บทที่ 11 บทที่ 3 เพียงคืนเดียว (D)
หลังจากศิรศักดิ์ได้ปลดปล่อยความต้องการจนสมใจแล้ว เขาก็หลับใหลไปอีกครั้งท่ามกลางค่ำคืนอันเหน็บหนาว เขาคว้าร่างเล็กที่นอนตะแคงหันหลังให้เข้ามาสวมกอดเอาไว้ กระทั่งทั้งคู่หลับไปพร้อมกัน
กระทั่งรุ่งสาง ศิรศักดิ์รู้สึกตัวตื่นนอนขึ้นมา เพราะร่างเล็กที่เขานอนกอดตลอดคืนกำลังสะอื้นร้องไห้เบาๆ เขาลืมตาขึ้นมองเห็นเพียงแผ่นหลังนวลลออผุดผ่องของวิลาสีนี เขาได้สติ เมื่อฤทธิ์แอลกอฮอล์จางหาย ชายหนุ่มถึงกับสะดุ้ง หยัดตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะพลิกร่างน้อยให้หันมาเผชิญหน้า
ดวงหน้าของเพื่อนสาวเปรอะไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตาที่เคยฉ่ำหวานแดงก่ำเพราะร้องไห้มาตลอดคืน
“นี... ศักดิ์ขอโทษ...” เสียงพร่ากระซิบอย่างสำนึกผิด
“ได้สติแล้วหรือไง...” เอ่ยถามด้วยเสียงสะอื้น
“นี... ให้อภัยศักดิ์นะ” เพื่อนหนุ่มวิงวอน
“ฮือ.... ศักดิ์ทำแบบนี้กับนีได้ยังไง นีมีแต่ความไว้ใจนะ” ว่าพร้อมสะอื้นฮัก เธอผิดหวังเหลือเกิน กับความไว้ใจที่มีให้บัดนี้พังทลายลงหมดแล้ว
“นี...” เพื่อนหนุ่มครางเรียกชื่อ ทั้งรู้สึกผิด ทั้งเจ็บปวด เขาจะไม่มีวันให้อภัยตนเอง
“เมื่อคืน... รู้ตัวบ้างไหมว่าทำอะไรลงไปบ้าง” เอ่ยถามด้วยดวงตาแดงก่ำ
“นี... ศักดิ์ขอโทษ...” ดวงตาแดงก่ำของเพื่อนสาวทำให้คนก่อเหตุอยากชกหน้าตัวเองแรงๆ เขาทำอะไรลงไป ผีห่าซาตานตนใดเข้าสิงเขากันแน่
ศิรศักดิ์ใจเสียทั้งหน้าชาจนหมดความรู้สึก เขาบอกตัวเองในใจทันทีว่า เขารู้ตัวสิ รู้ตัวตลอดนั่นล่ะว่ากำลังทำอะไร เขาปรารถนาในเรือนกายของเพื่อนสาว ใช่เขาไม่ได้รักวิลาสินี ก่อนน้านี้เขาไม่เคยรักและไม่คิดจะรัก แต่นาทีนี้มันต่างออกไป เขานึกโกรธตัวเองว่า โง่เสียตั้งนาน ทำไมเอาแต่มองหาผู้หญิงคนอื่น มีเพชรล้ำค่าอยู่ข้างกาย ทำไมถึงมองข้าม และวิลาสินีคนนี้ก็สวย หอมหวานยิ่งกว่าผู้หญิงคนไหน
“รู้ตัวสินี... เพราะรู้ว่าเป็นนี... และศักดิ์จะรับผิดชอบนีทุกอย่าง” เอ่ยข้อเสนออย่างลูกผู้ชาย แต่อีกฝ่ายยังคงน้ำตาไหลพรากจนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
“อย่ามาโกหกเลย อะไรเสียแล้วนีจะให้มันแล้วกันไป แต่จากนี้ไปอย่ามาให้นีเห็นหน้าอีก” สิ้นถ้อยคำอันกลั่นออกมาจากความเจ็บปวด น้ำตาก็ไหลเป็นทางอาบสองแก้ม วิลาสินีไม่อาจหักห้ามความเสียใจผิดหวังต่อไปได้อีกแล้ว เธออยากร้องไห้ ร้องไห้จนกระทั่งไม่มีน้ำตาจะไหล ให้น้ำตามันชะล้างรอยมลทินที่เพื่อนรักยัดเยียดให้
“นี...” ศิรศักดิ์แสนเสียใจ หากย้อนเวลาได้เขาจะไม่ก่อการใดๆ ที่อัปยศอย่างนี้ เขาเสียใจและไม่อาจให้อภัยตนเองได้ เขาต้องทำอย่างไรวิลาสินีจึงจะยกโทษให้เขา...
เขาควรต้องทำอย่างไร... มิตรภาพระหว่างเพื่อนจึงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
“มันสายไปแล้วล่ะ ต่อไปนี้เราไม่เหลือแม้ความเป็นเพื่อน ถ้าศักดิ์บอกว่ารู้ตัว มีสติทุกอย่าง เมื่อคืนที่นีห้ามปราม ทำไมศักดิ์ยังทำ ข่มเหงใจนีทำไม... ฮือ” หญิงสาวตำหนิทั้งที่รู้แก่ใจว่าลึกๆ แล้วตนเองก็เออออให้ความร่วมมือไปกับเขาเหมือนกัน
“นี... ศักดิ์ชอบนีนะ”
“ชอบงั้นเหรอ... อย่าชอบเพราะคิดว่าต้องรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำลงไปเลยศักดิ์” ประกาศออกไปด้วยเธอรู้ดีแก่ใจว่าเพื่อนคนนี้มองข้ามเธอมาโดยตลอด ศิรศักดิ์ไม่เคยมองเธอว่าเป็นหญิงสาวทั่วไปที่พอจะรักได้ มีแต่เธอเองเท่านั้นที่รักเขามาโดยตลอด...
รักหมดหัวใจ... รักทั้งที่มีชายอื่นที่เพียบพร้อมและคู่ควรมากกว่า แต่ทำไมใจเจ้ากรรมถึงมีให้เขาเพียงคนเดียว
“นีฟังเราบ้างเถอะ” เพื่อนหนุ่มเอ่ยเสียงเว้าวอน หากหญิงสาวไม่สนใจ ไม่มองหน้า หลับตาปี๋เพราะความโกรธที่กำลังสุมทรวง
“ได้สติแล้วก็ไปเสียเถอะ นีอยากอยู่คนเดียว” ไล่ตะเพิดเพื่อนทั้งที่ในใจแสนเจ็บปวด
“นี... อย่าทำแบบนี้สิ”
“ออกไป๊!”
