บทที่ 4 ระวังล่ะ

บ้านบดินทร์นุกูล

และแล้วก็ถึงวันออกเดินทางตามนัดหมายที่ได้นัดกันเอาไว้ นายแพทย์สีหราชหรือหมอสิงห์สูตินารีแพทย์หนุ่มที่อายุอานามจะสามสิบอยู่แล้วแต่ก็ยังไม่มีทีท่าจะพาแฟนสาวมาแน่นำให้ผู้เป็นพ่อและแม่ได้รู้จักดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ เขาตื่นขึ้นมาแต่เช้าและรีบรุดมาที่หน้าห้องของพี่ชายฝาแฝดด้วยใบหน้าที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อถ้ามีคนเบี้ยวนัดในวันนี้

“นี่แกกลัวฉันเบี้ยวนัดขนาดนั้นเลยเหรอ” ศารทูลหรือเสือนายตำรวจหนุ่มปราบปรามยาเสพติดที่มักจะเบี้ยวนัดการพบปะรวมรุ่นอยู่เป็นประจำเอ่ยถามแฝดผู้น้องที่ยืนกอดอกอยู่หน้าห้องนอนหลังจากที่เคาะประตูปึงปังปลุกจนเขาต้องตื่นมาเปิดให้ทันทีที่เขาเปิดประตูออกจากห้อง หึ...คงกลัวเขาเบี้ยวทริปไปเที่ยวภูเก็ตครั้งนี้เหมือนที่เขาเคยบอกว่าจะไปร่วมทริปกับเดอะแก็งแต่เบี้ยวนัดทุกครั้งละสินะ

“แหง่ละ แกเบี้ยวมาสี่ห้าครั้งแล้วยังไงครั้งนี้ฉันต้องเอาแกไปด้วยให้ได้ ให้เวลาอาบน้ำครึ่งชั่วโมงเร็วๆ” นายแพทย์สีหราชเอ่ยบอก ให้ตายเถอะไอ้พี่ชายคนนี้เข้าไม่ถึงความตื่นเต้นที่จะได้เจอใครบางคนของเขาไม่ได้หรือไง ถึงได้ไม่เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรเอาซะเลย

“ที่อยากให้รีบเนี่ยเพราะจะได้ไปหายัยคะนิ้งละสิ ชอบก็บอกๆ ไปดิวะฉันเห็นแกชอบยัยคะนิ้งตั้งแต่ม.ต้นจนตอนนี้ยังไม่เคยบอกเขาเลย” ศารทูลเอ่ยอย่างเอือมระอา เขารู้ว่าน้องชายชอบเพื่อนสาวในกลุ่มแต่ไม่เคยบอกให้เธอคนนั้นรู้ รู้ก่อนที่เจ้าบ้านี่จะรู้ใจตัวเองเสียอีก แต่ก็นึกรำคาญเช่นกันที่เรียนจบมาก็หลายปีแล้วมันก็ยังไม่ได้สารภาพความในใจเลยสักครั้ง...ถ้ากล้ากว่านี้ไม่ใช่ว่าเขามีหลานไปสามสี่คนแล้วเหรอ

“สะเออะ ไปอาบน้ำเลยไปจะได้กินข้าว แม่กับพ่อและก็หมอทรายรออยู่...อย่า-ชัก-ช้า อืดอาดอยู่ได้” หมอหนุ่มเอ่ยบอกก่อนดันหลังพี่ชายเข้าไปในห้องแล้วมุ่งไปที่ห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเรื่องไม่อยากให้โดนคนรู้แกวมาล้อกัน

ครึ่งชั่วโมงต่อมาสองพี่น้องฝาแฝดแห่งบ้านบดินทร์นุกูลก็ปรากฏตัวที่ห้องอาหารของบ้าน ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นสบายๆ ไม่ติดกระดุมด้านบนกับกางเกงสีเทาของศารทูลเดินลงบันไดมาพร้อมกับสีหราชที่ใส่เหมือนกันแค่เปลี่ยนเป็นเสื้อสีฟ้าอ่อนกับกางเกงสีขาวทำให้สัตวแพทย์หญิงสิรินทราหรือหมอทรายผู้เป็นน้องสาวถึงกับมองตาเป็นมัน ดูหน้าอกล่ำ ๆ ของคุณพี่ชายทั้งสองของเธอสิ บึกบึนไม่เกรงใจใคร ใส่เสื้อเชิ้ตไม่มีเสื้อตัวในแบบนี้ยิ่งเห็นชัด

“กล้ามก็ใหญ่ อกก็บึกบึน เห็นแล้วใจละลายทั้งพี่เสือพี่สิงห์เลยค่ะ ทำไมหล่อ ๆ แบบนี้เกิดมาเป็นพี่ชายของทรายด้วยเนี่ย...เกิดเป็นสามีไม่ได้รึไง” สิรินทราเอ่ยบอกพร้อมทำหน้าแสนเสียดายพี่ชายของเธอหล่อเหลาเป็นที่ต้องการของตลาดเสียเหลือเกิน...เธอไม่ได้คิดไปเองดาราบางคนยังต้องชิดซ้าย ไหนจะติดโพลTop 5 สองหนุ่มหล่อที่สาวๆ อยากกอดมาแล้วทั้งคู่

“อย่าเว่อร์ยัยน้องทราย แก่แดดจริง ๆ เราเนี่ย” ศารทูลเอ่ยปรามน้องสาวที่ออกอาการโอเว่อร์จนเกินเหตุ ไม่น่าเป็นสัตวแพทย์เลยจริง ๆ ยัยคนนี้ ควรไปเป็นนักแสดงมากกว่าโอเว่อร์แอตติ่งกินขาด ไม่รู้รับบทคลั่งรักพี่ชายหรือไง ถึงได้มองพี่ชายสองคนยิ่งกว่าโอปป้าเกาหลี

“แก่แดดที่ไหนน้องยี่สิบหกแล้วไม่ใช่สิบหก โตพอจะพูดเรื่องนี้ได้แล้ว” สิรินทราว่าอย่างมั่นใจว่าตัวเองโตพอก่อนจะโดนสีหราชใช้นิ้วดีดหน้าผากขณะที่เดินไปนั่งยังที่นั่งประจำ

“เจ็บนะพี่สิงห์น้องจะฟ้องพ่อ พ่อขาดูพี่สิงห์สิคะรังแกทรายอ่ะ” สิรินทราไม่ขู่เปล่า ๆ ยังหันมาฟ้องผู้เป็นพ่อจริง ๆ ก่อนจะต้องกินแห้วเมื่อบิดาเข้าข้างพี่ชาย

“ก็เราเถียงพี่ ๆ เค้าก่อนนี่หมอทราย...ไงเจ้าเสือได้ยินว่าเมื่อคืนสาหัสเลยนี่” พลตำรวจโทสัตยาเอ่ยบอกก่อนจะหันไปพูดกับศารทูล เช้านี้เขาได้รับรายงานจากลูกน้องเกี่ยวกับการบุกจับแก็งค้ายาเสพติดเมื่อคืนที่บุตรชายคนโตเป็นหัวหน้าทีมว่าผู้ต้องหามีอาการบาดเจ็บสาหัสหลังจากต่อสู้กับศารทูล เรื่องนี้ไม่หยิบยกมาพูดก่อนที่ลูกชายจะลาพักร้อนเห็นทีจะไม่ได้ “กับคนร้ายน่ะเบา ๆ หน่อย”

“มันกวนตีนผมก่อนนะพ่อ มาหาว่าหน้าหล่อ ๆ แบบนี้คงกระจอกให้ไปเป็นดาราดีกว่าตำรวจ ก็เลยจัดให้มันรู้ว่าผมเหมาะจะเป็นตำรวจไม่ใช่ดารา” ศารทูลเอ่ยบอกอย่างโมโหระดับตัวเด่นในชุดปฏิบัติการพิเศษแบบเขาถูกไอ้ลูกน้องปลายแถวพ่อค้ายาสบประมาทมันสมควรโดนแล้ว

“หล่อแต่โหด เถื่อน ซาดิสม์ สาวๆ ยิ่งชอบ โอ๊ย พี่ชายของน้อง” สิรินทราเอ่ยขึ้นก่อนจะโดนหล่อแต่โหดใช้ซ้อมป้อนไส้กรอกเข้าเต็มปาก

“แค่ก ๆ”

“กินไปเลยเรานะ แกด้วยสิงห์ ถ้ารีบก็ทำเวลา”

“โหดจริง ๆ อารมณ์เสียอะไรวะ ไม่ดีใจรึไงจะได้เจอคู่ปรับตลอดกาลในรอบหลายปีเชียวนะ” สีหราชเอ่ยถามทั้งที่รู้คำตอบดีว่าเพราะชื่อคู่ปรับนี่แหละพี่ชายจึงอารมณ์เสีย

“หึ แค่นึกถึงก็อารมณ์เสียแล้ว” ศารทูลบ่น หึ...จะไปพักทำใจถึงถิ่นเขาแล้วยังมาว่าเขาอีกยัยเอเลี่ยนนั่น อกหักให้ตายเขาก็ไม่สงสาร ยัยผู้หญิงปากจัดนั่นแฟนทิ้งน่ะสมแล้ว

“เกลียดหนูอลินมาก ๆ ระวังจะได้หนูอลินมาเป็นสะใภ้แม่ล่ะ โบราณยิ่งว่าเกลียดอะไรมักได้อย่างนั้นเคยได้ยินมั้ย” แพทย์หญิงกานต์รวีผู้เป็นแม่แทรกขึ้นด้วยใบหน้าหมั่นไส้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป