่บอบช้ำและหวาดผวาพยายามวิ่งลัดเลาะเข้าซอยเปลี่ยวเพื่อหาทางกลับห้องพัก
ทว่าจังหวะนั้นเอง แสงไฟหน้ารถยนต์ที่สาดวาบขึ้นมาในความมืดก็ทำเอาเธอต้องชะงักงัน ยกมือขึ้นบังตา
รถสปอร์ตสีดำสนิทจอดนิ่งอยู่ตรงมุมมืดริมถนน ราวกับสัตว์ร้ายที่ดักซุ่มรอเหยื่อมาเนิ่นนาน
ประตูรถถูกผลักออก ร่างสูงใหญ่ของผู้ชายคนหนึ่งก้าวลงมายืนขวางทาง ท่ามกลางม่านฝน ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองทะลุเสื้อผ้าเปียกปอนของเธออย่างจาบจ้วงและเย็นชา รังสีอันตรายที่แผ่ออกมานั้น... น่ากลัวยิ่งกว่าเสี่ยหาญนับร้อยเท่า
นี่มันหนีเสือ... มาปะจระเข้ชัด ๆ
“ค... คุณเป็นใคร”
เสียงหวานสั่นพร่า ถอยกรูดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ชายหนุ่มไม่ตอบ เขาสืบเท้าเข้ามาหาอย่างคุกคาม นัยน์ตาสีนิลมืดมิดและวาวโรจน์ไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความพยาบาท เขามาดักรออยู่ที่นี่นานแล้ว... รอเพื่อจะลากตัว ผู้หญิงแพศยา ที่ทำให้ชีวิตน้องชายเขาต้องพังพินาศ ไปลงนรกด้วยมือของเขาเอง
ความเหนื่อยล้าสะสมทั้งร่างกายและจิตใจถาโถมเข้าใส่จนถึงขีดจำกัด ตามฝันพยายามจะหมุนตัววิ่งหนี
แต่ขาทั้งสองข้างกลับไร้เรี่ยวแรง โลกทั้งใบหมุนคว้าง สติสัมปชัญญะของเธอดับวูบลงในวินาทีที่ร่างสูงตระหง่านก้าวเข้ามาประชิด
ร่างบอบบางทรุดฮวบ ร่วงหล่นสู่อ้อมแขนแข็งแกร่งของมัจจุราชอย่างพอดิบพอดี
‘เทียน’ ก้มมองร่างไร้สติในอ้อมแขน แค่นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน
“มารยาเก่งสมคำร่ำลือ...”
เขากดเสียงต่ำกลางสายฝน ก่อนจะตวัดอุ้มร่างเปียกชุ่มนั้นขึ้นแนบอก ยัดใส่เข้าไปในรถสปอร์ตคันหรู มัจจุราชหนุ่มปิดประตูรถขังเหยื่อไว้ในอุ้งมือ ก่อนจะเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปในความมืดมิด... ลากตัวจำเลยสาวเข้าสู่วิมานทัณฑ์ ที่เธอจะไม่มีวันหนีพ้น!
บางครั้ง... ความเงียบก็มีน้ำหนัก
ตามฝันเพิ่งรู้ซึ้งถึงคำกล่าวนี้ในเช้าวันที่ตื่นขึ้นมาบนพื้นเย็นเฉียบของสถานที่ที่เธอไม่รู้จัก ไม่ใช่ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศในห้องเช่าซอมซ่อของเธอ แต่เป็นความเย็นเรียบลื่นของพื้นไม้ราคาแพงที่ซึมผ่านผิวกายเข้ามาจนขนลุกชัน หญิงสาวขยับตัวเพียงเล็กน้อย
ความปวดหนึบก็แล่นร้าวจากหัวไหล่ลงไปถึงต้นแขนจนต้องกัดริมฝีปากกลั้นเสียงคราง
เธอค่อย ๆ ปรือตาลืมขึ้น
ภาพแรกที่เห็นไม่ใช่เพดานต่ำ ๆ ที่มีคราบน้ำซึม ไม่ใช่พัดลมตัวเก่าที่หมุนส่งเสียงดังน่ารำคาญ แต่เป็นโคมไฟคริสตัลระย้าที่ห้อยลงมาจากเพดานสูง
แสงยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านหนาสีเทาเงินเข้ามาอาบทั่วห้องนอนกว้างขวางจนดูวังเวง เตียงหลังใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง ผ้าปูเตียงเรียบตึง
เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นดูหรูหรา... และเย็นชาอย่างบอกไม่ถูก
ที่นี่ไม่ใช่ห้องของเธอ
ความคิดนั้นกระชากสติที่หลุดลอยให้กลับมาอย่างรวดเร็ว
ตามฝันยันตัวลุกขึ้นนั่ง มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมขมับ ความทรงจำก่อนหมดสติย้อนกลับมาเป็นฉาก ๆ...
ถนนหน้าร้านสะดวกซื้อ แสงไฟท้ายรถสีแดง เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่ก้าวตามมาติด ๆ กลิ่นฉุนกึกของสารเคมีบางอย่างที่อัดแน่นปิดจมูก จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบลง
เธอถูกลักพาตัวมา!
หัวใจของหญิงสาวเต้นกระหน่ำรัว สายตากวาดมองไปทั่วห้องเพื่อหาประตู หน้าต่าง หรืออะไรก็ตามที่จะบอกได้ว่าเธอถูกจับมาขังไว้ที่ไหน
แต่ก่อนจะพบทางออก สายตาของเธอกลับไปสะดุดเข้ากับกรอบรูปสีทองบนโต๊ะข้างเตียงเสียก่อน
ผู้ชายในภาพมีใบหน้าหล่อเหลา ทว่าดูอ่อนโยน ดวงตาของเขาอบอุ่น รอยยิ้มดูสุภาพเหมือนคนใจดีที่ไม่เคยทำร้ายใคร ใต้กรอบรูปนั้นมีตัวอักษรสลักเอาไว้เรียบร้อย
‘ธูป อัศวเดชากุล’
ตามฝันขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าของผู้ชายคนนี้เธอไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อนแน่ ๆ ทว่า... ชื่อของเขากลับคล้ายจะเคยผ่านหูมาบ้าง
ธูป... ชื่อนี้ ‘เชอรี่’ เพื่อนสนิทของเธอเคยพูดถึงบ่อย ๆ เวลาที่แชตมาอวดว่ากำลังคุยอยู่กับหนุ่มสายเปย์กระเป๋าหนัก ตามฝันยังจำได้ว่าเธอเคยคิดในใจว่าผู้ชายชื่อธูปคนนี้ คงเป็นแฟนใหม่ของเพื่อน
แล้วทำไม... รูปแฟนของเชอรี่ถึงมาตั้งอยู่ที่นี่? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการที่เธอถูกจับตัวมา?
แกร๊ก...
เสียงปลดล็อกประตูดังขึ้นแผ่วเบา แต่สำหรับคนที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาในห้องแปลกหน้า เสียงนั้นดังกึกก้องราวกับเสียงเคาะเคียวของมัจจุราช
