บทที่ 2 ไม่ไว้หน้า

ตอนที่2 ไม่ไว้หน้า

ธันวา

“พี่ธันทานซุปหน่อยนะคะ กัสตุ๋นเองตั้งแต่เมื่อวานเลยนะคะ...”

“มีโสมตั้งหลายอย่างที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงด้วย เหมาะกับคนทำงานหนักอย่างพี่ธันเลยค่ะ” เสียงหวายของผู้หญิงคนหนึ่งที่แม่ผมหามาให้จากไหนก็ไม่รู้ดังขึ้นบอกกับผมอย่างเอาอกเอาใจ พร้อมกับวางถ้วยซุปลงตรงหน้าให้ผม

“ฉันไม่กิน” ผมตอบกลับโดยไม่มองหน้าเธอเลยสักนิด เพราะรู้สึกรำคาญมากจนอยากไล่ตะเพิดออกไปให้พ้นหน้า

“ทานสักนิดนะคะ กัสอุตส่าห์ทำเองกับมือเลยนะ” เธอยังคงคะยั้นคะยอให้ผมกินไอ้ซุปบ้าๆ ที่เธอเอามาให้ไม่เลิกทั้งที่ไม่ได้ขอ

“ฉันไม่ได้ขอร้องให้เธอทำ” ผมหันกลับไปตอบเธอพร้อมมองหน้าเธอนิ่งๆ บ่งบอกความรู้สึกรำคาญและไม่พอใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง

แต่ถ้าไม่ได้โง่เกินไปก็จะมองออกว่าผมรำคาญเบื่อหน่ายเต็มทน แล้วคิดว่าผมไม่รู้เหรอว่าไอ้ซุปที่บอกว่าทำเองกับมืออ่ะ ถ้าไม่ให้แม่บ้านทำให้ก็คงไปซื้อมาจากห้องอาหารที่ไหนสักแห่งนั่นแหละ ไม่มีใครบ้ามายืนตุ๋นอะไรแบบนี้นานๆ ด้วยตัวเองหรอกโดยเฉพาะพวกผู้หญิงอย่างเธอ

ผม ธันวา ตอนนี้อายุ 30 ปี นิสัยผมรวมๆ แล้วจะเรียกว่าเลวก็ได้ แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรนักหรอก ผมเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน ทำให้อะไรๆ ก็ตกมาอยู่ที่ผมหมด(แต่ไม่ได้ดีไปซะทุกอย่างหรอกนะ) ที่บ้านผมทำธุรกิจโรงแรมทั่วประเทศตามหัวเมืองใหญ่ๆ และเมืองท่องเที่ยวต่างๆ

สถานะผมตอนนี้ โสด โสดมานานแล้วและไม่คิดจะมีใครอีก ผมต้องการแค่ความสนุกที่ไม่ผูกพัน ผู้หญิงส่วนใหญ่คบกับผมก็หวังเงินหวังสบายทั้งนั้น ส่วนไอ้ที่ไม่หวังสมบัติก็เป็นพวกลูกคุณหนูทำอะไรไม่เป็นสักอย่างนอกจากห่วงสวยไปวันๆ แล้วก็ประจบสอพลอเรียกร้องความสนใจ ซึ่งสำหรับผมแล้วมันน่าเบื่อมาก

“แต่กัสอยากทำให้พี่ธันทานนี่คะ” แต่เหมือนผมจะประเมินเธอสูงไป เพราะน้ำเสียงและสายตาที่ชัดขนาดนี้เธอยังไม่เข้าใจแล้วยังคงพูดออกมาอย่างไม่ยอมแพ้

“ถ้าอยากทำให้ก็อย่ามาบ่น ฉันจะกินไม่กินมันก็สิทธิ์ของฉัน” แต่ผมยังคงยอกย้อนกลับไปอย่างไม่แยแสต่อความรู้สึกของเธอเลยแม้แต่น้อย

แล้วถ้าถามว่าทำไมผมไม่ไล่ให้มันจบๆ... ผมไล่แล้ว แต่เธอไม่ยอมไป แล้วเธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่พ่อแม่ผมจัดการหามาให้แบบนี้ด้วย ผมเบื่อจนไม่รู้จะไล่หรือพูดยังไงแล้วเหมือนกัน

“แต่กัสเป็นห่วงพี่ธันนะคะ เห็นคุณป้าบอกว่าพี่ธันทำงานหนัก กัสก็แค่อยากหาอะไรที่มีประโยชน์มาให้พี่ธันทานก็แค่นั้นเองค่ะ” เธอยังเอาแต่พูดดีไม่หยุดพร้อมกับทำหน้าตาน่าสงสารเรียกร้องคะแนน

แต่ขอโทษว่ะ มันใช้ไม่ได้ผลกับผมหรอก กับไอ้แค่มารยาราคาสองบาทของผู้หญิงอ่ะ ผมเจอมาจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

“ถ้าเธอเป็นห่วงฉันจริงก็ควรรีบไปจากที่นี่ซะ เพราะมันเสียเวลาทำงานของฉัน” ผมพูดขึ้นอย่างตรงไปตรงมากับการไล่ผู้หญิงทุกคนอย่างไม่รักษาหน้าพวกเธอ

อย่าว่าผมไม่แมนเลย เพราะถ้าพวกเธอเป็นกุลสตรีจริงๆ คงไม่หน้าด้านหน้าทนอยู่ตื้อผู้ชายที่เขาไม่สนใจตัวเองเป็นนานสองนานทั้งที่ผู้ชายเขาไล่แบบนี้หรอก ทั้งที่ผมแสดงออกชัดเจนมากมาตลอดว่าผมไม่ต้องการพวกเธอ ไม่สนใจพวกเธอ แต่ก็ยังจะพากันดั้นด้นอยู่อยู่ได้

“ทำไมพี่ธันต้องไล่กัสด้วยคะ กัสก็แค่อยากดูแลพี่ธัน ไม่ได้อยากรบกวนเวลางานของพี่ธันเลยนะคะ” แล้วสุดท้ายเธอก็บีบน้ำตาออกมาแล้วพูดพร้อมเสียงสะอื้นเหมือนกับถูกรังแก

แต่แล้วยังไงล่ะ ผมต้องเห็นใจหรือเข้าไปปลอบ?

“เธอรบกวนฉันตั้งแต่เธอก้าวเข้ามาในบ้านของฉันแล้ว” ผมยังคงบอกเธอออกไปเสียงแข็งอย่างไม่อ้อมค้อมเหมือนเดิม ก่อนจะลุกขึ้นเดินหนีเธอออกจากบ้านไปอย่างรำคาญและทนต่อไม่ไหว

ในเมื่อให้เธอไปไม่ไป ผมไปเองก็ได้

“อีกสองวันเก็บของด้วยนะ ฉันจะไปดูโรงแรมที่เกาะ” พอขึ้นรถมาได้ผมก็บอกเรย์ออกไปอย่างเหนื่อยหน่าย

ตอนนี้ทางเดียวที่จะหนีจากเรื่องน่าเบื่อพวกนี้ได้ก็คงจะเป็นการไปอยู่ที่อื่นสักพัก ถ้าผู้หญิงพวกนี้ยังมีความพยายามจะตามผมไปถึงที่นั่นอีกล่ะก็ รับรองว่าผมจะรับน้องให้วิ่งกลับบ้านแทบไม่ทันกันเลยทีเดียว

“ครับ” เรย์รับคำก่อนจะขับรถมุ่งไปยังบริษัทของผมตามหน้าที่ตัวเอง

ซึ่งตอนแรกผมอุตส่าห์เอางานมาทำที่บ้านเพื่อหนีผู้หญิงพวกนี้ที่ตามไปถึงบริษัท แต่ก็ไม่วายจะตามมาถึงบ้านอีกเหมือนเดิม สุดท้ายก็ต้องกลับไปทำงานที่บริษัทเหมือนเดิม เป็นชีวิตที่วุ่นวายดีจริงๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป