บทที่ 6 บ้านที่เงียบเกินไป

ร้องไห้ให้ตัวเองที่ถูกลากมาเป็นจำเลยในความรักที่ไม่เคยเริ่มต้น

และร้องไห้ให้ความโหดร้ายของคนที่สร้างเรื่องทั้งหมดขึ้นมา โดยไม่สนใจเลยว่าความโกหกหนึ่งเรื่อง จะทำลายชีวิตคนได้มากแค่ไหน

“ฉันขอโทษนะคะ...”                                                               

เสียงหวานกระซิบสั่นพร่า หยาดน้ำตาเอ่อคลอเบ้า                      

“ขอโทษ... ที่ชื่อและหน้าตาของฉัน กลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณต้องจบชีวิตลงแบบนี้ ทั้งที่ฉันไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย... ฉันขอโทษจริง ๆ”

แม้จะตกเป็นแพะรับบาป แต่เมื่อได้เห็นรอยยิ้มของผู้ชายที่ต้องมาตรอมใจตายเพราะถูกคนใกล้ตัวของเธอหลอกลวง ความรู้สึกผิดก็ตีตื้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ในเวลานี้ เธอกลับถูกยัดเยียดสถานะ ‘ผู้หญิงของเขา’ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หญิงสาวหลับตาลงช้า ๆ ภาพของแม่ผุดขึ้นมาในความมืดหลังเปลือกตา ภาพของหญิงวัยกลางคนในชุดคนไข้สีซีด... แม่ที่บางวันส่งยิ้มให้เธอเหมือนจดจำกันได้ บางวันชักสีหน้าหวาดระแวงและถามว่าเธอคือใคร และบางวันก็กุมมือเธอเอาไว้แน่นแล้วร้องเรียกชื่อพ่อที่จากไปเนิ่นนาน

ตามฝันรู้ดีกว่าใครว่าผู้ป่วยอัลไซเมอร์ไม่ได้ลืมแค่ชื่อคน พวกเขาหลงทางอยู่ในบ้านของตัวเอง หลงทางอยู่ในห้วงเวลา หลงทางอยู่ในเศษซากความทรงจำที่เคยมั่นคงที่สุด และหน้าที่ของคนที่รักพวกเขา... ทำได้เพียงค่อย ๆ ก้าวตามเข้าไปในม่านหมอกนั้น พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จับมือประคองอย่างเบามือ และภาวนาไม่ให้พวกเขาหวาดกลัวกับโลกที่บิดเบี้ยวไปในทุกเช้าที่ลืมตาตื่น

เพราะรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดนี้... เธอจึงเกลียดคำสั่งของเทียนเข้าไส้

ไม่ใช่แค่เพราะมันทำร้ายและตีกรอบชีวิตเธอ แต่มันคือการนำเอาความเปราะบางของหญิงชราคนหนึ่ง มาเป็นโล่บังหน้าเพื่อสนองตัณหาความแค้นของตัวเอง

ก๊อก... ก๊อก...

เสียงเคาะประตูปลุกให้ตามฝันสะดุ้งหลุดจากภวังค์ เธอรีบยกหลังมือปาดหยาดน้ำตาที่รินไหลลงมาอาบแก้มออกลวก ๆ ก่อนจะหันขวับไปมอง

บานประตูเปิดออกโดยปราศจากคำขออนุญาต หญิงวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบแม่บ้านยืนนิ่งอยู่หน้าห้อง ใบหน้านั้นเรียบตึง ริมฝีปากเม้มสนิท สายตาที่กวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าแม้จะไม่ถึงขั้นหยาบคาย แต่ก็ห่างไกลจากคำว่าเป็นมิตรอย่างสิ้นเชิง

“คุณท่านรออยู่ที่ห้องอาหารค่ะ”

น้ำเสียงเรียบเฉยทำตามหน้าที่ ไร้ซึ่งความปรานีปราศรัย

ตามฝันปรายตามองชุดที่ถูกวางเตรียมไว้บนเก้าอี้ข้างตู้เสื้อผ้า ชุดเดรสกระโปรงสีฟ้าเนื้อผ้าพลิ้วไหว ตัดเย็บประณีตเกินกว่าที่คนอย่างเธอจะกล้าประเมินราคา มันดูสะอาดตา เรียบร้อย และเห็นได้ชัดว่าถูกเลือกเฟ้นมาอย่างตั้งใจ เพื่อให้หญิงชราที่รออยู่เบื้องล่างมองแล้วรู้สึกสบายใจที่สุด

ไม่ใช่เสื้อผ้าของเธอ... ไม่ใช่ตัวตนของเธอ

แต่วันนี้ เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสวมเปลือกจอมปลอมนี้

“ขอเวลาเปลี่ยนชุดสักครู่ได้ไหมคะ”

แม่บ้านมองเธอนิ่ง ก่อนจะพยักหน้าลงเพียงนิด                   

“สิบนาทีค่ะ... คุณเทียนไม่ชอบรอ”

ชื่อของมัจจุราชร้ายทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอีกครั้ง ตามฝันไม่ต่อปากต่อคำ เธอหยิบชุดกระโปรงตัวนั้นขึ้นมาแล้วเดินตรงเข้าห้องน้ำไปเงียบ ๆ

กระจกเงาบานใหญ่สะท้อนภาพหญิงสาวใบหน้าซีดเซียว ดวงตาบวมช้ำ และริมฝีปากที่แห้งผากไร้สีเลือด คนในกระจกดูละม้ายคล้ายเธอ ทว่ากลับแปลกตาอย่างประหลาด ราวกับเป็นหุ่นเชิดที่ถูกกระชากวิญญาณเดิมทิ้ง แล้วสวมทับด้วยบทบาทใหม่โดยไม่ได้ร้องขอ

ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนเงาสะท้อนของตัวเอง

“อย่าพังตอนนี้นะฝัน...”                                                         

เธอพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่ว                                                 

“แม่ยังรอแกอยู่”

สิบห้านาทีต่อมา ตามฝันก้าวออกจากห้องในชุด เดรสสีฟ้าอ่อน เรือนผมยาวสลวยถูกรวบต่ำไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อย ใบหน้าถูกล้างทำความสะอาด แม้ดวงตาจะยังหลงเหลือร่องรอยการร้องไห้ แต่เธอก็พยายามกดทับความอ่อนแอทั้งหมดเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย

แม่บ้านปรายตามองเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินนำออกไปตามโถงทางเดิน

“ดิฉันชื่อสาย เรียกป้าสายก็ได้ค่ะ”

“ค่ะ... ป้าสาย”

คนเดินนำไม่ได้หันกลับมามอง                                   

“คุณท่านอาการไม่ค่อยสู้ดีตั้งแต่คุณธูป...ไม่อยู่บ้าน”              

น้ำเสียงของหญิงสูงวัยสะดุดไปชั่วจังหวะหนึ่ง ก่อนจะปรับให้ราบเรียบตามเดิม                                                                              

“ท่านถามหาคุณธูปทุกวัน บางวันก็ร้องไห้ บางวันก็ตรอมใจไม่ยอมแตะข้าวปลาอาหาร คุณเทียนไม่ต้องการให้ท่านกระทบกระเทือนจิตใจ เพราะฉะนั้น...”

ป้าสายหยุดชะงักฝีเท้า หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับตามฝันตรง ๆ

“อย่าทำให้ท่านเสียใจ”

มันไม่ใช่คำขอร้อง แต่มันคือคำขู่เตือน ตามฝันสบตากับหัวหน้าแม่บ้าน แล้วตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า ภายในอาณาจักรแห่งนี้ คงไม่มีใครหน้าไหนเชื่อว่าเธอคือผู้บริสุทธิ์ ทุกคนคงรับรู้เรื่องราวผ่านมุมมองที่เทียนพิพากษาไปแล้ว... ว่าเธอคือผู้หญิงหน้าเงิน ผู้หญิงร้อยเล่ห์ที่หลอกลวงธูป ผู้หญิงสารเลวที่พรากหลานชายคนโปรดไปจากบ้านหลังนี้ตลอดกาล

เธออยากตะโกนแก้ต่างให้ตัวเอง

แต่ก็รู้ดีว่าต่อให้พูดจนคอแตก ในเวลานี้ก็ไม่มีใครยอมเปิดหูรับฟัง

“ฉันจะไม่ทำให้คุณย่าเสียใจค่ะ”

ป้าสายหรี่ตามอง คล้ายกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดของหญิงสาว ก่อนจะพยักหน้าและหันกลับไปเดินนำทางต่อ

คฤหาสน์เวชรังสีโอ่อ่าและกว้างใหญ่กว่าที่ตามฝันจินตนาการไว้มากนัก โถงทางเดินทอดยาวปูด้วยพรมทอเนื้อหนานุ่ม ผนังประดับประดาด้วยภาพจิตรกรรมราคาแพง หน้าต่างบานสูงเปิดรับแสงแดดยามเช้าให้สาดส่องลงมากระทบแจกันดอกไม้สดที่วางประดับเป็นระยะ ทุกตารางนิ้วถูกจัดวางอย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

ปราศจากฝุ่นผง ปราศจากรอยด่างพร้อย ทว่ากลับแล้งไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง... อย่างน้อยก็ในความรู้สึกของเธอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป