บทที่ 5 ยากจะตัดใจ
ตอนที่5 ยากจะตัดใจ
ธันวา
หมับ! ผมจับแขนผู้หญิงคนหนึ่งที่ขึ้นลิฟต์มาด้วยกันไว้ก่อนเธอจะเดินออกไป แม้จะเป็นการกระทำเห็นแก่ตัวแต่ตอนนี้ผมไม่สนใจอะไรนอกจากประชดพ่อแม่ต้วเอง
“นี่คุณ ปล่อยฉันนะ!” ผู้หญิงคนนั้นหันมาโวยวายใส่ผมอย่างไม่พอใจทันทีอย่างไม่พอใจ จ้องมองผมอย่างดุดันไม่คล้อยตามกับภาพลักษณ์ภายนอกของผมเลยแม้แต่น้อย
แต่ผมไม่สนใจเสียงของเธอจับแขนเธอไว้ก่อนประตูลิฟต์จะปิดอีกครั้งและขึ้นไปชั้นบนสุดของโรงแรม ซึ่งเป็นที่พักของผมเอง
“คุณธันครับ ปล่อยเธอไปดีกว่านะครับ” ประวิตคนสนิทของพ่อที่ถูกส่งมาพูดกับผมเมื่อวาน เพราะผมไม่รับโทรศัพท์พ่อกับแม่ตั้งแต่มาที่นี่ พูดออกมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี
ติ้ง! เสียงประตูลิฟต์เปิดออกเมื่อถึงชั้นของผม ผมลากผู้หญิงคนนี้ออกจากลิฟต์ตรงไปที่ห้องของผมทันที
“คุณ ปล่อยฉัน!” ผู้หญิงคนนั้นยังคงดิ้นและพยายามแกะมือผมออกจากแขนเธอ แต่ผมจับไว้แน่น ตามด้วยประวิตที่ยังคงเดินตามผมมาไม่หยุด
ติ๊ด! แกร็ก! ผมสแกนคีย์การ์ดเข้าห้องไปอย่างไม่คิดปล่อยใครในมือไปเลย ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับผู้หญิงที่ลากมาจากลิฟต์ แน่นอนว่าประวิตยังคงตามมาไม่หยุด
“คุณธันครับ อย่าทำแบบนี้เลยนะครับ มันไม่เป็นผลดีต่อใครทั้งนั้นแหละ” ประวิตยังคงเอาแต่พูดออกมาอย่างไม่เห็นด้วยไม่หยุดเมื่อผมไม่ยอมปล่อยผู้หญิงคนนี้
“รู้ได้ยังไงว่ามันไม่ดีกับใคร” ผมย้อนกลับไปด้วยสายตาและสีหน้าร้ายกาจพร้อมกับรอยยิ้มที่น่าจะมองออก เพราะอย่างน้อยมันก็เป็นผลดีต่อผม
และที่สำคัญคือ ถ้าพ่อแม่ผมรู้เรื่องนี้ท่านคงจะไม่พอใจมากๆ ซึ่งผมต้องการแบบนั้นเอง เผื่อท่านจะเลิกยุ่งเรื่องนี้กับผมสักที
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพวกคุณพูดเรื่องอะไรหรือมีปัญหาครอบครัวอะไรกัน แต่อย่ามายุ่งกับฉัน ปล่อย!” ลั้วผู้หญิงคนนี้ยังคงไม่ยอมหยุดดิ้นพร้อมกับโวยวายออกมาไม่หยุดอย่างไม่สนใจอะไรเหมือนกัน ท่าทางปากดีไม่น้อยเลยจริงๆ
“.....” ผมหันไปมองหน้าเธอเพื่อจะบอกให้เงียบ พอได้เห็นหน้าเธอชัดๆ บอกได้คำเดียวเลยว่าสวยมาก แต่แน่นอนว่าตอนนี้ผมคงปล่อยเธอไปไม่ได้ เพราะว่าประวิตเองก็ยังคงอยู่ตรงนี้เหมือนกัน
“คุณธันครับ ถึงคุณทำแบบนี้มันก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นหรอกนะครับ ยังไงคุณท่านก็ไม่ยอมหรอกครับ” ประวิตยังคงเลือกจะพูดต่ออย่างไม่หยุด ยกร้อยแปดเหตุผลมาอ้างให้ผมคิดตาม
ไม่แปลกหรอกที่จะเป็นคนรู้ใจของพ่อผม ขนาดผมเป็นลูกของเจ้านายเขา เขายังไม่เลือกปฏิบัติเลย
“นายจะไม่ออกไปก็ได้นะ” แต่ผมไม่คิดจะฟังหรือคิดอะไรทั้งนั้น พร้อมกับหันไปบอกประวิตขึ้นอย่างไม่อยากเสียเวลา ก่อนจะหันมาหาผู้หญิงที่จับไว้ ก่อนจะประกบจูบไปที่ปากของเธอทันทีเพื่อไล่ประวิตทางอ้อมด้วยรู้ดีว่าเดี๋ยวยังไงก็ออกไป
ผมรู้ว่ายังไงถ้าประวิตเห็นแบบนี้อีกไม่นานก็คงออกไป
“อื้อ!!!” แล้วเสียงร้องท้วงจากคนที่ผมจูบก็ดังขึ้น แต่แม่ง ไม่ได้คาดหวังเท่าไหร่แต่ทำไมหวานขนาดนี้วะ ปากดีฉิบหายจนทำให้ผมไม่อยากผละออกเลยสักนิด
แล้วแน่นอนว่าคนแก่ที่เขาไม่มายืนดูอะไรประเจิดประเจ้อแบบนี้ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ถึงจะเป็นผู้ชายเหมือนกันก็เถอะ แต่พอไม่ใช่เรื่องตัวเองก็ไม่มีทางมองเป็นเรื่องที่จะดูดได้
แกร็ก! และไม่นานเสียงประตูห้องนอนก็ดังขึ้นปิด แน่นอนว่าต้องเป็นจากฝีมือของประวิตแน่นอน
ผมบอกแล้วไหมล่ะ ว่ายังไงเดี๋ยวประวิตก็ต้องออกไป
“อ่อย อื้อ!!!” แล้วคนที่ผมยังหลงมัวเมาจูบอยู่ดังขึ้นเรียกสติของผม
ตุบ! ตุบ! ตุบ! พร้อมทั้งแรงทุบแรงผลักและเสียงประท้วงของผู้หญิงคนนี้ดังขึ้นเพื่อให้ผมปล่อยเธอ
แต่แม่ง! ให้พูดอีกกี่ทีก็ยืนยันคำเดิมว่าปากยัยนี่หวานชะมัดเลยว่ะ ตอนแรกกะว่าจะจูบไล่ประวิตเฉยๆ แต่ตอนนี้ยอมรับอย่างลูกผู้ชายเลยเลยว่า...หยุดไม่ได้
ผมกำลังควบคุมตัวเองไม่ได้ครับ แล้วมันคงไม่เป็นไรใช่ไหม
จ๊วบ! ผมยังคงจูบปากของเธอต่อไปโดยไม่คิดจะปล่อย เพราะตอนนี้ผมติดใจปากนี้เป็นบ้าเลย ไม่เคยจูบใครแล้วถูกใจแบบนี้มาก่อน จะให้ผมปล่อยไปง่ายๆ ก็รู้สึกเสียดายเกินไปจนยากจะตัดใจ
จะว่าผมเห็นแก่ตัวหรือเลวก็เถอะ แต่ตอนนี้ขอเห็นแก่ตัวเองก่อนนั่นแหละ เพราะอารมณ์มาเต็มแล้ว
เพี๊ยะ!!! พอผมสัมผัสได้ว่าเธอกำลังหายใจไม่ทันก็เลยผละออกจากจูบเพื่อให้เธอได้หายใจก่อน แต่ไม่ทันที่ผมจะได้ทำอะไร เสียงผ่ามือบางก็กระทบเข้าหน้าผมอย่างจังทันทีจนหน้าหันไปเลยทีเดียว
แล้วบอกเลยว่ามือผู้หญิงก็หนักอย่างไม่น่าเชื่อ เล่นเอาเจ็บได้ฉิบหายเหมือนกัน
“ปล่อยฉัน!” น้ำเสียงเหวี่ยงแข็งกร้าวดังขึ้นหลังตบยังไม่พอ ยังมีหน้ามาตะคอกใส่ผมอีก ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าตบหน้าผมเลยสักคน แล้วยัยนี่คิดว่าตัวเองเก่งมาจากไหนวะ
“เธอกล้าตบหน้าฉันเหรอ!” ผมกดเสียงถามเธอออกไป แม้ว่าผมจะผมผิดที่ดึงเธอเข้ามาอย่างตามใจแบบนี้ แต่เพราะเกิดมาไม่เคยโดนใครตบและไม่เคยถูกใครที่ไหนปฏิบัติด้วยแบบนี้ มันเลยทำให้เสียหน้าและไม่พอใจไม่น้อยเลยสักนิด
แต่ดูเหมือนมันไม่ได้ทำให้ยัยเตี้ยนี่กลัวเลยสักนิด สายตาแข็งกร้าวจ้องกลับมาอย่างเอาเรื่อง
“เออ! มีอะไรต้องกลัวห๊ะ!” พร้อมกับคำยอกย้อนที่ดังขึ้นอย่างเอาเรื่อง ยังมีหน้ามาเถียงกลับเสียงดังอีก
“แล้วเธอจะได้รู้ ว่ามีอะไรให้เธอกลัว” ผมได้ยินคำพูดไม่เจียมตัวและท้าทายกันแบบนั้นก็อดไม่ได้จะบอกเธอออกไปเสียงเรียบนิ่งให้เธอได้รับรู้ ว่าผมจะทำให้เธอเห็นเองว่ามีอะไรต้องกลัว
“อื้อ!!!”
