บทที่ 2 มัจจุราชในวิมาน

ตามฝันสะดุ้งสุดตัว ร่างบอบบางถดถอยหลังหนีโดยสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับขอบเตียง

สองมือกำขอบผ้าห่มเอาไว้แน่น ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าผ้าผืนบางไม่อาจใช้เป็นเกราะกำบังอะไรได้เลย

ประตูไม้โอ๊กบานใหญ่ถูกผลักออกช้า ๆ ผู้ชายคนหนึ่งก้าวเข้ามา

เพียงแค่การปรากฏตัวของเขา อากาศภายในห้องก็คล้ายจะลดอุณหภูมิลงอย่างเฉียบพลัน

ร่างสูงใหญ่สวมชุดสูทสีดำสนิท ตัดกับผิวขาวจัด

และใบหน้าคมคายที่ราบเรียบไร้อารมณ์ ดวงตาสีนิลคู่นั้นจ้องตรงมาที่เธอด้วยความเยียบเย็น

มันไม่ใช่สายตาของคนแปลกหน้าที่กำลังสงสัย และไม่ใช่สายตาของผู้ชายที่บังเอิญเปิดมาเจอผู้หญิงตื่นกลัวอยู่ในห้อง

แต่เป็นสายตา... ของคนที่พิพากษาความผิดของเธอไปเรียบร้อยแล้ว

“ตื่นแล้วงั้นสิ”

เสียงของเขาทุ้มต่ำ เรียบนิ่ง และปราศจากความเมตตาใด ๆ ตามฝันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“คุณเป็นใคร”

ชายหนุ่มไม่ตอบ เขาเพียงแค่ก้าวเดินเข้ามาหาช้า ๆ

ทุกจังหวะการลงน้ำหนักเท้าดูมั่นคง เด็ดขาด

และบีบคั้นให้จังหวะการเต้นของหัวใจเธอทำงานหนักขึ้น        

“ฉันถามว่าคุณเป็นใคร!”                           

เธอพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น                             

“แล้วจับตัวฉันมาที่นี่ทำไม!”

ริมฝีปากได้รูปของเขากระตุกขึ้นเพียงนิด คล้ายจะยิ้ม แต่กลับเป็นรอยเหยียดหยันที่ทำให้ตามฝันรู้สึกเหมือนถูกมองทะลุไปถึงสันดานดิบ                                                                                   

“ยังจะตีบทแตก เล่นละครต่ออีกงั้นสิ... ตามฝัน”

ชื่อของเธอที่หลุดออกมาจากปากเขาอย่างชัดถ้อยชัดคำ ทำเอาความหนาวเหน็บแล่นปราดไปตามแนวกระดูกสันหลัง

“คุณรู้จักชื่อฉันได้ยังไง”                                                   

“ฉันรู้มากกว่าชื่อของเธอเสียอีก”

เขาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว                

“รู้ว่าเธอเรียนที่ไหน ทำงานอะไร รู้ว่าแม่ของเธอพักรักษาตัวอยู่ที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วยแห่งไหน... และรู้ด้วยว่า ผู้หญิงหน้าซื่อตาใสอย่างเธอ สูบเลือดสูบเนื้อหาเงินเก่งแค่ไหน... จากความไว้ใจของผู้ชายคนหนึ่ง”

ถ้อยคำเหยียดหยามนั้นเปรียบเสมือนฝ่ามือที่ฟาดลงมา

กลางหน้า ตามฝันมองเขาด้วยแววตาสับสน                                   

“คุณพูดเรื่องบ้าอะไรของคุณ!”

แทนคำตอบ ชายหนุ่มโยนแฟ้มสีดำในมือลงบนเตียง กระดาษหลายแผ่นปลิวว่อนหลุดกระจายเกลื่อนผ้าปูสีเทาเงิน ตามฝันก้มลงมองเพียงแวบเดียว หัวใจก็หล่นวูบ

ภาพสำเนาสมุดบัญชีธนาคารของเธอ รายการโอนเงินเข้าออกหลักแสนหลายสิบรายการ ภาพแคปเจอร์หน้าจอแชตสนทนาที่เต็มไปด้วยถ้อยคำหวานเลี่ยน... และภาพจากคลิปวิดีโอของผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนเธอราวกับแกะ!

แต่ตามฝันรู้ดี... นั่นไม่ใช่เธอ!                                     

รอยยิ้มออดอ้อนและจริตมารยาแบบนั้นเธอไม่เคยทำ ความทรงจำเมื่อหลายเดือนก่อนแล่นปะทะเข้ามาในหัว เชอรี่... เพื่อนทรยศคนนั้นเคยตื๊อขอถ่ายคลิปใบหน้าเธอหลาย ๆ มุม อ้างว่าจะเอาไปทำโมเดลกราฟิกส่งงาน

โปรเจกต์อาจารย์

ที่แท้... เชอรี่ก็เอาคลิปพวกนั้นไปใช้เทคโนโลยีสลับหน้า สร้างตัวตนจอมปลอมขึ้นมาเพื่อปอกลอกผู้ชายคนนี้

มือเล็กที่เอื้อมไปหยิบแผ่นกระดาษสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้ ตัวหนังสือบนหน้ากระดาษพร่ามัวไปหมด

ทั้งที่เธอยังไม่ได้ร้องไห้ด้วยซ้ำ

“นี่มัน...ไม่ใช่ฉัน"                                                               

เสียงของเธอแห้งผากและสั่นเครือ                        

“ฉันพูดจริง ๆ นะคะ!”

เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาทันที               

“ข้อความพวกนี้ฉันไม่ได้เป็นคนพิมพ์ และคลิปพวกนี้ก็เป็นของทำปลอมขึ้นมา เชอรี่เคยหลอกถ่ายคลิปหน้าฉันไป คุณเป็นนักธุรกิจระดับนี้ น่าจะรู้ดีนะคะว่าเทคโนโลยีสมัยนี้มันตัดต่อสวมรอยหน้าคนอื่นได้เนียนแค่ไหน!”

“แต่ทุกอย่างมันทำธุรกรรมภายใต้ ชื่อของเธอ”

“ก็เพื่อนฉันตั้งใจขโมยข้อมูลของฉันไปใช้ไงคะ!”

เธอตอกกลับเสียงสั่นแต่เด็ดเดี่ยว

“ใครกันคะที่จะโง่ใช้ชื่อจริง นามสกุลจริง และบัญชีของตัวเองไปหลอกสูบเงินคนอื่นเป็นล้าน ๆ ให้โดนตำรวจจับได้ง่าย ๆ!”

“ใคร?”                                                            

คำถามของเขาสั้น เยียบเย็น และเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือ ตามฝันเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเค้นชื่อที่เป็นดั่งบาดแผลในใจออกมา

“เชอรี่... เพื่อนของฉันเอง”                                               

เธอลุกลี้ลุกลนอธิบายต่อ                                                 

“เธอเคยขอยืมบัญชีฉันไป อ้างว่าจะเอาไปรับเงินค่าจ้างรีวิวสินค้า เธอเคยเอาบัตรประชาชนฉันไปถ่ายเอกสาร แล้วตอนนี้เธอก็หนีหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ฉันติดต่อเธอไม่ได้เลย... ฉันเองก็ตกเป็นเหยื่อ ถูกหลอกเหมือนกันนะคะ!”

เขาทอดสายตามองเธอนิ่งอยู่นาน นานพอที่จะทำให้ความหวังเล็ก ๆ ในใจของตามฝันเริ่มก่อตัวขึ้น ทว่า... มันก็ถูกบดขยี้แหลกเหลวด้วยประโยคถัดมา

“แต่งเรื่องได้เก่งดีนี่”                                                                   

“มันไม่ใช่เรื่องแต่งนะคะ!”                                                

“ผู้หญิงร้อยเล่มเกวียนที่หลอกผู้ชายจนตาย... มักจะมีนิทานซึ้ง ๆ เอาไว้แต่งแต่งเอาตัวรอดเสมอ”

ลมหายใจของตามฝันสะดุดกึก จนตาย...?

คำคำนั้นร่วงหล่นทับกลางใจอย่างหนักหน่วง ชายหนุ่มปรายตามองกรอบรูปบนโต๊ะข้างเตียง แววตาดุดันนั้นปรากฏรอยร้าวลึกพาดผ่านเพียงชั่ววูบ ก่อนจะกลับมาเย็นชาตามเดิม         

“ผู้ชายในรูปชื่อธูป... เขาเป็นน้องชายของฉัน”

ตามฝันหันไปมองภาพผู้ชายแปลกหน้าในกรอบรูปนั้นอีกครั้ง                                                                         

“เขาคือคนที่เธอหลอกให้รัก หลอกให้ไว้ใจ หลอกให้โอนเงินให้ครั้งแล้วครั้งเล่า"                                                     

เสียงของเขากดต่ำลงจนน่าขนลุก                              

“และเมื่อเขารู้ความจริงว่าความรักทั้งหมดมันเป็นแค่เรื่องหลอกลวง... เขาก็ไม่เหลือเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป”

ตามฝันส่ายหน้าไปมา หยาดน้ำตาเอ่อท้นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้                                                                  

“ไม่... ฉันไม่เคยรู้จักเขา!”                                                

“แต่เขารู้จักเธอ!”                                                           

“คนที่เขารู้จักไม่ใช่ฉัน!”

“หยุดตอแหลสักที!!”

เสียงตวาดกร้าวของเขาดังลั่นกระแทกผนังห้อง ตามฝันสะดุ้งสุดตัว แผ่นกระดาษในมือร่วงหล่นลงบนตัก น้ำตาหยดแรกไหลทะลักลงบนหลักฐานความผิดที่เธอไม่เคยก่อ

ชายตรงหน้าก้มมองน้ำตานั้นด้วยแววตาไร้ความรู้สึก    

“เก็บน้ำตาบีบน้ำตาของเธอเอาไว้เถอะ... มันไม่มีค่าอะไรให้ฉันต้องรู้สึกสงสาร”

ตามฝันกัดฟัน ยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้มอย่างลวก ๆ                                                            

“ฉันไม่ได้ร้องไห้เพื่อให้คุณมาเวทนา”                         

เธอสวนกลับด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ทว่าเด็ดเดี่ยว                     

“ฉันร้องไห้... เพราะความโกรธที่ตัวเองต้องมาถูกลากมารับโทษ ในความผิดของคนอื่นต่างหาก”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป